อนุสาวรีย์แห่งความว่างเปล่าและความอับอาย

15.05.23 | 16:56 น.

ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ปี พ.ศ. 2546 มีการริเริ่มโครงการขนาดมหึมาบนที่ดินที่ผ่านการซื้อขายตั้งอยู่ข้างศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รัชดา ห้วยขวาง เพื่อสร้างศูนย์วัฒนธรรมเป็นประตูสู่วัฒนธรรมอาเซียน ศูนย์นี้ประกอบด้วยกระทรวงวัฒนธรรม หอศิลป์แห่งชาติ คอนเสิร์ตฮอลล์ โรงละคร และห้องสมุดดิจิทัล โดยวางแผนให้มีลักษณะคล้ายกับย่านโบบูร์กในปารีส ในปี พ.ศ. 2548 มีผู้ส่งผลงานการออกแบบเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก ได้แก่ บริษัท คาซ่า จำกัด, บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด, บริษัท สถาปนิก สุเมธ ชุมสาย จำกัด, บริษัท plus 3D จำกัด, บริษัท ดวงฤทธิ์ บุนนาค จำกัด และบริษัท โรเบิร์ต จี บุย แอนด์ แอสโซซิเอส จำกัด

งานนำเสนอเชิงสร้างสรรค์ของบริษัทสถาปนิก 49 โดย นิธิ สถาปิตานนท์ ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะ สร้างความตื่นเต้นและความคาดหวังว่ากรุงเทพฯ พร้อมจะเป็นหนึ่งในศูนย์วัฒนธรรมชั้นนำของภูมิภาคนี้ ผลงานการออกแบบของสถาปนิก 49 นั้นโดดเด่นด้วยความล้ำสมัยที่ผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและมีลักษณะสัมพันธ์กับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและ อสมท. โดยเฉพาะการออกแบบหอศิลป์แห่งชาติได้รับแรงบันดาลใจจากเลข ๙ ไทย อันเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

ในปี พ.ศ. 2549 เมื่อนายกทักษิณถูกโค่นอำนาจด้วยการทำรัฐประหาร รัฐบาลทหาร (รัฐบาลขิงแก่) ได้เข้าแทรกแซงการออกแบบอาคารของศูนย์วัฒนธรรมแห่งใหม่นี้ โดยกระทรวงวัฒนธรรมสั่งให้สถาปนิก 49 เปลี่ยนด้านหน้าหอศิลปฯ ให้มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยมากขึ้น

นิธิ ศิลปินแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า “น่าเสียดายที่กระทรวงวัฒนธรรมตัดสินใจเปลี่ยนแบบที่เดิมทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และเทิดพระเกียรติที่ทรงเป็นศิลปินและนักดนตรี ทางกระทรวงวัฒนธรรมกลับบอกว่าอยากได้เป็นหน้าจั่วสามเหลี่ยมเพื่อให้ดูเป็นไทยมากขึ้น” นี่เป็นช่วงเวลาแห่งความถดถอยอย่างหนัก ด้วยคุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกลายเป็นผู้ปกป้องความเป็นไทยอย่างสุดลิ่มผ่านนโยบายอนุรักษ์นิยมและการเซ็นเซอร์ที่เข้มงวด ฉากต่างๆ ในการแสดงและภาพยนตร์ถูกเซ็นเซอร์ ตัวคุณหญิงไขศรีเองเป็นหัวหอกในโครงการเกี่ยวกับการแต่งกาย มารยาท และการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง คุณหญิงไปไกลถึงขั้นควบคุมกวดขันกับไม่ให้นักเต้นโคโยตี้และร้านวิดีโอเกมใกล้โรงเรียนและวัด ดังนั้น เมื่อนโยบายด้านวัฒนธรรมเปลี่ยนจากความคิดสร้างสรรค์และการเปิดใจกว้างไปสู่ลัทธิคลั่งชาติและชาตินิยม การเตรียมการสร้างศูนย์ของวัฒนธรรมที่และสร้างสรรค์จึงต้องเจออุปสรรคมากมาก

Advertisement

แทนที่จะเรียนรู้เรื่องราวความสำเร็จของสถาบันต่างๆ อย่าง เช่น หอศิลป์แห่งชาติของสิงคโปร์ ในโครงการเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการและการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ คณะกรรมการขับเคลื่อนเลือกใช้นโยบายที่ปลอดภัยซึ่งรับใช้อุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พวกเขาให้ความสนใจเพียงเล็กน้อยกับการฝึกอบรมภัณฑารักษ์และเจ้าหน้าที่ในงานศิลปะร่วมสมัย กล่าวคืองบประมาณกว่าหนึ่งพันล้านบาทจัดสรรให้หอศิลป์แห่งชาติสำหรับการก่อสร้างและการออกแบบภายใน ในขณะที่จัดงบประมาณขั้นต่ำให้สำหรับการฝึกอบรมภัณฑารักษ์ การวิจัยและการจัดหาศิลปะไทยสมัยใหม่และร่วมสมัย

ตลอดระยะเวลา 14 ปี การก่อสร้างศูนย์วัฒนธรรมต้องผ่านช่วงของการปรับเปลี่ยนบ่อยเนื่องจากถูกตัดงบประมาณ จึงให้ความสำคัญกับอาคารสำนักงานของกระทรวงก่อน ในขณะที่คอนเสิร์ตฮอลล์ โรงละคร และห้องสมุดดิจิตอลถูกระงับ หอศิลป์แห่งชาติประสบปัญหาความล่าช้าหลายครั้งเพราะมีการเปลี่ยนผู้รับเหมาและเกิดความแตกแยกภายในองค์กรระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวง

ภายหลังการรัฐประหารในปี 2557 ที่โค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รัฐบาลทหารภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ค่อยให้ความสนใจกับการเตรียมทรัพยากรมนุษย์ที่จำเป็นต่อนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ หอศิลป์แห่งชาติประสบปัญหาอุปสรรคมากขึ้นเนื่องจากใช้วัสดุก่อสร้างราคาถูกทำให้เกิดการรั่วซึมและน้ำท่วมภายในอาคาร ต้องตกแต่งภายในและพื้นใหม่ก่อนจะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ ผนังอาคารทรงสามเหลี่ยมที่ทนแดดทนฝนและมลภาวะมาหลายปีเสื่อมสภาพด้วยรอยแตกร้าวและสีลอกร่อน น่าเศร้าที่มันดูทรุดโทรมและต้องการการปรับปรุงอย่างมาก

การเดินเข้าไปในอาคารอันกว้างขวางที่ถูกทิ้งโล่งมานานกว่าสองปีเนื่องจากขาดงบประมาณ ให้ความรู้สึกว่างโหวงเหวง จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ระดับต้นของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (OCAC) ว่าพวกเขาได้รับคำแนะนำและการชี้แนวทางเพียงเล็กน้อยในเรื่องการเตรียมโปรแกรมนิทรรศการ นโยบายการรวบรวมและแนวปฏิบัติของภัณฑารักษ์ สัญญาณความขุ่นข้องและผิดหวังปรากฏชัด อย่างไรก็ตาม ปีที่แล้ว 2565 มีการจัดนิทรรศการ Acquisitions Exhibition ณ หอศิลป์แห่งชาติ โดยศิลปิน 16 คน กับผลงานศิลปะ 79 ชิ้น อาทิ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, อริญชย์ รุ่งแจ้ง, อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์, จักรพันธ์ วิลาสินีกุล, ดุษฎี ฮันตระกูล, มิตร ใจอินทร์, ทัศนัย เศรษฐเสรี และ สาครินทร์ เครืออ่อน มาร่วมจัดงานแสดงช่วงสั้นๆ ทาง OCAC ประกาศว่าได้รวบรวมผลงานศิลปะร่วมสมัยระดับชาติของศิลปินไทยกว่า 500 ชิ้น เป็นความรู้สึกดีที่ผู้ชมจะได้เห็นผลงานเหล่านี้บางส่วน แต่น่าประหลาดใจที่หลังจากเปิดงานไปเพียงสามสัปดาห์ นิทรรศการกลับปิดตัวลงเนื่องจากขาดเงินทุนค่าไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ

เมื่อถามถึงการขาดแคลนเงินสนับสนุนประจำปี ประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการ OCAC กล่าวว่า “เราไม่ได้เงินมากในช่วงเวลานั้น เราเลยต้องปิดนิทรรศการไป” สำหรับอนาคตนั้น ประสพมองว่า “เราไม่มีงบประมาณสำหรับหอศิลป์แห่งชาติในปีหน้า เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานปลัดกระทรวง” ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใด OCAC ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านศิลปะร่วมสมัยจึงไม่มีงบประมาณดำเนินการหอศิลป์แห่งชาติ

ในปี พ.ศ. 2564 กระทรวงวัฒนธรรมจัดงานทดลองเปิดตัวที่สนามหญ้าของศูนย์วัฒนธรรม โดยมีการจัดแสดงเทพเจ้าฮินดูหลากสีสันพร้อมกับกลุ่มประติมากรรมสุนัข โดยวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ รายการหลังมีความสนุกสนานและอารมณ์ขันดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนมากมาย ที่สะดุดตาคือลูกหมาน่ารักยกขาหลังฉี่หน้ากระทรวงวัฒนธรรม นับจากนั้นเป็นต้นมา นอกจากคอนเสิร์ตกลางแจ้งเป็นครั้งคราวแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่ศูนย์วัฒนธรรมขนาดใหญ่แห่งนี้ น่าผิดหวังที่สิ่งที่เรียกว่าประตูสู่อาเซียนซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นเมกะโปรเจกต์ผลผลิตของทักษิณกลับไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

จากการพูดคุยกับ ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงว่า สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกำลังดูงบประมาณประจำปีของหอศิลป์แห่งชาติในปีหน้าอยู่ “มีเรื่องต้องทำหลายอย่างเกี่ยวกับการซ่อมแซมและปรับปรุงหอศิลป์แห่งชาติ” ปลัดกล่าว “แล้วจากนั้นก็คาดว่าจะเปิดหอศิลป์แห่งชาติอย่างเป็นทางการให้ทันวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เราจะแสดงเฉพาะผลงานของศิลปินไทยเท่านั้น จะไม่มีศิลปินต่างประเทศ”

น่าเสียดายที่อนาคตของหอศิลป์แห่งชาติดูสิ้นหวัง เมื่อไม่มีแผนกลยุทธ์และปฏิทินงานศิลปะ อาคารที่มีแกลเลอรีขนาดใหญ่แห่งนี้ก็จะว่างเปล่า พื้นที่บางส่วนใช้จัดงานแถลงข่าว การแสดงแฟชั่นโชว์และสินค้าวัฒนธรรม (CPOT) จากต่างจังหวัด แทนที่จะใช้จัดแสดงงานศิลปะ พื้นที่ส่วนต่างๆ ถูกปรับเปลี่ยนเป็นที่ออกกำลังกายพร้อมลู่วิ่งสำหรับข้าราชการ เห็นได้ชัดว่าความตั้งใจที่จะใช้จัดแสดงงานศิลปะไทยสมัยใหม่และร่วมสมัยแบบถาวร ได้เปลี่ยนไปเป็นการบริการอเนกประสงค์รวมถึงงานพิธีทางพุทธศาสนาของกรมการศาสนาและงานสัมมนาของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ในปี 2562 ช่วงท้ายของรัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ กระทรวงวัฒนธรรมได้แทรกแซงแผนแม่บทของบริษัท สถาปนิก 49 จำกัด อีกครั้ง โดยทิ้งแบบก่อสร้างเดิมของคอนเสิร์ตฮอลล์ โรงละคร และห้องสมุดดิจิทัล แล้วประกาศจัดการประกวดการออกแบบใหม่ การแข่งขันดำเนินการอย่างฉับไว ร่ำลือว่าไม่โปร่งใส เพราะมีผู้เสนอชื่อเข้าแข่งเพียง 2 รายสำหรับเมกะโปรเจกต์มูลค่า 3,000 ล้านบาท ผู้ชนะได้แก่ บริษัท สแปน เอนจิเนียริง คอนซัลแตนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทด้านวิศวกรรมที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในสำหรับคอนเสิร์ต ฮอลล์ การแสดงบนเวที และโรงละคร  งานออกแบบของบริษัท สแปน เอนจิเนียริง คอนซัลแตนท์ดูคล้ายกับการเลียนแบบอาคาร เดอะ เบิร์ดส์เนสท์ (The Bird’s Nest) สนามกีฬาแห่งชาติในกรุงปักกิ่ง ที่ออกแบบโดยบริษัท Herzog & de Mueron การออกแบบของบริษัท สแปน เอนจิเนียริง คอนซัลแตนท์ ดูเหมือนจะไม่ลงตัวและไม่เข้ากับบริบทของศูนย์วัฒนธรรม ของกรุงเทพฯ เมื่อถามถึงการออกแบบเฟส 2 ใหม่ที่ครอบคลุมคอนเสิร์ตฮอลล์ โรงละคร และศูนย์การเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ยุพาให้ข้อมูลว่า โครงการยังไม่คืบหน้าเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เธอกล่าวว่าจะให้ความสำคัญกับอาคารกองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานกรมการศาสนาแทนก่อน การเพิ่มอาคารนี้เข้ามาไม่ได้อยู่ในแผนเดิมของศูนย์วัฒนธรรม

นิธิและสถาปนิก 49 อดทนต่อการแทรกแซงจากรัฐบาลทหารทั้งภายใต้การนำของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ และพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เขาโอดครวญว่าไม่เข้าใจว่าทำไมการออกแบบคอนเสิร์ตฮอลล์ โรงละคร และห้องสมุดดิจิทัลของเขาซึ่งชนะการประกวดแล้วจึงถูกยกเลิกไป สภาพการณ์ดังกล่าวบ่งบอกความจริงว่า หอศิลป์แห่งชาติจะล่าช้าต่อไป และการจัดการที่ผิดพลาดจะทำให้เสียเงินเสียเวลาเข้าไปอีก หากไม่มีทิศทางและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ศูนย์วัฒนธรรมภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงวัฒนธรรมจะเผชิญกับแรงกดดันตลอดเวลาจากคำถามต่างๆ

หอศิลป์แห่งชาติจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมเมื่อใด ทำไมไม่มีแผนงานนิทรรศการและปฏิทินงานศิลปะ ทำไมถึงจัดเฉพาะนิทรรศการศิลปะไทย จะป้องกันสมบัติของชาติไม่ให้กลายเป็นขยะของชาติได้อย่างไรเนื่องจากการจัดเก็บ ความชื้น และอุณหภูมิต่ำกว่ามาตรฐาน ทำไมไม่มีเงินเปิดไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ เมื่อไหร่ประเทศไทยจะมีนิทรรศการถาวรที่จัดแสดงผลงานศิลปะไทยร่วมสมัยและศิลปะชิ้นเอกอย่างเหมาะสม  ด้วยเงินภาษีจำนวนมากที่หมดไปเนื่องจากการบริหารจัดการผิดพลาด โครงการนี้จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความล้มเหลวยิ่งและไม่ต่างอะไรกับวิกฤตระดับชาติ

เมื่อเร็วๆ นี้พรรคการเมืองปราศรัยกันเรื่องการปรับปรุงกระทรวงวัฒนธรรมหลังการเลือกตั้ง ถือเป็นเวลาอันสมควรที่จะประเมินว่ากระทรวงนี้สามารถสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างแท้จริงหรือไม่ เราต้องตระหนักว่าภารกิจหลักของกระทรวงวัฒนธรรมคือการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม ศาสนาและศิลปะ  การส่งเสริมเอกลักษณ์ไทยมีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของชาติและจำเป็นต่อการโฆษณาชวนเชื่อของชาติ เช่นเดียวกับเมื่อครั้งเริ่มวางรากฐานโดย จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ในปี พ.ศ. 2495 การให้ข้าราชการและผู้เกษียรแต่งชุดไทยและแสดงนาฏศิลป์บนเวทีอาจจัดเป็นซอฟต์พาวเวอร์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การจะให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้น ความคิดล้าสมัยของผู้รับผิดชอบจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แค่ความนุ่มนวลของรอยยิ้มแบบไทยและความเฮฮาร่าเริงไม่เพียงพอ น่าเศร้าที่จุดอ่อนของกระทรวงวัฒนธรรมคือจุดยืนของการอนุรักษ์นิยมสุดขั้วและการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

หลายปีบนถนนพลุกพล่านย่านรัชดา ห้วยขวาง เราเฝ้าดูหอศิลป์ร้างและส่วนหน้าอาคารที่ทรุดโทรม ตั้งตระหง่านราวกับอนุสาวรีย์แห่งความว่างเปล่าและความอับอาย

อภินันท์ โปษยานนท์