โรคฟันผุ – โรคเหงือกอักเสบ กลายเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนบ้านเรา ที่พบมากสุด ขณะเดียวกันเด็กวัยเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้สุขภาพช่องปากในด้านการบริโภคอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ น้อยที่สุด ทั้งๆ ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานทำกิจกรรมบูรณาการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันโรคในโรงเรียนมาโดยตลอด
จังหวัดแพร่ ก็เจอปัญหาที่ไม่ต่างจากอีกหลายๆ แห่ง
จากการวัดความรู้เรื่องทันตสุขภาพของเด็ก ปรากฏว่า เด็กมีความตระหนักรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ (Food literacy) ารกับเรื่องของฟันผุน้อย “หมออบ ทันตแพทย์หญิงขวัญหทัย มงคล” ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานทันตสาธารณสุข จังหวัดแพร่ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาก่อนหน้านี้ว่า เด็กแพร่ไม่รู้ว่า ควรกินน้ำตาลวันละเท่าไร ไม่รู้ว่าขนมหรืออาหารชนิดไหนเสี่ยงฟันผุมาก เสี่ยงฟันผุน้อย หรือขนมแบบไหน ชนิดไหนเมื่อกินเข้าไปจะมีเวลาอยู่ในช่องปากของเรานานที่สุด เช่น ท็อฟฟี่ ลูกอมเคี้ยวหนึบ หรือขนมเยลลี่(Gummy) เด็กแพร่ไม่รู้เลย
“การทำงานของทันตสาธารณสุขในกลุ่มเด็กเล็ก เด็กโต แม้จะมีกรอบว่า เราต้องทำกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อให้ส่งผลต่อการลดโรคฟันผุในเด็ก กรอบที่เราต้องทำคือ ให้เด็กมีความรู้ มีทักษะ เพื่อส่งผลต่อพฤติกรรม รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีในด้านการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะในโรงเรียนควบคู่กัน ซึ่งในส่วนของความรอบรู้ หรือ literacy ยอมรับว่า ทำยาก ด้วยก่อนหน้านี้ไม่มีเครื่องมือช่วย”ทพญ.หทัยขวัญ ระบุ และยืนยันว่า กิจกรรมอื่นๆ ทีมทันตสาธารณสุขของเราทำกันมาหมดแล้ว แม้การวัดผลความรู้เพิ่มขึ้นก็จริง แต่ยังไม่ถึงขั้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ เด็กยังกินของหวาน ขนมกรุบกรอบ และน้ำอัดลม
กระทั่งทีมทันตสาธารณสุข นำปัญหามาวิเคราะห์ การสอนเด็กแปรงฟัน สอนให้เด็กมีความรู้เรื่องฟันผุ โรคในช่องปากแบบเดิมๆ ถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยน หรือควรหาอะไรมาเพิ่มเติม นี่จึงเป็นที่มาของการประยุกต์นำเกมมิฟิเคชั่น (Gamification) มาจัดการเรียนรู้สุขภาพช่องปากของเด็กจังหวัดแพร่
ทพญ.หทัยขวัญ และทีมทันตบุคลากร ได้ทำโครงการเด็กแพร่ไร้ฟันผุ หรือ โครงการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนในจังหวัดแพร่ กับโรงเรียน 50 แห่ง สนับสนุนโดยเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน แผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
โครงการนี้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก ให้ความรู้ด้านทันตสุขศึกษาแบบปกติ ทั้ง เรื่องของการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป ในรูปแบบกระดาน ติดบนบอร์ด แสดงปริมาณน้ำตาลเป็นซองๆ ในแต่ละชนิดของเครื่องดื่ม
กลุ่มสอง ให้ความรู้ด้านทันตสุขศึกษาในรูปแบบของเกม จากเริ่มแรกเป็นเกม Time Line ให้มาเรียงการ์ด เหตุการณ์ไหนเกิดก่อนหลัง จากนั้นมีการประยุกต์ต่อ จนเป็นเกม เพื่อแสดงให้เห็นปริมาณน้ำตาลที่อยู่ในขนม ในของว่างชนิดต่างๆ ที่มีวางจำหน่ายในจังหวัดแพร่
ผลปรากฏว่า ครูผู้สอนเด็กกลุ่มสอง สะท้อนออกมาว่า เกมเป็นเครื่องมือให้ความรู้แบบใหม่ เป็นความรู้ที่ไม่รู้มาก่อน การใช้เกม เด็กจะมีความอิน ไม่น่าเบื่อ เด็กชอบสีสันของการ์ดเกม ผู้สอนเองก็ชอบการนำเกมมาประยุกต์ใช้กับเด็กเพื่อให้เด็กมีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก
ทพญ.หทัยขวัญ บอกว่า เมื่อวัดผลความรอบรู้ทางสุขภาพ (Health literacy) ของเด็กแพร่ ตัวเลขเพิ่มขึ้นจริงๆ “ทางทีมเราทำงานกับเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานมาหลายปี การประยุกต์นำการ์ดเกม Snack Time ซึ่งก็คือเกมมิฟิเคชั่นที่ไม่ใช่เกมเล่นเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่กลไกของเกมจะกระตุ้นให้เด็กเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะการเลือกกินขนมที่มีความเสี่ยงน้อยต่อโรคฟันผุน้อยที่สุด
สำหรับลักษณะของเกม Snack Time ตัวการ์ดถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับเด็ก และเข้ากับบริบทของท้องถิ่น สามารถเล่นเดี่ยว หรือเล่นเป็นกลุ่มก็ได้
โดยภาพของการ์ดเกม Snack Time จะมีทั้งขนม เครื่องดื่มที่วางจำหน่ายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ และอาหารว่าง ขนมในท้องถิ่น เช่น ข้าวแคบ ขนมเส้น อาหารท้องถิ่นของแพร่ โดยอีกด้านจะระบุปริมาณน้ำตาล รวมถึงระยะเวลาที่อาหารและเครื่องดื่มนั้นๆ ยังคงอยู่ในช่องปาก
การ์ดเกม Snack Time ชุดนี้ การเล่นเริ่มจากการแจกการ์ด คว่ำการ์ดไว้ไม่ให้ผู้เล่นเห็นปริมาณกับระยะเวลาที่อยู่ในช่องปาก จากนั้นให้หยิบอาหารและเครื่องดื่มที่ชื่นชอบแต่ละมื้อ ทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น ผู้เล่น อยากกินอะไร ก็ให้หยิบขึ้นมา
ขณะที่การเล่นเกม Snack Time แต่ละครั้งนั้น ครูผู้สอนเองก็ต้องอธิบายและสอดแทรกคำถามขณะเล่นไปด้วยเป็นระยะ เช่น
“เด็กๆ รู้ใช่ไหม วันหนึ่งเราไม่ควรกินน้ำตาลเกินเท่าไหร่ต่อวัน”
“เราไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 24 กรัม หรือ 6 ช้อนชาต่อวัน เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และเกิดฟันผุได้”
จากนั้น ให้ผู้เล่น พลิกการ์ดที่เลือกไว้ เพื่อดูว่า มีปริมาณน้ำตาลเท่าไหร่ ซึ่งเด็กคนไหนหยิบการ์ด และบวกปริมาณน้ำตาลเกิน 24 กรัมต่อวัน ครูผู้สอนก็จะให้สัญลักษณ์รูปฟันผุไป 1 ชิ้น
และหากเล่นครบ 3 มื้อ ให้วัดผล ใครได้สัญลักษณ์ฟันผุ น้อยสุด ผู้เล่นคนนั้นชนะ
ทพญ.หทัยขวัญ ชี้ว่า แม้โครงการฯ นี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เราพบว่า แรกๆ เด็กๆ เล่นด้วยความชอบ ชอบกินไรก็หยิบการ์ดอันนั้น แต่เล่นไปๆ หลังๆ เด็กจะเริ่มคิดและคำนวณปริมาณน้ำตาล ก่อนเลือกหยิบอาหารและเครื่องดื่มแต่ละมื้อ นี่คือสิ่งที่ได้จากเกม เครื่องมือที่สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากพื้นที่เล็กๆ ของจังหวัดแพร่
ทันตแพทย์หญิงสุขจิตตรา วนาภิรักษ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่ เห็นพ้องถึงปัญหาก่อนหน้านี้ว่า แต่ก่อนคุณหมอก็จะออกไปให้ความรู้เรื่องสุขภาพในช่องปาก บรรยายเป็นเชิงความรู้ โรคฟันผุกับเด็กๆ แต่พอเราเปลี่ยนกระบวนการมาใช้เรื่องของเกม เป็นสื่อให้ความรู้ พัฒนาออกแบบเกมให้ความรู้ด้านทันตสุขภาพ ผลตอบรับดีมาก
“เรารู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่า อยากพัฒนาเกมมาใช้ในกระบวนการเรียนรู้เรื่องของทันตสุขภาพในจังหวัดแพร่อีกหลายๆ เกม ซึ่งความพิเศษของปีนี้ นอกจากเราจะทำในโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาแล้ว กำลังทดลองทำในโรงเรียนอนุบาล และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต่อด้วย”
ส่วน “ต๊อง” – รัตติกร วุฒิกร นักขับเคลื่อนสังคมผ่านกระบวนการเล่น ผู้ก่อตั้ง บริษัท คลับ ครีเอทีฟ ผู้พัฒนาเกมเพื่อสังคม เสนอแนะถึงการออกแบบเกมที่อยากให้เลือกกลุ่มของเกม คิดจากผู้เล่น ผู้ใช้ ซึ่งเกมก็เหมือนการเดินทาง การออกแบบเกมเหมือนการออกแบบการเดินทาง จากจุด A ไปยังจุด B และมีรางวัลเป็นสิ่งที่ท้ายทาย
“เราไม่ได้การันตี การเล่นเกมใดเกมหนึ่ง แล้วพฤติกรรมของคนจะเปลี่ยน แต่เราเชื่อว่า สามารถทำได้ ถ้าความรู้นั้นไปกระแทกใจ มีสิ่งแวดล้อมช่วยสนับสนุนอีกทาง ดังนั้น นอกจากการออกแบบเกมแล้ว เราต้องออกแบบสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเด็กด้วย ถึงจะเปลี่ยนพฤติกรรมได้ การออกแบบเกมให้เด็กเล่น ต้องเป็นแอคชั่นเกม ไม่ได้จำกัดแค่ บอร์ดเกมเท่านั้น” “ต๊อง” รัตติกร ระบุ พร้อมกับเชื่อในพลังของเกมที่สามารถเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายได้เลย
แม้ เกม Snack Time หลักการใช้เกม ไม่ได้แปลกใหม่ แต่ด้วยกลไกของเกมที่ผู้ออกแบบสอดแทรกเข้าไปกลายเป็นสร้างแรงกระตุ้นในการเรียนรู้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่สนุกสนาน เกิดความตระหนักด้วยตัวเอง ลดการบริโภคหวาน ลดอัตราการเกิดโรคฟันผุ นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในที่สุด

