- TCEB ทุ่มลงทุนโร้ดโชว์ไมซ์“จีน-อินเดีย” สิงหาคม 2566 เดือนเดียวกวาดรายได้เข้าไทยเฉียด5,000 ล้านบาท
- จีนลั่นปี’67ส่งธุรกิจการแสดงสินค้าเข้าร่วมทุกเวทีในไทย “อินเดีย” นำการประชุมแพทย์ พลังงาน มาไทยเพียบ
- ไมซ์ในประเทศปิดงบปี’66 เร่งอัดฉีดเพิ่มรายได้ 2 โปรเจกต์ “ประชุมเมืองไทย” กับ EMTEX

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บวางกลยุทธ์ทำตลาดเชิงรุกครึ่งปีหลังตั้งแต่สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป ได้เร่งทำโร้ดโชว์ไมซ์ต่างประเทศ 2 ตลาดใหญ่ ประกอบด้วย ตลาดแรก “สาธารณรัฐประชาชนจีน” โดยพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา และ “ดร.อรรชกา สีบุญเรือง” ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ทีเส็บ นำธุรกิจไมซ์ทั้งโรงแรม สถานที่จัดประชุม ของไทย 42 รายไปจัด “Thailand MICE Roadshow in China 2023” เมื่อ 7-9 สิงหาคม 2566 ที่กรุงปักกิ่ง และกวางโจว รุกตลาดการจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (MI :Meeting &Incentive) และตลาดจัดการแสดงสินค้า (E :Exhibition) โดยได้เชิญชวนบริษัทตัวแทนผู้ซื้อหรือ buyer ในจีนเข้ามาร่วมจับคู่เจรจาธุรกิจกับผู้ขายของไทย
งานนี้ไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในกรุงปักกิ่งแห่งเดียว สามารถนำงานใหม่เพิ่มมาจัดในไทย (business lead) แบ่งเป็น กลุ่มที่ 1 MI จัดประชุมและอินเซ็นทีฟ 25 งาน จะมีผู้เข้าร่วม 31,650 คน โดยเฉพาะบริษัทคอร์ปอเรตขนาดใหญ่ยืนยันจะนำอินเซ็นทีฟกลุ่มตัวแทนธุรกิจขายตรงในจีนมาไทย กลุ่มแรก 5,000 คน ระหว่าง 8-12 กันยายน 2566 กลุ่มที่ 2 เอ็กซิบิชั่นอีก 6 งาน จะมีผู้เข้าร่วม 10,520 คน ขณะนี้ไมซ์จีนที่ทีเส็บร่วมกับเอกชนทำได้ไม่ต่ำกว่า 50,000-60,000 คน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันพลเอกธนะศักดิ์ยังได้นำทีเส็บและผู้ประกอบการไมซ์ไทยเข้าพบเจรจาสร้างความสำเร็จอีก 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เข้าพบผู้บริหารหน่วยงานรัฐระดับแถวหน้าของจีนอย่างเลขาธิการการค้าอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญด้านการส่งเสริมทำการค้า ยืนยันจะเพิ่มบทบาทการจัดแสดงสินค้าในไทยจะให้มีพาวิลเลี่ยนจีนเข้ามาร่วมงานต่าง ๆ ด้วย โดยจะทำเป็นแพกเกจสนับสนุนเอกชนจีนเข้ามาร่วมงานเอ็กซิบิชั่นไทยอย่างเต็มที่
ส่วนที่ 2 พบปะแลกเปลี่ยนส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการสาธารณรัฐประชาชนจีน 2 องค์กร คือ CCOIC กับ CCPIT จะส่งเสริมนำงานไมซ์ใหม่ ๆ เข้ามาจัดในไทย รวมถึงตัวแทนศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ของไทยทั้ง ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) และศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ร่วมแลกเปลี่ยนกับพันธมิตรจีนซึ่งมีคู่ค้าจัดงานไมซ์ทั้งจาก ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว ด้วย
ส่วนที่ 3 เข้าพบนายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที เอกอัครฑูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ยืนยันถึงทางสถานฑูตให้ความมั่นใจการขอวีซ่าเข้าไทยเพื่อการจัดแสดงสินค้า การจัดประชุม และการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล กับตลาดจีนเดินทางมาไทย

นายจิรุตถ์กล่าวว่า การทำโรดโชว์ตลาดที่ 2 ใน “อินเดีย” ทีเส็บนำผู้ประกอบการธุรกิจไมซ์ไทยกว่า 60 ราย เดินทางไป2 เมืองใหญ่ กรุงเดลี และมุมไบ ได้รับความสนใจมีผู้ร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งอินเดียชื่นชอบและต้องการอย่างมากคือทีเส็บได้จัดทำโครงการแจกรางวัล President Awards ขึ้น เพื่อคัดเลือกบริษัทที่มีคุณภาพและนำไมซ์เข้ามาไทยขนาด 3,000-10,000 คน มีจำนวน 15 บริษัท รวมทั้งบริษัทที่จัดกิจกรรมไมซ์เพื่อสังคมก็แจกรางวัลให้ด้วยเป็นปีแรก สร้างความประทับใจกับคู่ค้าในอินเดีย
งานไมซ์โร้ดโชว์อินเดียทั้ง 2 เมือง ประสบความสำเร็จสูงเช่นกันโดยจะมีนักเดินทางไมซ์ 2 ตลาด คือ ตลาดแรก กลุ่มจัดการประชุมของ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจขายตรง การแพทย์ และพลังงาน ตลาดที่สอง กลุ่มอินเซ็นทีฟพร้อมจะยอยเดินทางมาไทยเริ่มตั้งแต่กันยายน 2566 ถึงต้นปี 2567 ไม่ต่ำกว่า 60,000 คน สร้างรายได้กว่า 2,500-2,700 ล้านบาท
นายจิรุตถ์กล่าวว่า ทีเส็บมีแผนจะทำเทรดโชว์แยกแต่ละส่วน ประกอบด้วย ตลาดเอ็กซิบิชั่น/จัดการแสดงสินค้า วางแผนบุกไป “เวียดนาม” ปลายเดือนสิงหาคม 2566 ส่วน “ตลาดจัดประชุมและอินเซ็นทีฟ” รอเข้าเทรดโชว์ใหญ่ของโลก เริ่มประมาณต้นเดือนตุลาคม 2566 เช่น IBTM 2023 ประเทศสเปน กับงาน IMEX สหรัฐอเมริกา ต่อเนื่องปี 2567 จะเข้าร่วมงาน AIM ที่กรุงเมลเบิร์น ออสเตรเลีย
ตามผลวิจัยขณะนี้ไทยเป็นประเทศจุดหมายปลายทางของทั่วโลก หลังสถานการณ์โควิด-19 แต่ละประเทศสนใจข้อมูลความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมไมซ์โดยแสดงเจตนาต้องการเลือกมาจัดงานในไทย โดยไม่ได้สนใจเรื่องนโยบายสนับสนุนงบประมาณของภาครัฐ หรือปัญหาการเมืองในประเทศ ส่วนใหญ่แล้วมุ่งรับรู้ความพร้อมของไทยเกี่ยวกับมีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่รองรับการจัดงานแต่ละประเภทได้เป็นอย่างดี มีระบบโครงข่ายบริการสาธารณะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ จึงส่งผลให้ทีเส็บและเอกชนไทยมั่นใจจะบุกตลาดต่างประเทศ เพื่อไปยืนยันความคืบหน้าพร้อมต้อนรับชาวต่างชาติทั่วโลกนำไมซ์เข้าไทย รวมทั้งการบินไทยก็พยายามเร่งเปิดทุกเส้นทางรองรับอย่างเต็มที่

นายจิรุตถ์ย้ำว่าสถานการณ์ “ตลาดในประเทศ” ก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2566 ทีเส็บเร่งเดินหน้ากระตุ้น 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการที่ 1 “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เปิดมาตั้งแต่เดือนเมษายนกำหนดจะปิด 22 สิงหาคม นี้ ได้ให้ผู้ประกอบการรับเงินสนับสนุนเพื่อใช้จัดงานไมซ์ในประเทศ ล่าสุดสรุปยอดต้นสิงหาคมมีเอกชนนำเงินไปจัดแล้ว 723 กลุ่ม ตามเป้าจะทำให้ครบ 1,000 กลุ่ม กระตุ้นจัดงานไมซ์เพิ่มการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน และ โครงการที่ 2 EMTEX :Empower Thailand Exhibition ให้การสนับสนุนผ่านแคมเปญ SPIRE Thailand จะสิ้นสุดเดือนกันยายน นี้ ประกอบด้วย

แพกเกจที่ 1 สนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศตามรูปแบบจำนวนเงิน ผ่าน 2 แพกเกจหลัก คือ 1.Clustering Show สนับสนุนงานแสดงสินค้าทั่วไปวงเงินไม่เกิน 700,000 บาท/งาน ต้องจัดงานส่งเสริม 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก ไม่ใช่งานเทศกาลหรือ Fun Fair และต้องมีระบบการลงทะเบียนเข้างานเก็บรวบรวมฐานข้อมูลมาแสดงอย่างชัดเจน 2.Regional Best Show สนับสนุนงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาควงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท/งาน ส่งเสริม 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก จัดงานในพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ปี 2567 จะให้เน้นการจัดเอ็กซิบิชั่นด้านพลังงานยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น
แพกเกจที่ 2 สนับสนุนในรูปแบบที่ไม่ใช่เงิน ใช้วิธีให้ทีเส็บเป็นตัวกลางและเจ้าภาพประสานกับภาคีเครือข่าย 11 หน่วยงาน เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจแสดงสินค้าครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ 1.ฐานข้อมูลร่วมแสดงงาน 2.ฐานข้อมูลผู้ซื้อในงาน 3.เครือข่ายท้องถิ่น 4.องค์ความรู้อบรม สัมมนา 5.ข้อมูลเชิงึกของอุตสาหกรรมและตลาดเป้าหมาย 6.การหาแหล่งเงินทุนและเงินสนับสนุน 7.การประชาสัมพันธ์
นายจิรุตถ์ ยืนยันว่านโยบายสนับสนุนไมซ์ในประเทศปี 2567 ทีเส็บจะเน้นการสร้างงานใหม่โดยเข้าไปจับมือกับเครือข่ายพันธมิตรในพื้นที่เป้าหมายเพื่อพัฒนางานที่มีโอกาสสร้างความสำเร็จได้จริง ผนวกกับการขยายประกาศเมืองไมซ์ หรือ MICE CITY แห่งใหม่เพิ่มขึ้น เช่น จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคอีสาน สุราษฎร์ธานี ภาคใต้ ส่วน “ตลาดต่างประเทศ” ยังคงเดินหน้าลุยทำโร้ดโชว์ เทรดโชว์ งานหลักในเวทีนานาชาติ และเข้าร่วมงานศักยภาพสูงมีโอกาสนำรายได้เข้าเมืองไทยเพิ่ม เพื่อใช้อุตสาหกรรมไมซ์ของไทยเป็นเครื่องมือหลักสร้างเศรษฐกิจประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

