DITP หารือความร่วมมือ Rakuten

22.09.23 | 17:12 น.

เตรียมจัดตั้งร้าน TOPTHAI มุ่งขายออนไลน์ในญี่ปุ่น

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมหารือ Rakuten แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ชั้นนำของญี่ปุ่น เตรียมจัดตั้งร้าน TOPTHAI ขยายโอกาสสินค้าศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ผ่านช่องทางออนไลน์ไปตลาดญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เล็งเห็นความสำคัญในการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้สามารถขยายการส่งออกและแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยเฉพาะการส่งออกผ่านช่องทางออนไลน์ระหว่างประเทศ (Cross Border e-Commerce : CBEC) ซึ่งถือเป็นช่องทางการตลาดที่มีการเติบโตสูง โดยในปี 2566 ทั่วโลกมีมูลค่าถึงกว่า 6.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐและเป็นช่องทางการขายที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้ซื้อได้โดยตรง ซึ่งกรมเชื่อมั่นว่า ช่องทางออนไลน์ระหว่างประเทศ จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทย ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย “ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส” ของท่านรองนายกรัฐมนตรีแลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) ที่ให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยกรมได้ดำเนินโครงการจัดตั้งร้าน TOPTHAI บนแพลตฟอร์ม e-Commerce ชั้นนำต่างๆ ที่มีศักยภาพทั่วโลกแล้ว 7 แพลตฟอร์มใน 9 ประเทศ เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ได้มีโอกาสขยายสินค้าไปสู่ตลาดต่างประเทศผ่านช่องทาง CBEC นอกจากนี้ กรมยังมีแผนขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มชั้นนำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการเจาะใหม่ๆ ที่มีตลาดศักยภาพทุกภูมิภาคทั่วโลก อาทิ Rakuten Letstango eBay และ Pinkoi เป็นต้น

และกล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมได้มอบหมายให้นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ร่วมกับสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล เข้าหารือกับแพลตฟอร์ม Rakuten ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น ที่มีมาเก็ตแชร์เป็นอันดับ 1 (28% ของตลาดอีคอมเมิร์ซญี่ปุ่น) มีผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านราย มีร้านค้าอยู่บนแพลตฟอร์มกว่า 57,000 ร้านค้า และยอดขายอยู่ที่ 15,300 ล้านเยนต่อวัน เพื่อหารือแนวทาง เปิดร้าน TOPTHAI บนแพลตฟอร์ม Rakuten ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดร้าน TOPTHAI ได้ โดยในไตรมาสแรกจะเป็นการส่งเสริมการขายสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่น และจะเร่งผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs รายใหม่ๆ ให้สามารถขยายตลาดไปยังประเทศญี่ปุ่นผ่านแพลตฟอร์ม Rakuten ได้ภายในไตรมาส 3 ทั้งนี้คาดว่าจะเกิดมูลค่าการซื้อขายไม่ต่ำกว่า 104 ล้านบาท ในปีแรก และจะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป รวมถึงขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs รายใหม่ ได้ส่งออกสินค้าผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศไปยังตลาดญี่ปุ่นได้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ DITP ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่ช่วยสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการไทยในการก้าวสู่การส่งออกระดับโลกในยุค Digitalization สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารโครงการได้ที่ Facebook : ThaiTradedotcom หรือ https://www.thaitrade.com/topthai/

Advertisement