หลังสถานการณ์การเมืองชัดเจน “เศรษฐา” นั่งนายกคนที่ 30
สถานการณ์สุญญากาศทางการเมืองเริ่มคลี่คลายหลังที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ประชาชนต่างเริ่มทวงถามถึงประเด็นและปัญหาต่างๆที่รอการคลี่คลายมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้า เช่น ประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า คาสิโน หรือเซ็กส์เวิร์คเกอร์ ที่นายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพรทองธาร ชินวัตรได้ให้ความเห็นไว้ช่วงก่อนการเลือกตั้ง หวังรัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการเพื่อให้ประเทศไทยก้าวทันโลกยิ่งขึ้น
ในช่วงที่ผ่านมา มีวาระที่รอการพิจารณาในประเด็นปัญหาต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสุราก้าวหน้า หรือประเด็นราคาผลผลิตทางการเกษตร และยังมีการยื่นญัติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎรโดยส.ส. ไผ่ ลิกค์ ได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาผลประโยชน์ของการมีกฎหมายควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่แม้ประเทศไทยจะมีการแบนบุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่ปีที่ 9 แต่บุหรี่ไฟฟ้ากลับไม่ได้หายไปจากสังคมไทยอย่างแท้จริง หนำซ้ำยังสามารถหาซื้อได้ง่ายโดยไม่มีการตรวจสอบควบคุมอายุผู้ซื้อผู้ขาย หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และมีการใช้ในกลุ่มเด็กและเยาวชนโดยปราศจากการตรวจสอบ กำกับ ดูแล แต่ก็ได้รับเสียงค้านจากแพทย์กลุ่มหนึ่งในทันที
การควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายนั้น เป็นสิ่งที่หลายประเทศได้นำมาปรับใช้จริงเพื่อผลประโยชน์ทางสาธารณสุขรวมถึงเพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และสามารถป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประเทศนิวซีแลนด์หรือสหราชอาณาจักรต่างก็หันมาสนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่ในประเทศหันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทนบุหรี่มวนเพื่อลดอัตราการเกิดโรคจากการสูบบุหรี่ ซึ่งก็สามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ และให้ความสำคัญกับการป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้โดยง่าย
สำหรับมุมมองเกี่ยวกับประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าของว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างนายเศรษฐา ทวีสิน ร่วมด้วยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ตัวแทนพรรคเพื่อไทย ก็ได้มีการแสดงออกว่าเห็นด้วยกับการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายในช่วงการหาเสียงที่ผ่านมา ซึ่งก็จุดประกายความหวังให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูบบุหรี่กว่า 9.9 ล้านคนที่คาดหวังว่าประเทศไทยจะขยับและดำเนินนโยบายตามแนวทางของหลายประเทศทั่วโลก และมอบสิทธิในการเข้าถึงทางเลือกให้แก่ผู้สูบบุหรี่อย่างที่นานาประเทศทำ ซึ่งล้วนแล้วแต่อ้างอิงและพิจารณาด้วยหลักฐานและผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส. กทม. พรรคก้าวไกล ก็ได้ทวีตเกี่ยวกับทิศทางของบุหรี่ไฟฟ้าจากความเห็นของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) โดยนายอนุทินกล่าวว่าในกรณีการทำบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายอาจเป็นไปได้ยากกว่าสุราเสรี และในจังหวะที่จะมีการประชุมประเทศภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยการควบคุมยาสูบหรือการประชุม COP10 ที่ประเทศปานามาในระหว่าวันที่ 20 ถึง 25 พฤศจิกายนนี้ยิ่งต้องจับตาว่าผู้แทนประเทศไทยจากกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงที่เกี่ยวข้องเช่น กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง จะมีท่าทีที่สวนทางกับนโยบายที่นายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงไว้หรือไม่ และพรรคเพื่อไทยเองจะรักษาคำพูดที่ให้กับประชาชนไว้มากแค่ไหนหลังจากที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้อง “อกหัก” และ “ผิดหวัง” ในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่าน จับตาดูว่าวาระประชาชนจะเป็นที่ตั้งดั่งคำสัญญาหรือไม่

