กรมส่งเสริมการเกษตร เสริมศักยภาพแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบางม่วง

11.09.23 | 15:23 น.

เกษตรกรแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบางม่วง เมืองนนท์ ปลื้มกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าช่วยหนุนเต็มร้อย ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการตลาด พร้อมก้าวสู่แหล่งผลิตไม้ประดับกระถางคุณภาพของประเทศ

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากที่ปัจจุบันผู้คนทั่วโลกได้ให้ความใส่ใจต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม เกิดเป็นกระแสโลกสีเขียว ได้ส่งผลดีต่อธุรกิจการผลิตไม้ประดับของประเทศไทย เห็นได้จากตลาดไม้ประดับที่เติบโตทุกปี มูลค่าการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงมีนโยบายการส่งเสริม และพัฒนาอาชีพการปลูกไม้ประดับของเกษตรกรทั่วประเทศ ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต ภายใต้โครงการสำคัญ อาทิ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ และโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งแนวทางดำเนินการ กรมส่งเสริมการเกษตร เน้นให้เกษตรกรรายย่อย ได้รวมกลุ่ม ร่วมกันยกระดับการผลิตและการบริหารจัดการที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน พร้อมลดต้นทุนการผลิต เน้นการผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีชนิดของไม้ประดับหลากหลายตรงกับความต้องการของตลาด

“ปี 2565 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกไม้ประดับ ประมาณ 19,000 ไร่ แหล่งผลิตสำคัญอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออก สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ ไม่น้อยกว่า 660 ล้านบาทต่อปี จากการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐเกาหลี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และกาตาร์ เป็นต้น ชนิดของไม้ประดับส่งออกที่สำคัญ คือ ลิ้นมังกร รองลงมาได้แก่ เฟื่องฟ้า ฟิโลเดนดรอน โฮย่า ลั่นทม มอนสเตอรา ไทร อโกลนีมา ชวนชม และปทุมมา ตามลำดับ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จังหวัดนนทบุรี ถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกที่สำคัญ มีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 2,500 ไร่ และเป็นที่ตั้งของตลาดค้าส่งที่สำคัญหลายแห่ง ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรโดยสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี และสำนักงานเกษตรอำเภอบางใหญ่ นำนโยบายส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่มาขับเคลื่อนในพื้นที่ จนสร้างความสำเร็จให้แก่เกษตรกร จากการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ จนถึงปัจจุบัน ได้มีแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับในเขตพื้นที่อำเภอบางกรวย และอำเภอบางใหญ่ รวม 3 แปลง ซึ่งแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ เป็นหนึ่งในต้นแบบความสำเร็จในการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ที่ช่วยยกระดับทั้งอาชีพ และรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างเห็นผล” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

Advertisement

นางโสภา ยอดเกลี้ยง เกษตรอำเภอบางใหญ่  กล่าวว่า สำนักงานเกษตรอำเภอบางใหญ่ ได้ส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรรวมตัวจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบางม่วง ในปี 2565 ปัจจุบันมีสมาชิก 43 ราย พื้นที่ 157 ไร่ โดยสนับสนุนองค์ความรู้ การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการกลุ่ม พัฒนาคุณภาพผลผลิต และลดต้นทุนปัจจัยการผลิต เช่น การใช้ประโยชน์จากแหนแดง การผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรู รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยการถ่ายทอดความรู้การทำน้ำหมักชีวภาพ การจัดทำบัญชีครัวเรือน และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อจำหน่ายบนตลาดสินค้าออนไลน์ หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ ได้แก่ สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดนนทบุรี สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดนนทบุรี และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นต้น

ด้าน นายเทวฤทธิ์ เทพนรินทร์ รองประธานแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบางม่วง กล่าวว่า จากสนับสนุนของ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ช่วยการทำให้เกษตรกร สามารถสร้างการพัฒนาทั้งการผลิต และการตลาด รวมถึงแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเห็นผล จากการที่เจ้าหน้าที่เกษตรได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน มีการจัดประชุมร่วมกัน จัดฝึกอบรมให้ความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการผลิตไม้ประดับ การวางแผนการผลิตและการตลาด รวมถึงเทคนิคการลดต้นทุน เช่น ลดการใช้ปุ๋ยเคมีโดยใช้ประโยขน์จากแหนแดง ลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากการผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีด้วยการทำปุ๋ยหมัก เป็นต้น ส่งผลให้วันนี้เกษตรกรสมาชิกมีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นแหล่งผลิตคุณภาพของประเทศ

รองประธานแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบางม่วง กล่าวอีกว่า สำหรับไม้ประดับที่จำหน่ายจะเน้นการผลิตในรูปแบบไม้กระถาง ที่ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ กลุ่มไม้มงคล เช่น เดหลี อโกลนีมา เงินเต็มบ้าน วาสนาราชินี เงินไหลมา เป็นต้น กลุ่มไม้ฟอกอากาศ ดูดซับสารพิษ สำหรับใช้ตกแต่งบ้านเรือนและคอนโดมิเนียม เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 อาทิ ลิ้นมังกร สาวน้อยประแป้ง ว่านหางจระเข้ สับปะรดสี เดหลี พลูด่าง เขียวหมื่นปี ไทรใบสัก ยางอินเดีย เป็นต้น และกลุ่มไม้กระแส เช่น ไม้ใบด่างประเภทต่าง ๆ รวมถึงไม้แปลกชนิดต่าง ๆ เช่น สกุลมอนสเตอรา สกุลฟิโลเดนดรอน เป็นต้น โดยในการผลิต จะเน้นการเพาะเลี้ยงแม่พันธุ์เอง และใช้วิธีการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำให้ได้ต้นพันธุ์จำนวนมากด้วยต้นทุนที่ต่ำ

“สำหรับตลาดไม้ดอกไม้ประดับ มองว่า ยังมีโอกาสอีกมาก ขอเพียงให้ทุ่มเททำอย่างจริงจัง จับตลาดให้ถูกต้อง ด้วยปัจจุบันตลาดจะแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้แก่ ตลาดจัดสวน ผู้ทำอาชีพรับจัดสวนต้องการไม้ที่หลากหลาย และถือเป็นตลาดใหญ่ที่เติบโตต่อเนื่อง ตลาดต้นไม้ เช่น ตลาดที่บางใหญ่ บางบัวทอง ซอยวัดพระเงิน พ่อค้าจะรับไม้จากเกษตรกรไปขายอีกต่อหนึ่ง ตลาดคนรักไม้แปลก ไม้หายาก และกลุ่มผู้ปลูกต้นไม้ทั่วไปที่ซื้อไปปลูกไปประดับตามที่พักอาศัย” รองประธานแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบางม่วง กล่าว