งานวิจัยชี้ “แค่ระบายก็คลายเครียดได้”

4.07.23 | 13:23 น.

งานวิจัยชี้ “แค่ระบายก็คลายเครียดได้”
หมดยุคแบกความเครียดไว้คนเดียว เมื่อการพบจิตแพทย์ง่ายกว่าที่คิด

งานเครียด เรียนหนัก แบกภาระเยอะ ปัจจัยมากมายที่ส่งผลให้คนยุคใหม่เครียดโดยไม่รู้ตัว ยังไม่นับรวมผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้าจากความเครียดเป็นระยะเวลานานรวมไปถึงผู้ป่วยซึมเศร้าที่เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติ และดูเหมือนว่าตัวเลขผู้ป่วยในกลุ่มโรคซึมเศร้าที่เข้ารับการรักษายังไม่เป็นที่น่าพอใจ กรมสุขภาพจิต เผยว่า โดยเฉลี่ยผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจำนวน 100 คน จะเข้าถึงการรักษาเพียง 28 คนเท่านั้น

แต่ข้อกังวลข้างต้นเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง เพราะประเด็นที่น่ากังวลคือเมืองไทยมีอัตรานักจิตวิทยาและจิตแพทย์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก ข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต ปี 2565 มีนักจิตวิทยา 1,037 คน คิดเป็น 1.57 คน ประชากร 1 แสนคน ขณะที่จิตแพทย์รวม 860 คน โดยเมื่อคำนวณอัตราส่วนเฉลี่ยจิตแพทย์เท่ากับ 1.30 ต่อแสนประชากร นำไปสู่ปัญหาที่อยู่ใต้ผู้เขาน้ำแข็งคือ หากต้องการเข้ารับการปรึกษาควรจะไปที่ไหน และจะเริ่มต้นอย่างไร

‘สำรวจ’ ความรู้สึกและอาการของตัวเอง

Advertisement

เริ่มต้นด้วยการสำรวจความรู้สึกและสังเกตอาการ ต้องไม่ลืมว่าความเครียดเกิดขึ้นได้กับทุกคน และวิธีจัดการความเครียดของตัวเองก็ต่างกันไป แต่เมื่อไรที่วิธีเดิมๆ เริ่มใช้ไม่ได้ผล และสังเกตว่าเริ่มส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ไม่สนุกกับสิ่งที่ชอบ ไม่มีสมาธิ นี่คืออาการระดับแรกที่สามารถไปปรึกษาเพื่อขอรับคำแนะนำและข้อปฎิบัติเบื้องต้น

แค่ได้ระบายก็คลายเครียด ข้อเท็จจริงยืนยันได้จากงานวิจัยของ UCLA ที่ชี้ว่า การระบายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดช่วยลดปัญหา สอดคล้องกับงานวิจัยของ Southern Methodist University พบว่า การพูดคุยถึงสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจจะส่งผลดีต่อสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย แต่ถ้าคุณอดกลั้นความคิดและอารมณ์ไม่ช้าก็เร็วจะส่งผลต่อสุขภาพจิตกระทบต่อเนื่องไปยังสุขภาพกายอย่างแน่นอน

‘ตรวจสอบ’ สถานให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ

หลังจากที่สำรวจความรู้สึกตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือตรวจสอบว่ามีคลินิกสุขภาพจิตไหนที่น่าเชื่อถือและสามารถแมทช์กับความต้องการของเรา ในโรงพยาบาลรัฐฯ และโรงพยาบาลเอกชนจะมีแผนกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต หรือถ้าจะเจาะจงไปที่โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ และกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนแพทย์

คลินิกสุขภาพจิตก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะค่อนข้างเป็นส่วนตัว และมีบริการเฉพาะด้านรองรับ อย่าง ‘Ranchu Center’ (รันชู เซ็นเตอร์) คลินิกสุขภาพจิตครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ ‘พริกหวาน-แทนปราง แต้ศิลปสาธิต’ นักจิตวิทยาคลินิก/นักจิตวิทยาการปรึกษา ต้องการให้คนไทยทุกเพศ ทุกวัย เข้าใจถึงปัญหาสุขภาพจิตและเข้าถึงเครื่องมือไปจนถึงความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตได้อย่างง่ายดาย

“ตั้งใจให้คลินิกสุขภาพจิตแห่งนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ใครก็เข้ามาพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ เหมือนเพื่อนที่คอยรับฟัง แนะนำ และให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ด้วยการรักษาและรูปแบบการบำบัดที่ออกแบบให้ตรงกับปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย เราให้คำปรึกษา และบำบัดตั้งแต่พัฒนาการวัยเด็ก ปัญหาวัยรุ่น ปัญหาการทำงาน ปัญหาชีวิตคู่ หรือภาวะซึมเศร้าหลังเกษียณ”

‘Ranchu Center’ เปิดให้บริการเฟสแรกเน้นไปที่การให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตทางออนไลน์ไปจนถึงสิ้นปี 2566 ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบที่คลินิกต้นปี 2567 โดยหลังจากเปิดบริการเต็มรูปแบบ จะเพิ่มเติมส่วนของคอร์สและกิจกรรมหลายรูปแบบ อาทิ Expressive Art หรือ ศิลปะบำบัด และเทคนิคการรักษา ศาสตร์ EMDR หรือ Brain spotting หรือการจัดอบรม สัมมนาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะใจให้กับผู้ที่สนใจ

ติดต่อ ‘Ranchu Center’ คลินิกบริการด้านสุขภาพจิตครบวงจร เพื่อพูดคุยปัญหาและร่วมหาทางออกด้วยกันได้ที่เบอร์ 082 387 9955 หรือ Facebook : Ranchu Center และ Line Official : @ranchu