รวมเทคนิคทาสีลอฟท์ที่ควรรู้ สวยดูดี ทำเองได้ไม่ต้องง้อช่าง

26.07.23 | 14:18 น.

การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์โมเดิร์นเรียกได้ว่าเป็นสไตล์ที่มาแรงไม่มีตกยุคจริงๆ เห็นได้จากร้านคาเฟ่ โครงการบ้านจัดสรร และการรีโนเวทบ้านตามเพจต่างๆ ทำเอาหลายคนอยากลองปรับแต่งตามดูบ้าง แต่ด้วยลวดลายและการใช้เทคนิคที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยุ่งยาก ทำให้หลายคน กังวลว่าหากทำเองแล้วจะไม่ได้งานสวยเหมือนจ้างช่างที่ชำนาญมากกว่า วันนี้เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการทาสีลอฟท์ง่ายๆ ด้วยตัวเองมาฝากทุกคนกัน

สีลอฟท์ คืออะไร

สีลอฟท์เป็นสีประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาสำหรับทาผนังและเพดานโดยเฉพาะ จุดเด่นของสีลอฟท์อยู่ที่การเซ็ตตัวของสีจะดูไม่เรียบเนียนเหมือนสีทาบ้านทั่วไป จะมีลักษณะเป็นรอยปาดคล้ายรอบฉาบปูน เหมือนการทาปูนเปลือยบนผนัง และเนื้อสีของสีลอฟท์จะไม่ลอกร่อนเป็นฝุ่นผงเหมือนสีทั่วไป ทำความสะอาดง่าย เหมาะสำหรับคนที่ชอบแต่งบ้านให้ดูทันสมัยและมีสไตล์ ซึ่งเมื่อพูดถึงสีลอฟท์ คนทั่วไปมักจะนึกถึงภาพของสีเทา สีดำ หรือสีขาว แต่ในความเป็นจริงสีลอฟท์ถูกผลิตออกมามากว่านั้น มีทั้งโทนสีแดงอิฐ และโทนสีเหลือง แต่ละสีก็สามารถนำมาสร้างสรรค์ตามสไตล์ที่ชอบได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสไตล์มินิมอล แบบปูนเปลือยดิบๆ หรือแบบสไตล์โมเดิร์นก็ได้เช่นกัน

วิธีทาสีลอฟท์แบบง่าย ทาเองได้ด้วยตัวเอง

  1. เตรียมอุปกรณ์

อุปกรณ์สำคุญสำหรับการทาสีลอฟท์ มีดังนี้

Advertisement
  • แปรงทาสี ควรเลือกแปรงทาสีผนังสำหรับสีน้ำมันโดยเฉพาะ เนื่องจากแปรงทาสีมีหลายชนิด ขนแปรงมีหลายแบบและหลายขนาด ดังนั้นการเลือกแปรงควรดูขนาดพื้นที่ และลักษณะซอกมุมต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายในการเก็บงานในภายหลัง
  • ลูกกลิ้งทาสี ลูกกลิ้งแต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาดของลูกกลิ้ง พื้นผิวขนผ้าที่ใช้ และความยาวด้ามไม้ หากพื้นที่ที่จะทาเป็นผนังเรียบและสูง ควรเลือกลูกกลิ้งที่มีความหนาของขนไม่สั้นจนเกินไป หรือจะใช้เป็นลูกกลิ้งลายก็ได้เช่นกัน
  • เกรียงฉาบสี หากเป็นการสีบ้านทั่วไป เกรียงฉาบสีจะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่สำหรับการทาสีลอฟท์ เกรียงฉาบสีจะช่วยให้สามารถสร้างลวดลายต่างๆ บนผนังตามแบบที่ชอบได้ง่ายขึ้น
  • เทปปิดขอบ การใช้เทปปิดตามขอบผนัง หรือในจุดที่ไม่ต้องการให้สีโดน ตั้งแต่ก่อนเริ่มทาสี  จะช่วยให้กำหนดขอบเขตพื้นที่ได้ง่ายมากขึ้น แถมยังช่วยประหยัดขั้นตอนในการเก็บงานภายหลังด้วย
  1. เลือกสีที่จะทา

โดยทั่วไปแล้ว สีลอฟท์หลักๆ จะมีอยู่ 3 โทนสี คือ สีเทา สีดำ และสีขาว แต่ปัจจุบันสีได้มีโทนสีเพิ่มขึ้นมาเป็นโทนสีเหลืองและโทนสีแดง ซึ่งแต่ละโทนก็แยกออกเป็นหลายเฉดสี การเลือกโทนสีจึงควรให้ความสำคัญกับจุดประสงค์การใช้งานของแต่ละห้อง เช่น ถ้าเป็นห้องนอน ควรเลือกเป็นโทนสีสว่าง หรือโทนสีอ่อน เพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมาะแก่การพักผ่อน หรือถ้าเป็นส่วนห้องครัว ควรเลือกสีที่สามารถเห็นคราบสกปรกได้ง่าย เพราะสะดวกต่อการทำความสะอาดในภายหลัง เป็นต้น

  1. เตรียมพื้นที่

ก่อนที่จะเริ่มทาสีลอฟท์ ควรกำหนดพื้นที่และทำงานเตรียมพื้นผิวให้เรียบร้อยก่อน โดยการล้างสีพื้นเดิมและขัดพื้นออกให้หมดก่อน รวมถึงพื้นผิวที่มีคราบเชื้อราหรือตะไคร่น้ำด้วย จากนั้นทำการซ่อมแซมรอยแแตกร้าวหรือรูต่างๆ จากนั้นถึงค่อยลงน้ำยาฆ่าเชื้อราและปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 1-2 วัน การขัดทำความสะอาดผนังเดิมจะช่วยให้การยึดเกาะของสีดีและเรียบเนียนขึ้น และอย่าลืมป้องกันเฟอร์นิเจอร์และพื้นที่รอบๆ ด้วยการคลุมผ้าหรือแผ่นพลาสติกก่อนเสมอ

  1. เริ่มลงมือทำตามเทคนิค

เมื่อเตรียมพื้นที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการลงสีจริง

  1. ทาสีรองพื้น การทาสีรองพื้นก่อนลงสีจริงจะช่วยเสริมการยึดเกาะของสีจริงที่เราทาทับลงไปได้ โดยทาสีรองพื้นก่อน 1 รอบ และปล่อยทิ้งไว้ให้สีแห้งประมาณ 2-3 ชั่วโมง
  2. ฉาบสีรอบแรก เมื่อตรวจสอบแน่ใจว่าสีรองพื้นแห้งดีแล้ว ให้ใช้เกรียงฉาบสีลงผนังก่อนรอบแรก สร้างสรรค์ลวดลายคร่าวๆ เพื่อเป็นแนวทางในการฉาบรอบต่อไป จากนั้นทิ้งไว้รอแห้งประมาณ 2-4 ชั่วโมง
  3. ลงฉาบสีรอบสอง แต่ก่อนจะลงฉาบสีรอบที่สอง ต้องเก็บรายละเอียดในส่วนพื้นผิวที่ฉาบไว้รอบแรกก่อน จากนั้นถึงค่อยลงฉาบสีอีกรอบ เพื่อสร้างลวดลายทับซ้อนตามแบบที่ร่างไว้รอบแรก
  4. ลงสีลอฟท์เคลือบ เมื่อฉาบสีรอบสองเสร็จแล้ว ทิ้งไว้ให้สีแห้งพอประมาณแล้วขัดเก็บรายละเอียดพื้นผิวอีกรอบ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง แล้วถึงลงสีลอฟท์เคลือบทิ้งไว้อีกชั้น
  5. ใช้ฟองน้ำลงสีอีกครั้ง เมื่อสีลอฟท์ที่ทาเคลือบแห้งดีแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการใช้ฟองน้ำทาสีทั่วไป ลงสีและสร้างลวดลายอีกประมาณ 2 รอบ แต่ละรอบต้องปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 30-45 นาที โดยต้องใช้ไม้กวนสีให้เข้ากันให้ดีก่อนทุกครั้ง
  6. ลงน้ำยาเคลือบผนัง การลงน้ำยาเคลือบผนังรอบแรก ควรผสมน้ำในปริมาณ 10-15% และทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 2-4 ชั่วโมง
  7. ลงน้ำยาเคลือบผนังทับอีกชั้น สำหรับการลงน้ำยาเคลือบผนังรอบนี้ไม่จำเป็นต้องผสมน้ำก่อน ลงน้ำยาเคลือบเพียวๆ ได้เลย สามารถลงทับได้ตั้งแต่ 1 รอบขึ้นไป โดยแต่ละรอบควรทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง
  8. เก็บงานทำความสะอาด

เมื่อลงสีครบทุกขั้นตอนแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเก็บงาน ให้สำรวจพื้นที่ตามซอกมุม หรือพื้นที่ที่สร้างลวดลายทิ้งไว้ ว่ามีจุดไหนพลาดลืมลงสีหรือไม่ หากลงสีในส่วนที่กำหนดไว้ครบหมดแล้ว ให้ดึงเทปที่เคยแปะไว้ขอบมุมต่างๆ ออกให้หมด แล้วเก็บรายละเอียดในรอบสุดท้าย จากนั้นให้ทำความสะอาดพื้นผิวผนังด้วยแปรงปัดผุ่นหรือผ้าสะอาด เพื่อจัดการฝุ่นและคราบความสกปรกต่างๆ เป็นอันจบขั้นตอน

เป็นยังไงกันบ้างกับเทคนิคดีๆ สำหรับการทาสีลอฟท์ที่เรานำมาฝาก ใครที่กำลังมีแพลนจะปรับปรุงรีโนเวทบ้านใหม่ อย่าลืมเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กันดู รับรองว่าจะได้ผนังสไตล์ลอฟท์ที่สวยถูกใจอย่างแน่นอน ส่วนใครที่กำลังมองหาสีลอฟท์คุณภาพดี เราขอแนะนำ ทีโอเอ ลอฟท์ เมทัลลิค ผลิตภัณฑ์สีลอฟท์สำหรับทาภายใน ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก TOA มาพร้อมกับโทนสีพิเศษ ที่ผสานกับผงเมทัลลิค ที่จะช่วยให้คุณสร้างสรรค์ผลงานได้สวยในแบบที่ไม่ซ้ำใคร ที่สำคัญ ในเซ็ตของสีลอฟท์ ทีโอเอ ลอฟท์ เมทัลลิค ยังมีอุปกรณ์แถมมาให้แบบครบครัน ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาไปหาซื้อเพิ่มให้ยุ่งยากอีกด้วย