ความฝันของใครหลาย ๆ คนคือการมีบ้านของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในวัยกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว หรือผู้ที่คิดจะสร้างครอบครัว หลายคนก็มองว่าการมีบ้านนั้นคือสิ่งที่มาช่วยเติมเต็มให้ชีวิตมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น บ้านจึงไม่ใช่เพียงที่พักอาศัย แต่ยังเป็นเหมือนความฝัน และจุดหมายสูงสุดของชีวิต แต่ก่อนจะเริ่มซื้อบ้าน หรือจะเริ่มมองหาบ้านในฝันสักหลังหนึ่งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะบ้านคือเรื่องใหญ่ที่จะต้องคิด และวางแผนให้ดีในทุกขั้นตอน มาดูสิ่งสำคัญที่ต้องรู้จักไว้ก่อนดีกว่า กับ 6 สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อบ้าน ให้ได้บ้านที่ดี และเหมาะสมกับคุณที่สุด
1.ระบุความต้องการและรูปแบบบ้านที่อยากได้

คุณต้องการบ้านแบบไหน? ถึงแม้หลาย ๆ คนจะมีบ้านในฝันของตัวเองอยู่แล้ว แต่เมื่อจะมาซื้อบ้านจริง ๆ ก็มีเรื่องหลาย ๆ อย่างให้ได้พิจารณากัน เพราะฉะนั้นบ้านในฝัน อาจจะไม่ใช่รูปแบบบ้านที่ตรงกับความต้องการของคุณจริง ๆ ก็ได้ ซึ่งอาจจะดูจากไลฟ์สไตล์ของคุณเอง ผู้อยู่อาศัยในบ้าน วัตถุประสงค์ของการใช้งาน และงบประมาณที่สามารถจ่ายได้ โดยมีตัวเลือกของรูปแบบบ้าน เช่น
- บ้านเดี่ยว บ้านที่ไม่มีผนังส่วนใดของบ้านติดกับบ้านหลังอื่น โดยจะมีพื้นที่ว่างรอบ ๆ บริเวณบ้าน และมีรั้วรอบบ้าน ซึ่งบ้านเดี่ยวอาจจะเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว หรือบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เป็นรูปแบบของบ้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะกับครอบครัวใหญ่ หรือผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะมีพื้นที่ในสามารถจัดสรรได้ตามความต้องการ
- บ้านแฝด บ้านที่มีผนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้านติดกับบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งบ้านแฝดก็ยังสามารถแบ่งประเภทย่อย ๆ ลงไปได้อีก ซึ่งทำให้มีราคาบ้านที่แตกต่างกัน แต่ราคาของบ้านแฝดก็ยังถือว่าถูกกว่าบ้านเดี่ยว เพราะเหลือพื้นที่ใช้สอยบริเวณบ้านน้อยกว่า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในยุคนี้ ไม่ว่าจะเลือกอยู่ครอบครัวเดียวก็ยังมีความเป็นส่วนตัวอยู่บ้าง หรือใครที่อยากขยายครอบครัว ก็สามารถซื้อบ้าน 2 หลังที่ติดกันได้
- ทาวน์เฮ้าส์/ทาวน์โฮม บ้านที่เป็นมีผนังบ้านทั้ง 2 ฝั่งติดกับบ้านอีก 2 หลัง โดยจะเป็นในรูปแบบบ้านแถว หรือตึกแถว ซึ่งจะมีรั้วกั้นเป็นช่อง ๆ หรืออาจไม่มีก็ได้ โดยบ้านจะมีหน้าตาเหมือนกัน อยู่ติดกันมากกว่า 2 หลังขึ้นไป ซึ่งทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โอมจัดเป็นรูปแบบเดียวกัน แต่ทาวน์โฮมจะมีการอัปเกรดเพิ่มมากขึ้น บ้านประเภทนี้จะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด และความส่วนตัวน้อย แต่ก็อาจจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการทำเป็น Home office
- คอนโดมิเนียม อาคารชุดตึกสูง ที่แบ่งออกเป็นหลาย ๆ ห้อง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนอยากได้บ้านสำหรับใช้อยู่คนเดียว หรือครอบครัวเล็ก ๆ โดยคอนโดนั้นมีหลายขนาด หลายรูปแบบให้เลือก เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง หรือต้องการอยู่ใกล้กับบริการขนส่งมวลชนสาธารณะอย่างรถไฟฟ้า ซึ่งก็ถือว่ายังมีความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย อีกทั้งยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ได้ใช้สอย
2.ค้นหาสถานที่ตั้งของบ้านที่คุณต้องการ

สถานที่ตั้งของบ้าน หรือทำเลของบ้าน ก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หากคุณมีรถส่วนตัวที่ทำให้คุณสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก การเลือกออกไปอยู่ในพื้นที่ชานเมือง ก็อาจจะทำให้คุณได้บ้านที่มีราคาถูกกว่าในพื้นที่เท่ากัน และห่างจากความวุ่นวาย แต่หากคุณใช้ชีวิตในเมืองเป็นส่วนมาก หรือทำงานในเมือง ก็อาจจะต้องมองหาทำเลที่ใกล้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ หรืออยู่ในเมือง นอกจากนี้ก็ยังต้องพิจารณาจากปัจจัยอีกหลาย ๆ ด้านในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ดังนี้
- เดินทางสะดวก อยู่ติดกับถนนสายหลัก ไม่ต้องเข้าซอยลึกหรือเปลี่ยว ใกล้กับบริการขนส่งมวลชนสาธารณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถประจำทาง รถไฟฟ้า
- ไม่ห่างไกลจากที่ทำงาน หากมีงานประจำที่อยู่เป็นหลักแหล่งแล้ว ก็ควรจะเลือกหาบ้านที่อยู่ไม่ห่างไกลจากที่ทำงานมากนัก เพื่อความสะดวกในการเดินทาง และเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย
- ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน อยู่ใกล้สถานพยาบาล ตลาด หรือสถานที่ซื้ออาหาร หากมีลูกก็ควรจะอยู่ใกล้กับสถานศึกษา โดยเฉพาะในระดับอนุบาล หรือชั้นประถม
- ไม่อยู่ในพื้นที่รองรับน้ำ หรือเกิดน้ำท่วมขังบ่อย โดยสามารถดูจากแผนที่ผังเมือง หรือสอบถามจากผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้น ๆ
- ไม่ใกล้เคียงโรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่ทิ้งขยะ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ การอยู่ใกล้เคียงกับสถานที่เหล่านี้นั้นมีทั้งมลภาวะทางกลิ่น และทางเสียง ซึ่งไม่เหมาะกับการเป็นที่พักผ่อนได้อย่างสบายใจอย่างแน่นอน
- 3.ตรวจสอบสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวก (H2)
ดังที่ได้กล่าวถึงไปในเรื่องทำเลที่ตั้งของบ้าน สภาพแวดล้อมในบริเวณบ้านคือเรื่องสำคัญอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน อยู่ใกล้สถานพยาบาล แหล่งซื้ออาหาร ร้านสะดวกซื้อหรือไม่ และเรื่องของเสียงรบกวน หรือกลิ่นรบกวน ที่จะทำให้เราใช้ชีวิตในบ้านได้ไม่ราบรื่นอย่างที่ต้องการ จากที่จะมีบ้านในฝัน ก็อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามก็ได้ ซึ่งเรื่องของสภาพแวดล้อม ก็ยังรวมไปถึงเพื่อนบ้านด้วย เพื่อให้คุณได้อยู่อย่างสงบสุข ไม่เกิดปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านจนทำให้เสียสุขภาพจิตไปตาม ๆ กัน หากเป็นบ้านที่อยู่ในโครงการบ้านจัดสรรต่าง ๆ ก็ต้องดูนิติบุคคลที่คอยดูแล และจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ลูกบ้านด้วยว่าทำงานอย่างไร มีปัญหาหรือไม่
4.ศึกษาราคาบ้านให้ถี่ถ้วน

หลาย ๆ คนน่าจะเข้าใจผิดในเรื่องของราคาบ้านกันเป็นจำนวนมาก ว่าราคาบ้านมักจะขึ้นเสมอ ไม่มีทางลง แต่จริง ๆ แล้วเรื่องของราคาบ้านนั้นขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยในช่วงนั้น จึงทำให้ราคามีความผันผวนอยู่เช่นกัน ทั้งในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ศักยภาพของการพัฒนาพื้นที่นั้น ๆ อุปสงค์อุปทานในความต้องการที่อยู่อาศัย รวมทั้งยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อ มาตรการที่ออกมาในช่วงนั้นของรัฐ เป็นต้น ซึ่งก่อนจะเลือกซื้อบ้าน ควรศึกษาราคาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้ถี่ถ้วน โดยอาจจะติดตามแนวโน้มของราคาในแต่ละปี สำรวจราคาบ้านในบริเวณนั้น ๆ ว่าอยู่ที่เท่าไหร่ รวมทั้งคอยติดตามโปรโมชันของโครงการบ้านต่าง ๆ ให้ดี เพราะในบางครั้งก็จะมีการจัดโปรที่ทำให้ได้ราคาบ้านที่มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นอีกด้วย
5.ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อบ้านให้ครบ
เรื่องเอกสารในการซื้อบ้าน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการจะได้มาซึ่งบ้านสักหลังเลยก็ว่าได้ เพราะต้องใช้เอกสารในการทำสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน เอกสารในการทำสัญญาซื้อบ้าน ซึ่งจะมีเอกสารที่จำเป็นต้องเตรียมก่อนซื้อบ้าน และเอกสารที่จะได้รับจากผู้ขายหลังจากซื้อบ้าน โดยเอกสารหลัก ๆ ที่ต้องใช้ในการซื้อบ้านมีดังนี้
- เอกสารยืนยันตัวตน ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
- เอกสารแสดงรายได้ ได้แก่ หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง หลักฐานการเสียภาษี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- เอกสารหลักประกัน ได้แก่ สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาสัญญาจะซื้อขาย แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่ดิน สัญญาการกู้เงินจากธนาคาร
6.ตรวจสอบความปลอดภัย

นอกจากเรื่องของบ้านที่ตอบโจทย์ผู้พักอาศัยทั้งด้านรูปแบบของบ้าน ทำเล และสภาพแวดล้อมแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ซึ่งเป็นอีกสิ่งที่หลาย ๆ คนนั้นนำมาพิจารณาเป็นอันดับแรก เพราะหากได้บ้านที่ถูกใจ แต่ความปลอดภัยไม่ตอบโจทย์ ก็อาจจะทำให้เราได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี และต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องความปลอดภัยในตัวบ้านนั้น เราสามารถติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่าง ๆ เพิ่มได้ ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด สัญญาณกันขโมยต่าง ๆ
แต่ความปลอดภัยในบริเวณโดยรอบบ้านก็อาจจะเป็นปัจจัยที่เรานั้นไม่สามารถควบคุมเองได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องพิจารณาให้ดีว่าซอยบ้านของเรานั้นเปลี่ยวไหม ห่างไกลจากบ้านของผู้อื่นไปหรือเปล่า มีไฟทางส่องสว่างในช่วงเวลากลางคืนหรือไม่ มีเพื่อนบ้านแบบใด รวมทั้งความปลอดภัยหากเกิดเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ เช่นไฟไหม้ ก็ต้องดูให้ดีว่าบริเวณนั้นถนนกว้างพอให้รถดับเพลิงเข้าถึงหรือไม่ มีหัวจ่ายน้ำดับเพลิงอยู่ที่ใด ส่วนผู้ที่จะซื้อบ้านในโครงบ้านจัดสรรต่าง ๆ หลายโครงการก็มักจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมให้อยู่แล้ว ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัย และพนักงานรักษาความปลอดภัย แต่ก็ต้องดูมาตรการอื่น ๆ ของโครงการด้วย ว่ามีความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยมากแค่ไหน เช่น มีการตรวจเช็กผู้เข้าออก การรับมือเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
7.การเลือกใช้บริการบริษัทหรือตัวแทนซื้อขายบ้าน
สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการเลือกซื้อบ้านให้ง่าย สามารถเปรียบเทียบราคา รูปแบบบ้าน และทำเลที่ตั้งให้สะดวก เราก็มีเคล็ดลับพิเศษมาแนะนำกัน นั่นก็คือการเลือกซื้อบ้านผ่านตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เราขอแนะนำที่ KCLPROPERTY บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นตัวกลางในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นขายบ้าน คอนโดมิเนียม รีสอร์ท ที่ดิน หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ให้ลูกค้าสามารถหาบ้านในฝันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ในราคาที่สามารถเอื้อมถึง และคุ้มค่า ให้เราช่วยดูแลคุณ และครอบครัวของคุณ
มีบ้านในฝันได้ง่าย ๆ เลือกได้ด้วยตัวคุณเอง

หากคุณอยากมีบ้านในฝัน ก็ต้องนำฝันของคุณมาแสดงให้เป็นภาพที่ชัดเจนให้ได้ ด้วยการนำ 7 สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อบ้านที่เราได้กล่าวไปในข้างต้น มาสำรวจ และค้นหาบ้านที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด โดยบ้านในฟันนั้น ต้องเป็นบ้านที่ทำให้คุณสามารถอยู่ได้อย่างสุขสบายทั้งกายและใจ ด้วยรูปแบบบ้านที่ชอบ ตรงกับความต้องการในการใช้งาน ความปลอดภัยเมื่อได้อยู่บ้าน และอยู่ในงบประมาณที่สามารถจ่ายได้ ภาระการผ่อนจ่ายรายเดือนและดอกเบี้ยไม่สูงจนทำให้เดือดร้อน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คุณสามารถเลือกได้ด้วยตัวคุณเอง

