ททท. ส่ง Amazing New Chapters พลิกโฉมท่องเที่ยวไทย ดัน 5F ดึงรายได้ 2.38 ล้านล้านบาท

3.08.23 | 10:00 น.

โควิด-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชนคนไทยเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอีกด้วย ซึ่ง ‘ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว’ ที่เป็นหนึ่งฟันเฟืองสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และเคยมีสัดส่วนรายได้เกือบร้อยละ 20 ของ GDP ก็หนีไม่พ้น

สาเหตุหนึ่งมาจากที่ประชาชนไม่สามารถเดินทางเข้าและออกนอกประเทศได้ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยว
ต่างประเทศลดลงจาก 40 ล้านคน ในปี 2562 เหลือ 6.7 ล้านคน ในปี 2563 และในปี 2564 เหลือแค่ 4 แสนคนเท่านั้น

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

เมื่อสถานการณ์กลับมาคลี่คลาย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ทำแคมเปญ ‘ปีท่องเที่ยวไทย 2565’ หรือ Visit Thailand Year 2022 : Amazing New Chapters ขึ้น นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำเร็จของแคมเปญนี้ว่า ปีท่องเที่ยวไทย 2565 ได้มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศถึง 11.8 ล้านคน ขณะที่ผู้มาเยี่ยมเยือนชาวไทยอยู่ที่ 189 ล้านคน/ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ ‘จุดหมายปลายทางยอดนิยม’ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ปีนี้ ททท. จึงต่อยอด ปีท่องเที่ยวไทย 2566 หรือ Visit Thailand Year 2023 : Amazing New Chapters ขึ้น

การขยายแคมเปญต่อเนื่องในครั้งนี้มี เป้าหมายเพื่อดึงรายได้กลับมาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของปี 2562 หรือ
ราวๆ 2.38 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากต่างประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท และรายได้หมุนเวียนจากตลาดคนไทย 8.8 แสนล้านบาท โดยเน้นนโยบายด้านการตลาด ซึ่งสอดคล้องกับการที่ ททท. ปรับเปลี่ยนวิธีการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น

สำหรับตลาดต่างประเทศ ททท. มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแคมเปญ ‘Amazing New Chapters’ เสนอคุณค่าการท่องเที่ยวไทยมุมมองใหม่ สร้างแรงบันดาลใจ เติมไฟ เติมความหมายของชีวิต ผ่านสินค้า Soft Power รวมทั้งการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยภายใต้แบรนด์ Amazing Thailand ให้แข็งแกร่ง

Advertisement

ในส่วนของตลาดในประเทศ ททท. จะส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแคมเปญโฆษณา ‘เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม’ เน้นสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวมุมมองใหม่ ชดเชยช่วงเวลาที่หายไปจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะโมเมนต์ที่ใช่ สร้างได้ไม่ต้องรอ

ควบคู่กับการดำเนินโครงการ ‘365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน’ เพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์ว่าเมืองไทยสามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี เน้นสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมายและทรงคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว บนพื้นฐานของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือ C&C (Community & Culture)

ชู Soft Power of Thailand หรือ 5F ไม่ว่าจะเป็น อาหาร (Food) ภาพยนตร์ (Film) ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) ศิลปะการต่อสู้และมวยไทย (Fight) และเทศกาลประเพณี (Festival) ของแต่ละท้องถิ่น เพื่อเพิ่มคุณค่าให้นักท่องเที่ยวในแง่มุมต่างๆ ทั้งการรับรู้และการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางจริง ชูวิถีการกินมาสร้างเสน่ห์ พานักท่องเที่ยวเข้าชุมชน นำเสนอเทศกาลบนพื้นฐานความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังไม่เคยปรากฏหรือรับรู้กันในวงแคบ ออกสู่สาธารณะ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว และเดินทางไปสัมผัสความงดงามทางวัฒนธรรมของพื้นที่นั้นๆ

“โครงการนี้มีจุดขายในเรื่อง Workcation เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Y มากขึ้น ด้วยการจัดทำ 365 Wonder Calendar ปฏิทินรวบรวมเทศกาล กิจกรรม ประเพณี ร้านค้าร้านอาหารต่างๆ ในแต่ละเดือนให้เลือกเที่ยวได้ตลอดทั้งปี”

ผู้ว่าการ ททท. อธิบายเพิ่มเติมว่า ททท. ยังเดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้วยการจับมือกับ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) หรือ TEATA นำเสนอแนวคิด ‘BCG Tourism’ หรือ การท่องเที่ยวยั่งยืน ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพัฒนากลไกความร่วมมือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวมากขึ้น

“แม้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยจะเป็นที่ยอมรับด้านคุณภาพการบริการแต่อย่างไรก็ดีในด้านความปลอดภัยยังมีความจำเป็นต้องเร่งพัฒนาและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย รวมถึงความพร้อมของสาธารณูปโภคด้านต่างๆ ซึ่งหากทำได้ครบทุกมิติก็ถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สู่การเติบโตที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน (STGs) ที่ ททท. กำหนดไว้”  ผู้ว่า ททท. พูดด้วยความมุ่งมั่น

นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อม นายยุทธศักดิ์ บอกอีกว่า ททท. ยังมุ่งส่งเสริม ‘การท่องเที่ยวเท่าเทียม’ เพื่อกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม สร้างโอกาสและเพิ่มการเข้าถึงการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลอย่างแท้จริง ผ่านโมเดลเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) มายกระดับคุณภาพห่วงโซ่อุปทานของท่องเที่ยวไทย สร้างสมดุลในมิติของพื้นที่และเวลา โดยการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพนอกฤดูกาล เพิ่มรายได้ทั่วถึงและเป็นธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง

“เพื่อให้ปีท่องเที่ยว 2566 สมบูรณ์ เราต้องพยายามผลักดันท่องเที่ยวทั้งปี-ท่องเที่ยวยั่งยืน-ท่องเที่ยวเท่าเทียม เพราะสุดท้าย ททท. ไม่ได้เอาแค่รายได้ หรือจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาแต่เราอยากเห็นการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างสมดุลทุกมิติบนพื้นฐานของความยั่งยืน ขณะเดียวกัน ททท. ก็พยายามสร้างจุดขายใหม่ๆ ผ่าน Unseen New Chapters เปิดแหล่งท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ Untold หยิบเรื่องราว “เขาเล่าว่า” มานำเสนอใหม่ และ Unbox แกะกล่องประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ เช่น พายซัพในคลอง นอนนับดาวในคืนที่มืดมิด หรือพาร่างกายและจิตไปอาบป่า” ผู้ว่า ททท. สรุป

นางสาววสุมน เนตรกิจเจริญ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.)

ซึ่งความยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทยจะสำเร็จได้ แน่นอนว่าต้องมาจากความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อย่าง TEATA หรือ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) ถือเป็นหนึ่งองค์กรที่มีบทบาทสำคัญที่ร่วมผลักดันให้การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเกิดขึ้น โดย นางสาววสุมน เนตรกิจเจริญ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า TEATA ได้ดำเนินงานร่วมกับ ททท. มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น คาราวานรถยนต์ไฟฟ้า ‘มินิคาราวานคาร์บอนนิวทรัลเอาท์ติ้ง’ กิจกรรมช่วยลดโลกร้อนปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์รูปแบบใหม่ หรือ การจัดงาน Amazing New Chapters, Amazing ‘BALANCE’ Tourism เพื่อนำเสนอสินค้าคุณภาพ อาทิ เส้นทางท่องเที่ยว ที่พักและกิจกรรม ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจ BCG และ Happy Model

ต่อด้วยสนับสนุน ‘ปีท่องเที่ยวไทย 2566’ ออกเดินทางไปร่วมงาน Internationale Tourismus Borse หรือ ITB Berlin 2023 ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยมุ่งสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

“เพื่อตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เราจึงนำเอาแนวคิด BCG มาออกแบบกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ” นายกฯ TEATA เสริม นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว

และอีกหนึ่งพันธมิตร สำคัญของ ททท. อย่างสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว โดย นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ  ATTA กล่าวว่า ผลการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย 2566 ของ ททท. มีส่วนผลักดันนักท่องเที่ยวใหม่และนักท่องเที่ยวเดิมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยหลังโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไตรมาสที่ 1-2 ปี 2566 เพิ่มขึ้นจากปี 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับของปีที่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซีย ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทย จำนวนมากที่สุด

นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ให้ความเห็นว่า “ความสำเร็จนี้เกิดจากการที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันทำประชาสัมพันธ์ อำนวยความสะดวกการเดินทางของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 จนถึงปัจจุบัน รวมถึงการอัปเดตสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรม หรือเรื่องราวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่เสมอ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ในเมืองรอง หรือ ร้านค้าใหม่ ย่านใหม่ ร้านอาหาร คาเฟ่ใหม่ เพื่อทำให้เมืองไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม ที่สามารถกลับมาเที่ยวได้ทุกเทศกาลแบบไม่รู้จบ

“ปีท่องเที่ยวไทย 2566 ถือเป็นแคมเปญน่าสนใจ ซึ่งหัวใจหลักคือการมุ่งสร้างประสบการณ์เพื่อก้าวสู่ความยั่งยืน โดยใช้ BCG Model และ Soft Power ของไทย ซึ่งช่วยยกระดับการท่องเที่ยวไทยทั้งระยะยาวและระยะสั้นได้ดีทีเดียว” นายก ATTA ปิดท้าย