นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิต มันฝรั่ง ปี 2566 พบว่า มีเนื้อที่เพาะปลูกทั้งประเทศ 40,732 ไร่ (แยกเป็นมันฝรั่งพันธุ์โรงงาน 39,291 ไร่ และพันธุ์บริโภค 1,441 ไร่) เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 40,365 ไร่ (เพิ่มขึ้น 367 ไร่ หรือ ร้อยละ 0.91) ปริมาณผลผลิตทั้งปี 120,263 ตัน (แยกเป็นมันฝรั่งพันธุ์โรงงาน 115,567 ไร่ และพันธุ์บริโภค 1,441 ไร่) โดยผลผลิตภาพรวมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่จำนวน 110,860 ตัน (เพิ่มขึ้น 9,403 ตัน หรือ ร้อยละ 8.48)

ปัจจุบันแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดตาก เชียงใหม่ เชียงราย ผลผลิตส่วนใหญ่เป็นมันฝรั่งรุ่นฤดูแล้ง และเก็บเกี่ยว มากในเดือนมีนาคม ถึง เมษายน ประมาณร้อยละ 80 ขณะที่การจำหน่ายผลผลิตส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา ภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงตามสัญญาในด้านคุณภาพ (ราคาประกัน ฤดูฝน 14.00 บาท/กก. และฤดูแล้ง 11.80 บาท/กก.) ซึ่งราคาที่เกษตรกรขายได้ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 12 – 14 บาท/กก. โดยราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
หากมองด้านการตลาด ภาคเอกชน ผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่ง ในปีที่ผ่านมา มีความต้องการใช้ 185,000 ตัน ซึ่งผลิตได้ในประเทศ 111,000 ตัน (ร้อยละ 60) และนำเข้า 75,000 ตัน (ร้อยละ 40) โดยภาคเอกชน ผู้ประกอบการมีเป้าหมายที่จะขยายกำลังการผลิตเพื่อขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะขยายทุกปี ๆ ละอย่างน้อย 10% ทั้งนี้ ในปี 2570 คาดว่าจะมีความต้องการมันฝรั่งเพื่อแปรรูป เพื่อบริโภคในประเทศและการส่งออกถึงประมาณ 280,000 ตัน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีการผลักดันการบริหารจัดการการผลิตมันฝรั่งครบวงจร โดยใช้แนวทางการตลาดนำการผลิต ซึ่งจะเน้นการเพิ่มปริมาณการผลิตภายในประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน ดังนี้ 1) การศึกษาลดต้นทุนปุ๋ยเคมี 2) การวิจัยพันธุ์มันฝรั่ง (ลดต้นทุนค่าหัวพันธุ์) 3) การขยายพื้นที่ปลูกมันฝรั่งภายในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของตลาด 4) ยกร่างการเกษตรพันธสัญญาด้านมันฝรั่ง เพื่อส่งเสริมการทำสัญญาซื้อขายผลผลิตมันฝรั่งระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกกับบริษัทผู้ผลิตและภาคเอกชน ให้ครอบคลุมและได้ราคาเป็นธรรม เพื่อให้การดำเนินงานการขยายพื้นที่เพาะปลูกมันฝรั่งปีละ 10,000 ไร่ มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

