มหานครแห่งความปลอดภัย พื้นที่ปลอดเหตุ กรุงเทพฯ ปลอดภัย เสริมระบบ สร้างวินัย ด้วย “ปลอดภัยดี” ความหวังเซฟตีชีวิต

19.05.23 | 13:51 น.

การพัฒนาเมืองของกรุงเทพมหานคร กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกรุงเทพฯ แต่การพัฒนาที่จะทำให้เมืองและชุมชนเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้นั้น จะต้องเสริมสร้างให้กรุงเทพมหานครมี “ความปลอดภัย” เพียงพอที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ดำเนินไปได้อย่างสบายใจ ไร้เหตุอันตราย ดังนั้นเรื่องความปลอดภัย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

เป้าหมายการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองน่าอยู่นั้น คือการทำให้กรุงเทพเป็นมหานครแห่งความปลอดภัย ทำให้ผู้คนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ใช้ชีวิตในเมืองกรุงอย่างอุ่นใจไร้กังวล ดังนั้น กรุงเทพมหานครจึงได้ดำเนินนโยบาย “ปลอดภัยดี” ลดจุดเสี่ยงอาชญากรรม อุบัติเหตุและสาธารณภัย ด้วย 34 นโยบาย จากทั้งหมด 216 นโยบาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนที่ครอบคลุมทั้งด้านถนน แสงสว่าง ทางเท้า  การเดินทาง และการจัดระบบ ระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยให้แก่ชาวกรุงเทพมหานคร

“ปลอดภัยดี” ของกรุงเทพมหานคร ยังสอดคล้องกับการมีส่วนร่วมของประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ได้มีการใช้งาน Traffy fondue ต่างร่วมแจ้งปัญหาร้องเรียน ร่วมเป็นหูเป็นตาให้ชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเส้นเลือดฝอยที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการขับเคลื่อนในขณะนี้ โดยปัญหาที่มีสถิติการร้องเรียนเข้ามามากเป็นอันดับต้น ๆ คือเรื่องของ แสงสว่าง และจากปัญหานี้ทำให้นโยบาย กรุงเทพฯ ต้องสว่าง มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยไฟฟ้าต้องสว่างทุกดวง หากจุดไหนดับจะต้องเร่งดำเนินการเปลี่ยน ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการเปลี่ยนโคมไฟฟ้าส่องสว่างไปแล้ว กว่า 30,000 ดวง โดยเปลี่ยนเป็นหลอดไฟ LED ประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังใช้ระบบติดตามการทำงานของหลอดไฟด้วย IOT ควบคุมการเปิด-ปิดหรือลด-เพิ่มความเข้มของแสงสว่างและสามารถตรวจสอบจุดที่หลอดไฟดับได้จากระบบกลาง อาจมีบางส่วนที่ยังไม่ได้เปลี่ยนหรือล่าช้าเพราะอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งทางกรุงเทพมหานครจะประสานงานดำเนินการต่อไป เมื่อเราเปลี่ยนให้พื้นที่กรุงเทพฯ สว่างขึ้น ก็จะช่วยเซฟความปลอดภัยลดจุดเสี่ยงอันตรายให้คนกรุงได้ดีขึ้น

Advertisement

นอกจากการปรับปรุงไฟฟ้าแสงสว่างแล้ว กรุงเทพมหานครยังพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลพื้นที่จุดเสี่ยงความปลอดภัย (BKK Risk Map) เป็นการรวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คนกรุงรู้สึกปลอดภัยได้ด้วยแผนที่แสดงจุดเสี่ยงในกรุงเทพมหานคร (ระยะที่ 1) ได้แก่ อุทกภัย อัคคีภัย จุดเสี่ยงและอันตราย ความปลอดภัยทางถนน มลพิษทางอากาศ PM2.5 โดยส่งออกข้อมูลแบบ Machine-readable Data ซึ่งสามารถใช้งานได้ทันที ช่วยสร้างความตระหนักรู้เรื่องของภัย ซึ่งในอนาคตแผนที่นี้จะเชื่อมโยงกับ Traffy fondue และ CCTV ของกรุงเทพมหานคร

ในเรื่องของการบรรเทาสาธารณภัยและการรับมือเหตุอันตราย กรุงเทพมหานคร ได้ใช้ข้อมูลจาก BKK Risk Map ในการวางแผนทางด้านสาธารณภัยทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยดีจากการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ โดยในปี 2566 กรุงเทพฯ จะเพิ่มประปาหัวแดง 248 จุดในพื้นที่เสี่ยงสูง เพิ่มถังดับเพลิงในชุมชนแออัด 451 ชุมชน รวมไม่น้อยกว่า 268 ถัง เพิ่มรถกู้ภัยทางถนน 15 คัน และพัฒนาสถานีดับเพลิงหลัก 37 แห่ง และสถานีย่อย 11 แห่งให้มีความทันสมัย รวมถึงปรับปรุงสถานีอีก 1 แห่งและสร้างใหม่อีก  4 แห่ง ที่สายไหม สุทธิสาร บางอ้อและทวีวัฒนา  นอกจากนี้ยังเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่และชุมชนให้มีความรู้และสามารถปฏิบัติงานได้ในพื้นที่มีการซ้อมดับเพลิง อพยพ ระดับชุมชน และประสานงานกับกู้ชีพกู้ภัย โดยกรุงเทพมหานครได้ลงนามความร่วมมือ MOU กับมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัย 7 แห่ง แบ่งโซนการปฏิบัติงานทางการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ โดยในปี 2566 จะนำร่องซ้อม 438 ชุมชน เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นโยบาย “ปลอดภัยดี” ยังเน้นการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวัสดิภาพของประชาชน โดยกรุงเทพมหานคร ได้จัดให้มีทีมปฏิบัติการสำรวจตรวจตราคนไร้บ้านและขอทานในเมือง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เทศกิจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมฯ ปฏิบัติการออกตรวจตราคนไร้บ้านและขอทานเมือง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ และเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อบูรณาการการรับมือและแก้ไขปัญหา ซึ่งจะช่วยป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพหรือการค้ามนุษย์ที่กระทำการผิดกฎหมายได้อีกด้วย  ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานในแต่ละเขตพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ได้ปฏิบัติการดูแลมาอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพวงจรปิด ป้องกันอาชญากรรมและอุบัติเหตุเชิงรุก โดยเปิดใช้งานระบบโทรทัศน์วงจรปิด หรือ CCTV ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ รวมทั้งหมด 13 ศูนย์ ซึ่งเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้กรุงเทพมหานครยังอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยสามารถขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด CCTV แบบออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านทางเว็บไซต์ cctv.bangkok.go.th ซึ่งจะต้องใช้เอกสารแจ้งความ สำเนาบัตรประชาชน รวมถึงวันเวลาไฟล์ภาพที่ต้องการขอ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งผลดำเนินการผ่านทาง Line@ CCTVBANGKOK และทางเมลที่แจ้งไว้ หรือติดตามสถานะผ่านทางเว็บไซต์ได้เช่นกัน

สำหรับความปลอดภัยด้านทางเท้า กรุงเทพมหานครกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงโดยคำนึงถึงหลัก universal design เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้งานทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผู้ใช้ wheel chair ผู้พิการทางสายตา หรือผู้สูงอายุ โดยจัดทำพื้นลาดเอียงระหว่างทางเท้ากับถนนให้มีความกว้างที่เหมาะสมพอดีสามารถขึ้นลงได้โดยกำลังแขนของผู้ใช้ wheel chair ในการเดินทางเพียงคนเดียว อีกทั้งปรับปรุงทางเท้าให้จัดระเบียบท่อร้อยสายใต้ดิน ประปาหัวแดง ตู้ไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ ให้เป็นระเบียบไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ทางเท้าที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงแล้วจะมีการหมั่นตรวจตรา กำกับดูแลไม่ให้ทางเท้าเกิดความเสียหายต่อการใช้งาน และจะดำเนินการล้างทำความสะอาดทางเท้าเป็นประจำ รวมถึงประสานหน่วยงานสาธารณูปโภค ให้เร่งนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินโดยเร็ว โดยการปรับปรุงทางเท้าทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าปรับปรุงรวมระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ทยอยทำต่อเนื่องและจะสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

ความปลอดภัยของผู้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่นอกจากกรุงเทพมหานครจะดำเนินนโยบายปลอดภัยดีให้ครอบคลุมทุกการดูแลอย่างเต็มที่แล้ว ประชาชนก็ยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความปลอดภัยที่มั่นคงและยั่งยืนได้ด้วยการช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา แจ้งปัญหาร้องเรียนได้ที่สายด่วน กทม. 1555 หรือ Traffy fondue เพื่อแก้ปัญหาลดจุดเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

กรุงเทพฯ น่าอยู่ และปลอดภัยดี คงจะไม่ไกลเกินฝันที่จะทำให้ชาวกรุงเทพฯ ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น เสี่ยงอันตรายน้อยลง และยังได้เห็นภาพการพัฒนาเมืองที่จะเติบโตไปข้างหน้าสู่มหานครแห่งความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง