จัดการดินและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ สู่การลดต้นทุนอย่างยั่งยืน
จังหวัดสตูล มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 12,900 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นข้าวพื้นเมือง เนื่องจากปลูกง่าย ให้ผลผลิตมาก ปัจจุบันเกษตรกรได้ประสบปัญหาต้นทุนการปลูกข้าวสูงขึ้นทำให้รายได้ลดลง ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุงจึงได้มีการดำเนินงานโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยผลักดันให้เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี รู้วิธีการจัดการดินและปุ๋ย ลดการใช้สารเคมี

นายอัมพร ทองไชย ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง เพราะราคาของปัจจัยการผลิตบางอย่างมีราคาแพง เช่น ปุ๋ยเคมี ฯลฯ ทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุงจึงได้ศึกษาปัญหาและหวังแก้ไขปัญหาด้านต้นทุนการผลิต เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางด้านอาชีพ โดยภารกิจหลักคือ 1.ส่งเสริมเมล็ดข้าวพันธุ์ดีของกรมการข้าวให้แก่เกษตรกร ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพได้มาตรฐานจะช่วยลดการใช้ปริมาณเมล็ดพันธุ์ลงและช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้อีกด้วย เช่น นาปักดำจะใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 15 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากที่เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ดีจากกรมการข้าวจะลดปริมาณการใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 7 กิโลกรัม/ไร่ สามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในส่วนของเมล็ดพันธุ์ได้ประมาณ 150-200 บาท/ไร่ นอกจากนี้ทางศูนย์ฯ ได้ให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมดินและใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการไถกลบตอซังและใช้น้ำหมักปุ๋ย พด.1 และ พด.2 ทำให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี ลดภาระค่าใช้จ่าย และมีการแนะนำให้เกษตรกรสำรวจแมลงศัตรูพืชและกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกวิธี ปลอดภัยไม่ใช้สารเคมี เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสำหรับการบริโภคในครัวเรือนต่อไป

นายอาแมน สาแล๊ะ ประธานศูนย์ข้าวชุมชน ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล เล่าว่า ปัญหาหลัก ๆ คือ เรื่องต้นทุนการผลิตสูงแต่รายได้ต่ำ เกษตรกรในกลุ่มจึงได้ร่วมประชุม พูดคุย และวิเคราะห์สาเหตุจึงพบว่าปัญหาดินในพื้นที่ไม่ได้รับการปรับปรุงบำรุงให้เหมาะแก่การเพาะปลูก ทำให้เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยเคมีเยอะ ทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุงจึงได้เข้ามาแนะนำ ให้ความรู้ ส่งเสริมให้ใช้เมล็ดพันธุ์ดี เพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตสูง ปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้น้ำหมักชีวภาพจากสิ่งเหลือใช้ในครัวเรือน เศษอาหาร วัสดุในพื้นที่ ฉีดย่อยสลายตอซัง ไถกลบ และใช้เมล็ดพันธุ์ดีที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมการข้าวมาแช่เชื้อราไตรโคเดอร์มา ซึ่งสามารถลดเชื้อรา และเพิ่มความงอกของเมล็ดได้ดีขึ้น ผลที่ได้รับคือ ลดการใช้ปริมาณเมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูก จากเดิมใช้เมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูกประมาณ 15-20 กิโลกรัม/ไร่ แต่ตอนนี้สามารถลดมาใช้ประมาณ 6-12 กิโลกรัม/ไร่ สามารถลดต้นทุนตรงนี้ไปได้เยอะ ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 25% อย่างเห็นได้ชัด


