โรคหลอดเลือดสมองหรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ‘สโตรก’ ภัยเงียบแสนอันตรายที่เป็น 1 ใน 5 ของโรคที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด เพื่อร่วมทำความเข้าใจผู้ป่วยกลุ่มหลอดเลือดสมองและรู้จักวิธี Kaigo-do กลยุทธ์ฟื้นฟูแบบฉบับญี่ปุ่น PNKG Recovery Center ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จึงผนึกกำลังเครือมติชน จัดเวทีเสวนา ‘การรักษา-ฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกแบบ Kaigo-do ประเทศญี่ปุ่น’ ในงาน ‘Thailand Healthcare 2023 เกษียณสโมสร’ ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
โดยมี มิสเตอร์ยูกิ ฟุรุยะ ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟู PNKG Recovery Center ในเครือพริ้นซิเพิลเฮลท์แคร์ ร่วมกับ นพ.วุทธิกรณ์ พันธุ์ประสิทธิ์ อายุรแพทย์ระบบประสาท โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ มาเผยถึงเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับการรักษา-ฟื้นฟู-ดูแลผู้ป่วยสโตรก รวมถึงวิธีป้องกัน ในแบบสั้นกระชับเข้าใจง่าย ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้เองที่บ้าน

ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่าในปี 2564 ประเทศไทยมีประชากรสูงอายุติดเตียงสูงถึง 45,182 และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยสาเหตุหลักๆ มาจากคนไข้ไม่สามารถช่วยเหลือดูแลตัวเองได้ หรือญาติไม่สามารถช่วยเหลือได้แม้อยู่บ้าน เพราะฉะนั้นการที่ให้คนไข้อยู่เพื่อคงสภาพ ไม่ใช้วิธีการแก้ไขปัญหาจะดีกว่าไหม? หากเราสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยสร้างคุณค่า และความภาคภูมิใจในตัวเองได้ เพื่อให้เขาได้กลับไปใช้ชีวิตในแบบที่เขาเคยเป็นหรือใกล้เคียงได้มากที่สุด

รู้เร็ว รอด ปลอด อัมพาต
นพ.วุทธิกรณ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีจำนวนมากเพิ่มขึ้นเป็นได้ทุกเพศทุกวัย ความน่ากลัวของโรคคือเป็นภัยเงียบที่ไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้า ในทุก 6 วินาที จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ไปแล้ว 1 คน มีผู้ป่วยใหม่ 13.7 ล้านคน เสียชีวิตร้อยละ 5 พิการร้อยละ 70 ในบริบทประเทศโรคหลอดเลือดสมองยังคงเป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศไทย รวมถึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มของจำนวนผู้สูงอายุที่สูงขึ้นในทุกปี
โรคหลอดเลือดสมองคือโรคที่ทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ส่งผลให้เกิดภาวะสมองตายเกิดขึ้นมา แบ่งออกเป็นสองชนิดใหญ่ๆ คือ เส้นเลือดสมองตีบ กับเส้นเลือดสมองแตก
ลักษณะที่ทำให้เกิดอาการของหลอดเลือดสมองตีบก็คือมีการอุดตันของหลอดเลือดหรือตัวหลอดเลือดเองเกิดการหนาตัวเพิ่มมากขึ้น ท้ายที่สุดการหนาตัวของหลอดเลือดจะนำมาสู่การตีบตันที่ส่งผลให้การตายของเนื้อสมองตามมา ยิ่งเวลาผ่านไปถ้าหากเราปล่อยให้เกิดภาวะการตายของสมองโดยที่ไม่รีบรักษาแบบถูกวิธีเนื้อสมองก็จะตายเพิ่มมากขึ้น ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“อย่างไรก็ตามอัตราการเสียชีวิตของหลอดเลือดสมองที่เรารักษามีแนวโน้มลดลง เพราะว่าเรามีเทคโนโลยีหรือแนวทางการรักษาที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งการให้ยาหรือการสวนหลอดเลือด ที่สามารถรักษาคนไข้ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองเพื่อไม่ให้เขาเสียชีวิตได้”
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหลอดเลือดสมองได้แก่ อายุที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี รวมถึงโรคประจำตัวอย่างเช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน การสูบบุหรี่ หรือโรคหัวใจบางชนิดเช่นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ถ้าเราสามารถหาปัจจัยเสี่ยงและควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้ ก็จะป้องกันการเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ถึง 80%
ส่วนเรื่องของอายุเราอาจจะป้องกันไม่ได้เพราะอายุเราเพิ่มขึ้นทุกปีเกิดความเสื่อมของร่างกาย หลอดเลือดก็จะเสื่อมเป็นปกติ ถ้าเราดูแลรักษาดี ควบคุมเบาหวาน ความดัน ไขมัน หมั่นตรวจสุขภาพเรื่องของหัวใจ พวกนี้ก็จะช่วยป้องกันให้เราไม่ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้
นพ.วุทธิกรณ์ ยังได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า โรคหลอดเลือดสมองหากรู้เร็วให้รีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยมีวิธีการสังเกตอาการ ของโรคหลอดเลือดสมองที่สามารถสังเกตได้เบื้องต้น ผ่านหลัก (BEFAST) โดยแบ่งออกมาตัวย่อสั้นๆ ดังนี้
B – Balance สูญเสียการทรงตัวอยู่ดีๆ ก็เดินเซ อยู่ดีๆ ก็ล้มลงมา
E – Eye การมองเห็นภาพซ้อนหรือภาพมืดบอดที่เกิดขึ้นอย่างทันที
F – Face หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว
A – Arm มีอาการอ่อนแรงของแขนและขา หรือชาแขนชาขาเป็นครึ่งซีก
S – Speech การพูดติดขัด พูดไม่ชัด ลิ้นติดขัด
T – Time ไปหาหมอทันทีอย่าปล่อยให้มันเป็นมากขึ้น หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งให้รีบไปโรงพยาบาล
โรคหลอดเลือดสมองนับเป็นโรคร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต พร้อมทั้งมีอัตราการพิการที่ค่อนข้างสูง 100 คน มีอัตราพิการสูงถึง 70 คน ซึ่งถือว่าเยอะมาก ถ้ามีอาการเบื้องต้นตามหลัก BEFAST ที่ นพ.วุทธิกรณ์ แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลทันที เพื่อเข้ารับการรักษา
โดยขั้นตอนการรักษา มีตั้งแต่การให้ยา การไปลากก้อนเลือด แต่หัวใจสำคัญในการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองคือการฟื้นฟู เพราะว่าเนื้อสมองเกิดการตายเรียบร้อยแล้ว กระบวนการฟื้นฟูเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ป่วยได้กลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติมากที่สุด

เพราะการฟื้นฟูที่ดีเริ่มต้นจากความเข้าใจ
มิสเตอร์ยูกิ ฟุรุยะ เผยว่า PNKG Recovery Center ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ได้จับมือร่วมกับคนไทยร่วมก่อตั้งเป็นเวลากว่า 2 ปี ที่ประเทศไทย ก่อนหน้านี้มีการสำรวจวิจัยกว่า 1,000 ศูนย์ฟื้นฟูบริเวณพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเกิดความคิดที่อยากจะนำเอาศาสตร์ความรู้ภายใต้ชื่อ ‘ไคโก-โดะ’ ในการฟื้นฟูจากประเทศญี่ปุ่น มาก่อตั้งที่ประเทศไทยเป็นที่แรก
‘ไคโก-โดะ’ คือการฟื้นฟูและดูแลแบบองค์รวม ซึ่งแตกต่างจากการฟื้นฟูทั่วไป
เพราะเป็นรูปแบบการรักษาที่จะถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามบริบทของคนไข้ตั้งแต่การเริ่มสอบถามประวัติส่วนตัวของคนไข้ ไปจนถึงสอบถามความสัมพันธ์ของครอบครัว เพื่อที่จะสามารถออกแบบเป็นแผนการฟื้นฟู ที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนอย่างรอบคอบ ได้มากที่สุด ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะทำให้ช่วยเข้าใจตัวโรค เข้าใจผู้ป่วย เข้าใจชีวิตประจำวันของผู้ป่วย เข้าใจสภาพแวดล้อมที่บ้านผู้ป่วย ก่อนนำมาพัฒนาจนกลายเป็นแผนการฟื้นฟูเฉพาะบุคคล
เพื่อเข้าใจหลักการ ไคโก-โดะ มากขึ้น มิสเตอร์ยูกิ เริ่มตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า
“ปกติคนที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือเป็นสโตรก โดยส่วนมากจะต้องใส่แพมเพิส แล้วคุณลองนึกสภาพว่า ณ วันใดวันนึงคุณต้องใส่แพมเพิสไปตลอดชีวิต คุณจะโอเคไหมกับแนวทางนี้มั้ย?”
พร้อมขยายความต่อว่า จริงๆ แล้วการใส่แพมเพิส เป็นสิ่งที่เราไม่อยากเห็นมากที่สุด ทีนี้การจะเลิกใส่แพมเพิสได้เริ่มได้ต้องเริ่มจากการดูแลผู้ป่วยที่ดี โดยหลักของทางญี่ปุ่นจะใช้วิธีอิคิไก คือการให้คุณค่าและการให้ความหมายของการใช้ชีวิต
สำหรับบริบทประเทศไทยเองการดูแลผู้ป่วยอยู่ในบ้านเรามักจะดูแลผู้ป่วยมากเกินความจำเป็น เช่น ผู้ป่วยหิวน้ำผู้ดูแลจะทำการหยิบขวดน้ำพร้อมเปิดให้ดื่มทั้งที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ด้วยตนเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทุกคนมองข้าม แต่ทางมิสเตอร์ยูกิ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเพราะพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลเสียในระยะยาวต่อผู้ป่วย พร้อมฝากว่าท่านใดที่มีผู้ป่วยอยู่ที่บ้านและช่วยเหลือเกินความจำเป็น อยากให้เขาลองได้ช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าไม่ได้ตรงไหนคอยซัพพอร์ต
“สำหรับผู้ป่วยที่เป็นหลอดเลือดสมองแล้ว หลักสำคัญคือการพาผู้ป่วยออกมาเริ่มขยับเขยื้อนร่างกาย เพราะมีงานวิจัยจำนวนมาก ที่บอกว่าการนำผู้ป่วยที่เป็นสโตรกใหม่ๆ ในช่วง 24 หรือ 48 ชั่วโมง ออกมาขยับร่างกาย เป็นสิ่งที่สำคัญมากและจะส่งผลต่อการรักษาในระยะยาว”

‘Motor Learning การเรียนรู้ทางระบบประสาทยนต์ ที่ควรให้ความสำคัญ ยกตัวอย่างคนเล่นเปียโน ที่เล่นจนเกิดความชำนาญแต่พอเราเลิกเล่นไปเป็นระยะเวลา 10 – 20 ปี เวลาเรากลับมาเล่นใหม่แรกๆ มันอาจจะยังไม่คล่องเท่าแต่ก่อน แต่หากเราค่อยๆ ฝึกไปสักพัก ร่างกายก็จะค่อยๆ กลับมาจำได้และเล่นได้ดังเดิม เช่นเดียวกันกับผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ปกติแล้วคนเราสามารถเดินได้ปกติ แต่เมื่อเกิดเหตุจนเขาไม่ได้ใช้งานแขนหรือขา เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆ ที่ควรนำเขามาฝึกเดิน เพื่อเรียกกระบวนการเหล่านี้กลับมา ซึ่งกระบวนเหล่านี้เองเรียกว่า Motor Learning
ในประเทศไทยเองหลายๆ ที่จะให้ความสำคัญในเรื่องของการโฟกัสความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอเพราะว่าปัจจัยข้างต้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ
“การฝึกกายภาพบำบัดที่ดีต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่บ้านด้วย ในเรื่องการรักษาไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะการรักษาหน้างาน ต้องมีแผนในการประเมิน ปรับสภาพแวดล้อมที่บ้านให้เหมาะสมกับการรักษาร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่น การฝึกที่โรงพยาบาลสามารถเดินได้ครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อกลับบ้านไปไม่สามารถทำได้เพราะความสูงของเตียง สภาพแวดล้อมบ้านที่แตกต่างจากโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ต้องเรียนรู้และหาข้อมูลมาตั้งแต่แรก เพื่อนำมาใช้ในการฝึกจริง ซึ่งแต่ละรายก็จะไม่เหมือนกัน” มิสเตอร์ยูกิ ทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจ หรือมีคำถามเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง วิธีการป้องกันหรือวิธีการฟื้นฟู สามารถ สอบถามได้ที่บูธ PNKG (บูธB19) ซึ่งภายในบูธมีกิจกรรมตรวจประเมินเบื้องต้น พร้อมทั้ง มีนักกายภาพบำบัดที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง, Long Covid, พาร์กินสัน, บาดเจ็บหลังผ่าตัด, ผู้ป่วยติดเตียง และภาวะถดถอยจากการไม่ได้ใช้งาน เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเวที ‘การรักษา-ฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกในแบบ Kaigo-do’ ในงาน Thailand Healthcare 2023 ซึ่งภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ครอบคลุมทุกมิติเรื่องสุขภาพ ทั้งการตรวจสุขภาพฟรีจากโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 30 โรงพยาบาล
เวทีเสวนาที่นำเอาเหล่าผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เรื่องสุขภาพ สำหรับวัยก่อนเกษียณและวัยเกษียณ เวิร์กชอปที่อัดแน่นทั้งความรู้และความสนุก มาร์เก็ตเพลสที่ขนร้านค้าชั้นนำกว่า 100 บูธ
พบกันได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 2 ก.ค. 66 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีสามย่าน ทางออกที่ 2 กิจกรรมดีๆ แบบนี้ บอกได้คำเดียวว่า ห้ามพลาด!

