กลับมาอย่างเต็มรูปแบบ งานสถาปนิก’66 (Architect’23) คอนเซ็ปต์ “ตำถาด: Time of Togetherness” ยกทัพผู้ประกอบการไทย-ต่างชาติกว่า 850 บูธ อวดผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง นวัตกรรมสุดล้ำ ไฮไลต์นิทรรศการ ฯลฯ คาดสร้างมูลค่า 22,000 ล้านบาท

คุณชนะ สัมพลัง นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการจัดงานสถาปนิก’66 ว่า เป็นครั้งแรกของการรวมตัวกันขององค์กรวิชาชีพทั้ง 5 ได้แก่ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย และสภาสถาปนิก โดยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ตำถาด: Time of Togetherness” มีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการด้านการออกแบบและก่อสร้างจากภายในและต่างประเทศกว่า 800 บริษัท ระหว่างวันที่ 25-30 เมษายน 2566 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
“ความพิเศษของงานปีนี้คือเป็นธีมที่ทำให้กลายเป็นงานแฟร์ระดับเอเซีย และเป็นศูนย์รวมของงานนวัตกรรมสิ่งก่อสร้างในเอเซีย ซึ่งส่งผลดีต่อวงการออกแบบของไทยเพราะเมื่อมีนวัตกรรมใหม่ๆ ก็จะสามารถพัฒนาการออกแบบ ทั้งช่วยประหยัดเวลาและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น นอกจากนี้ก็ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือสำหรับผู้ต้องการใช้บริการการออกแบบที่ดูทัดเทียมนานาประเทศมากขึ้น”
นายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ กล่าวถึงการจัดงานสถาปนิก’66 คาดว่าสร้างมูลค่าได้ถึง 22,000 ล้านบาท โดยมีบูธของผู้ผลิตและนักออกแบบที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 2 เท่า นับเป็นสถิติมากสุดของของการจัดงานสถาปนิก สะท้อนได้ถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ที่สำคัญงานนี้เป็นช่องทางที่ทำให้เข้าถึงลูกค้าโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นดีเวลลอปเปอร์ไปจนถึงประชาชนทั่วไป รวมถึงสมาคมวิชาชีพที่ได้เข้ามาร่วมในงานนี้ก็มีความตื่นตัวมาก
“งานสถาปนิกพยายามดึงต่างประเทศให้เข้ามา ดังนั้นคนไทยจึงต้องปรับตัวไปตามกระแสโลก ไม่ว่าจะเรื่องภาษา เทคโนโลยี ซึ่งงานเซอร์วิสหรืองานออกแบบของคนไทยเป็นที่ชื่นชอบของประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว เสน่ห์อย่างหนึ่งของไทยคือมีความสามารถในด้านการออกแบบที่ไม่เป็นรองใคร มีความสามารถในการทำให้คนรัก-ชอบ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเป็นบุคลิกของสถาปนิกนักออกแบบที่หลายประเทศไม่มี ทำให้ต้องการทำงานด้วย”
ขณะเดียวกัน สิ่งที่เป็นอุปสรรคของการก้าวสู่ Hub of Asia นั้น นายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ ให้ความเห็นว่า มาจากการที่คุ้นเคยกับการอยู่แต่ในเมืองไทย แต่ทุกวันนี้เราก็ได้รู้ว่าประเทศไทยเล็กมาก โลกมองเห็นกันอย่างชัดเจนมากขึ้น สิ่งที่สมาคมกำลังทำอยู่ก็คือ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ ในวงการดีไซเนอร์ของไทยและต่างประเทศ ซึ่งในอนาคตก็อาจจะเป็นไปได้ว่ามีการส่งซัพพลายเออร์ของไทยไปจีนหรืออินโดนีเซีย

คุณปุยฝ้าย คุณาวัฒน์ ประธานจัดงาน ให้ความเห็นว่า ทุกวันนี้วงการธุรกิจออกแบบมีการขยายมากขึ้น มีการพัฒนาโครงการต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวนั้นเห็นได้ชัดว่า ฟื้นตัวและขยายตัวอย่างมาก ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะกรุงเทพฯ แต่เกิดขึ้นในทุกๆ จังหวัด โดยเฉพาะภูเก็ตและเมืองใหญ่ๆ
“ในด้านการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการด้านการออกแบบและก่อสร้าง หรืออุตสาหกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้าง ปีนี้มีการตัดสินรางวัลหรือเชิญซัพพลายเออร์ส่งวัสดุหรือผลิตภัณฑ์มาประกวดรางวัลนวัตกรรม ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ผลิตที่ไม่ใช่เฉพาะตัววัสดุหรืออุปกรณ์ใช้ในการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับวิธีการผลิต เพื่อช่วยให้ประเทศไทยไปสู่ Carbon Neutrality ในกลุ่มเป้าหมายให้สมบูรณ์ในระยะเวลาที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือภาพเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศไทย ทั้งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือการก่อสร้าง”
คุณศุภแมน มรรคา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะออแกไนเซอร์จัดงานสถาปนิก’66 เผยว่า จำนวนผู้แสดงสินค้ากับผู้ร่วมชมงานที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด มีผู้ร่วมชมงานที่ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนวันเปิดงานจำนวนถึง 12,600 คน เทียบกับปีที่แล้วมีคนลงทะเบียนล่วงหน้าเพียง 3,000 คน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นคนต่างประเทศ
“ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้ามาจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงอาเซียน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ซึ่งสมาคมก็มีพันธมิตรร่วมกับสมาคมสถาปนิกในภูมิภาคนี้ด้วย เป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานในส่วนหนึ่ง ส่วนผู้แสดงสินค้ามาจากประเทศจีนมากที่สุด รองลงมาคือไต้หวันกับอินเดีย สำหรับจีนจะได้เห็นแบรนด์ดิ้งมากขึ้น จากก่อนหน้าที่เป็นฮาร์ดเซลล์ เน้นขายอย่างเดียว มีการตกแต่งบูธ ใช้พื้นที่บูธมากขึ้น ให้ข้อมูลเรื่องของความเป็นนวัตกรรมมากกว่าแข่งขันเรื่องของราคา ก็คือเน้นเรื่องดีไซน์และนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์เป็นพวกกระเบื้องเซรามิคตกแต่ง ส่วนไต้หวันจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทฮาร์ดแวร์และเครื่องมือ อินเดียเป็นผลิตภัณฑ์กระเบื้อง”
ผู้บริหารทีทีเอฟยังกล่าวอีกว่า จากที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับไลท์ติ้ง ดีไซเนอร์ ชาวมาเลเซีย บอกว่า เพียงวันแรกที่เข้าไปจัดบูธ ก็รับรู้ได้ถึงศักยภาพการจัดงานของคนไทย ทั้งพื้นที่ของสมาคมที่โชว์ศักยภาพดีไซเนอร์ไทย จนถึงวัสดุที่เป็นของ Local ผู้ผลิตไทย ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นงานที่ใหญ่ สามารถต่อยอดโอกาสได้อีกมาก
สำหรับผู้สนใจเข้าชมงานสถาปนิก’66 สามารถใช้บริการรถตู้รับ-ส่งฟรีได้ที่บริเวณลานจอดรถ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หมอชิตทางออก 2 หรือสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส วัดพระศรีมหาธาตุทางออก 4 และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ทาง www.ArchitectExpo.com และเฟซบุ๊กเพจ ASA Expo

