เฟดเอ็กซ์เผยผลสำรวจ พบว่ากว่าครึ่งของเอสเอ็มในเอเชียแปซิฟิก คาดส่งออกภายในภูมิภาคจะเติบโตขึ้น

12.12.16 | 22:03 น.
FedEx Boeing 767 freighter N107FE

 

กรุงเทพฯ (8 ธันวาคม 2559) เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (FedEx Express, FedEx) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุรายใหญ่ที่สุดของโลก และอยู่ในเครือของเฟดเอกซ์ คอร์ปอเรชั่น (FedEx Corp.) (NYSE: FDX) เผยผลวิจัยระดับโลกล่าสุดที่ให้ข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการส่งออกและนำเข้าของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก

การวิจัยเผยว่าผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางชี้ว่าได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการส่งออกสินค้าไปยังตลาดอื่นๆ โดยเป็นที่มาของรายได้กว่าสองในสาม (ร้อยละ 68) และร้อยละ 47 ของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางต่างคาดการณ์ว่ารายได้ของพวกเขาที่มาจากการส่งออกภายในภูมิภาคน่าจะเติบโตได้ในระดับเฉลี่ยที่น่าพึงใจมากถึงร้อยละ 22  ในอีก 12 เดือนข้างหน้า

“งานวิจัยเจาะลึกชิ้นนี้เผยให้เห็นว่า แม้ในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังประสบกับความท้าทาย ธุรกิจของเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกยังคงรักษาการเติบโตไว้ได้ ด้วยการเข้าไปจับตลาดอื่นๆ ในเอเชียเพื่อเพิ่มโอกาสการขยายตัวของธุรกิจ” คาเรน เรดดิงตั้น ประธานบริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว “สิ่งที่จะได้เห็นคือภาพรวมที่จะดีขึ้นในทางบวก โดยธุรกิจส่งออกระดับเอสเอ็มอีในภูมิภาคต่างก็วางแผนที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ และแนวคิดเศรษฐกิจยุคดิจิตอลมาปรับใช้ เพื่อช่วยรองรับความท้าทายต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น หรือการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น”

อีคอมเมิร์ซ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโต เนื่องจากเป็นสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยผู้ส่งออกเอสเอ็มอีถึงร้อยละ 80 ของภูมิภาคนี้ได้มีการใช้อีคอมเมิร์ซเพื่อขายสินค้าและบริการของตนไปยังตลาดอื่นๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และร้อยละ 44 ในกลุ่มนี้เชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นจากอีคอมเมิร์ซในช่วงอีก 12 เดือนข้างหน้า

Advertisement

ภายใต้แนวทางนี้ ทำให้เกิดการซื้อขายอีคอมเมิร์ซขึ้นมา 2  แบบคือ เอ็มคอมเมิร์ซ คือ การซื้อขายผ่านทางอุปกรณ์มือถือ และโซเชียลคอมเมิร์ซ คือ การซื้อขายผ่านทางโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ในปัจจุบัน ร้อยละ 68 ของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กกำลังขายสินค้าผ่านทางโมบายแอพพลิเคชั่นและร้อยละ 67 เพิ่มช่องทางให้ลูกค้าซื้อสินค้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ก  โดยทั้งเอ็มคอมเมิร์ซ และ โซเชียลคอมเมิร์ซ เป็นช่องทางที่ทำให้เกิดรายได้ของการส่งออกให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กถึงร้อยละ 21 และ ร้อยละ 22 ตามลำดับ  และเชื่อว่าทั้งเอ็มคอมเมิร์ซ และ โซเชียลคอมเมิร์ซ ยังคงเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เกิดการเติบโตของรายได้ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เกือบครึ่งของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กคาดว่า  เอ็มคอมเมิร์ซ (ร้อยละ 47) และโซเชียลคอมเมิร์ซ (ร้อยละ 49) จะช่วยให้รายได้เพิ่มสูงขึ้นต่อไปในอีก 12 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในเอเชียแปซิฟิกจะยอมรับว่าเศรษฐกิจยุคดิจิตอลช่วยเปิดโอกาสให้พวกเขา แต่ก็ยังตระหนักด้วยว่าจะเป็นการปูทางไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน อันที่จริงแล้ว กว่าหนึ่งในสาม หรือร้อยละ 38 ของเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกระบุว่า การแข่งขันในระดับสากลที่เพิ่มสูงขึ้นถือเป็นความท้าทายทางธุรกิจอันดับต้นๆ และในทางกลับกัน พวกเขาก็มองว่าเทคโนโลยีจะเป็นหนทางในการจัดการกับความท้าทายนี้ รวมถึงความท้าทายทางธุรกิจด้านอื่นๆ ด้วย โดยร้อยละ 37 กล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อจัดการกับความท้าทายทางธุรกิจที่พวกเขากำลังประสบอยู่ และเกือบสองในสาม (ร้อยละ 65) เชื่อว่าการทำเช่นนั้นจะช่วยให้พวกเขาสามารถส่งออกได้มากขึ้นในอนาคต

ธุรกิจเอสเอ็มอียังมองเห็นคุณค่าของห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสนองตอบตามความคาดหวังของลูกค้า ช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถชนะใจลูกค้ารวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน[1]  ร้อยละ 91 ของเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกเห็นพ้องว่าโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญในธุรกิจส่งออกของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลาที่อีคอมเมิร์ซเป็นแรงผลักดันให้เกิดความต้องการในการส่งมอบที่รวดเร็วขึ้น โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกที่มีการทำธุรกรรมผ่านทางอีคอมเมิร์ซเป็นจำนวนสูงถึงร้อยละ 66 ระบุว่า พวกเขายินดีที่จะจ่ายสูงกว่าเพื่อบริการขนส่งที่รวดเร็วกว่า

“งานวิจัยชิ้นนี้ตอกย้ำความเห็นที่เรามีมานานแล้วว่า สำหรับเอสเอ็มอีแล้ว เทคโนโลยีและโซลูชั่นส์การขนส่งมีส่วนช่วยให้สามารถต่อสู้กับบริษัทขนาดใหญ่กว่า ทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กลงทุนในเทคโนโลยีมากขึ้นรวมถึงมองหาบริษัทเกี่ยวกับการขนส่งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงช่วยให้สามารถเจาะตลาดใหม่ๆ ในต่างแดน และสุดท้าย ก็เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจของพวกเขาจะยังรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน” คาเรน กล่าวสรุป

งานศึกษาวิจัยอิสระในชื่อ “Global Trade in the Digital Economy: Opportunities for Small Businesses” ได้รับการจัดทำขึ้นโดย Harris Interactive ในนามของ FedEx เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโอกาสการส่งออกในระดับสากล และความท้าทายต่างๆ ที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต้องประสบ งานวิจัยชิ้นนี้เสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2559 โดยเป็นการรวบรวมผลมาจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนทั้งสิ้น 9,000 คน จาก 17 ตลาด[2] ในพื้นที่สี่ภูมิภาคทั่วโลก[3]

เกี่ยวกับงานศึกษาวิจัย

Harris Interactive ทำการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจเอสเอ็มอีผ่านทางออนไลน์และทางโทรศัพท์ จำนวน 9,000 คน ใน 17 ตลาด[4] ครอบคลุมสี่ภูมิภาคทั่วโลก[5] ในระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายน 2559 การสัมภาษณ์ถูกแบ่งสรรออกตามประเทศในจำนวนเท่าๆ กัน โดยสอบถามตัวแทนในบริษัทขนาดแตกต่างกันออกไป กล่าวคือ ขนาดเล็ก (มีพนักงานประจำทำงานเต็มเวลาจำนวน 1-9 คน) ขนาดย่อม (มีพนักงานประจำทำงานเต็มเวลาจำนวน 10-49 คน) และขนาดกลาง (มีพนักงานประจำทำงานเต็มเวลาจำนวน 50-249 คน) ทั้งนี้ มีการใช้คำจำกัดความที่ต่างกันในบราซิล โคลอมเบียและอินเดีย สอดคล้องกับคำจำกัดความของขนาดของบริษัทในแต่ละประเทศ ขนาดของการสำรวจอยู่ที่ราว 500 คนต่อตลาด ยกเว้นในสหราชอาณาจักรที่มีขนาดสำรวจ 1,000 คน

 

# # # # #

เกี่ยวกับ FedEx Express

FedEx Express ให้บริการจัดส่งพัสดุที่รวดเร็วและไว้วางใจได้ไปยังทุกจุดหมายปลายทางในสหรัฐอเมริกาและในกว่า 220 ประเทศ และอาณาเขตทั่วโลก FedEx ใช้เครือข่ายทางอากาศและภาคพื้นดินที่มีอยู่ทั่วโลกเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการจัดส่งพัสดุที่จำเป็นต้องส่งถึงผู้รับอย่างรวดเร็วและตรงเวลา พร้อมทั้งรับประกันการคืนเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด[6]

 

เกี่ยวกับ FedEx Corp.

FedEx Corp. (NYSE: FDX) เป็นบริษัทที่ให้บริการขนส่ง การค้าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ และบริการด้านธุรกิจแก่ลูกค้าและธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก  บริษัทของเราให้บริการด้านธุรกิจครบวงจรโดยมีบริษัทในเครือที่ทำงานแข่งขันกันเป็นกลุ่มและบริหารจัดการด้วยความร่วมมือกันภายใต้แบรนด์ FedEx ที่ได้รับความไว้วางใจ โดยมีรายได้ถึง 58 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี บริษัทของเราได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในผู้จ้างงานที่ได้รับการยกย่องและความไว้วางใจมากที่สุดในโลกอย่างสม่ำเสมอ FedEx สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานเมากกว่า 400,000 คนใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย มาตรฐานสูงสุดด้านอาชีพและด้านจริยธรรม รวมถึงความต้องการของลูกค้าและชุมชนต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างครบถ้วน ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ news.fedex.com

 

สามารถค้นหาข่าวประชาสัมพันธ์ของเฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ได้ทางเว็บไซต์ http://www.fedex.com

[1] “Global Trade in the Digital Economy: Opportunities for Small Businesses” a commissioned research study conducted by Harris Interactive on behalf of FedEx, September 2016

[2] เบลเยี่ยม บราซิล จีน โคลอมเบีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สเปน ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร

[3] เอเชียแปซิฟิก ยุโรป ลาตินอเมริกาและคาริบเบียน และตะวันออกกลาง-อินเดีย-อัฟริกาใต้

[4] เบลเยี่ยม บราซิล จีน โคลอมเบีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สเปน ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร

[5] เอเชียแปซิฟิก ยุโรป ลาตินอเมริกาและคาริบเบียน และตะวันออกกลาง-อินเดีย-อัฟริกาใต้

[6] Subject to relevant terms and conditions