ชาวสวนกล้วยไม้ กทม.ปลื้ม กรมส่งเสริมการเกษตร

ชาวสวนกล้วยไม้ กทม.ปลื้ม กรมส่งเสริมการเกษตร ช่วยเสริมแกร่งประสิทธิภาพการผลิต ด้วยเทคโนโลยี

 กรมส่งเสริมการเกษตร ทำงานเชิงรุก บุกช่วยเกษตรกรในเขตกรุงเทพมหานคร ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ ทำชาวสวนกล้วยไม้ปลื้มผลงาน หลังจัดเต็มหนุนความรู้เสริมแกร่งด้านเทคโนโลยียุคใหม่ สูบน้ำด้วยโซล่าเซลล์

กล้วยไม้ เป็นไม้ดอกเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศมากถึงปีละกว่า 2,500 ล้านบาท มีสัดส่วนการส่งออกเป็นกล้วยไม้ตัดดอก ร้อยละ 73 และต้นกล้วยไม้ ร้อยละ 27 ของมูลค่าการส่งออกกล้วยไม้ทั้งหมด ซึ่งส่งออกกล้วยไม้สกุลหวายเป็นหลัก โดยมีมูลค่าการส่งออกมากไปยังประเทศเวียดนาม สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และอิตาลี โดยในปี 2565 มีพื้นที่เก็บเกี่ยวกล้วยไม้ประมาณ 19,000 ไร่ ในแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ราชบุรี และนนทบุรี แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สภาวะเศรษฐกิจถดถอย และสภาวะเงินเฟ้อ ในช่วงปี 2563 – 2564 ทำให้การส่งออกได้รับผลกระทบหนัก ราคาผลผลิตและคุณภาพกล้วยไม้ลดลงอย่างมาก และปัจจัยการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรที่ลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องปรับตัวลดพื้นที่ปลูก และปล่อยปละละเลยในการบำรุงดูแลสวน ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มคลี่คลาย

Advertisement

ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงมีนโยบายส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต และพัฒนาคุณภาพกล้วยไม้ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกกล้วยไม้ให้มากขึ้น โดยดำเนินการภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ ในแหล่งผลิตกล้วยไม้ที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร
ได้แก่ เขตภาษีเจริญ ทวีวัฒนา หนองแขม และเขตบางแค ซึ่งมีพื้นที่ปลูกกว่า 800 ไร่  และมีเกษตรกรประกอบอาชีพกล้วยไม้ตัดดอกจำนวนมาก โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 17 ราย

นางสาวฐานียา เหลียววัฒนกิจ หัวหน้าสำนักงานเกษตรพื้นที่ 4 เปิดเผยว่า ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร ได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร และสำนักงานเกษตรพื้นที่ 4 ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ เช่น การวางแผนการผลิต การจัดการคุณภาพผลผลิตที่ถูกต้องตามมาตรฐาน GAP ตลอดจนมีการส่งเสริมเทคโนโลยีการใช้สารชีวภัณฑ์ เชื้อไตรโคเดอร์มาในแปลงกล้วยไม้ การผสมปุ๋ยใช้เอง การส่งเสริมการใช้วัสดุปลูกจากอิฐบล็อก ที่มีการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาและคงทน ทดแทนการใช้กาบมะพร้าว และส่งเสริมเทคโนโลยีการให้น้ำในแปลงกล้วยไม้แบบลดต้นทุนด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนพลังงานไฟฟ้า เป็นการช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร จากที่ต้องมีต้นทุนค่าไฟฟ้าสูง อีกทั้งต้องใช้แรงงานคนในการเปิดปิดสปริงเกอร์ ซึ่งเป็นระบบให้น้ำที่สวนกล้วยไม้ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งจุดเรียนรู้การให้น้ำในแปลงกล้วยไม้แบบลดต้นทุนด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนพลังงานไฟฟ้า ณ แปลงกล้วยไม้ของนายสมศักดิ์ สัจจานุรักษ์วงศ์ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร หนึ่งในสมาชิกกลุ่มที่ร่วมโครงการฯ

“ ผลดำเนินการได้สร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกร เช่น จุดเรียนรู้การให้น้ำในแปลงกล้วยไม้แบบลดต้นทุนฯ มีเกษตรกรจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เกษตรกรผู้เพาะเห็ด กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ กลุ่มผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับเขตภาษีเจริญ และศพก.เครือข่ายเขตบางแค เข้ามาเรียนรู้ จนเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับระบบให้น้ำแบบลดต้นทุน ซึ่งเป็นต้นแบบของระบบน้ำที่สามารถนำไปต่อยอดและปรับใช้กับการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ได้” นางสาวฐานียา กล่าว

ด้าน นายสมศักดิ์ สัจจานุรักษ์วงศ์ ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ ให้ข้อมูลว่า ยึดอาชีพปลูกกล้วยไม้มากว่า 30 ปี บนพื้นที่ 14 ไร่ โดยจำหน่ายดอกกล้วยไม้ผ่านพ่อค้าปากคลองตลาด ซึ่งจะส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศจีน ซึ่งมีความต้องการกล้วยไม้จากไทยสูงมาก พร้อมกันนี้ยังเพิ่มรายได้ด้วยการจัดช่อจำหน่ายหน้าสวน การเข้ามาส่งเสริมของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ช่วยพัฒนาจนได้รับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) แล้ว ยังสนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างเห็นผล อย่างปัญหาด้านศัตรูพืช ได้นำสารชีวภัณฑ์ คือ เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า และเชื้อราบิวเวอเรีย มาใช้อย่างได้ผล สามารถลดค่าใช้จ่ายต้นทุนสารเคมี มีสุขภาพดี ปลอดภัยจากสารเคมี

“ ในฐานะเป็นศูนย์เรียนรู้ได้มีการขยายผลไปสู่เพื่อนเกษตรกรทั้งในพื้นที่ และจากเขตใกล้เคียงได้เข้ามาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่ได้รับความสนใจ และส่วนตัวแล้วมองว่า เป็นประโยชน์มาก คือ การให้น้ำในแปลงกล้วยไม้แบบลดต้นทุนด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนพลังงานไฟฟ้า  หรือที่เรียกว่า ระบบสูบน้ำด้วยโซล่าเซลล์ ทำให้ลดต้นทุนค่าไฟ ค่าแรงงาน ลดการแพร่ระบาดแมลงศัตรูพืช และช่วยให้สามารถให้น้ำต้นกล้วยไม้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ในพื้นที่ 14 ไร่ ต้องใช้คนงาน 4 – 5 คน จากการทดลองใช้ ระบบสูบน้ำด้วย  โซล่าเซลล์สำหรับเปิดระบบสปริงเกอร์ ใช้แรงงานเพียงคนเดียว และให้น้ำได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยช่วยเพิ่มการให้น้ำในช่วงกลางคืน จากการตั้งเวลาให้น้ำอัตโนมัติ ส่วนตัวแล้วอยากที่จะขยายระบบนี้เพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมการให้น้ำทั่วแปลงปลูกทั้ง 14 ไร่ และอยากให้เพื่อนเกษตรกรได้มีการนำระบบให้น้ำนี้ไปใช้ ด้วยช่วยทำให้ต้นกล้วยไม้สมบูรณ์ให้ออกดอกมาก และสวยมากขึ้น ส่วนเทคโนโลยีการใช้วัสดุปลูกที่ทำจากอิฐบล็อก ตอนนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่จากที่ศึกษาข้อมูลแล้ว เห็นว่า มีผลดีในระยะยาว ด้วยวัสดุปลูกมีอายุการใช้งานนานขึ้น จากเดิมที่ใช้กาบมะพร้าวเป็นวัสดุปลูก จะใช้ได้ประมาณ 3 ปี แล้ว ต้องรื้อทิ้งปลูกใหม่

“ สำหรับโอกาสของอาชีพการปลูกกล้วยไม้นั้น สำหรับผมมองว่า ตลาดยังสดใส ด้วยกล้วยไม้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ และในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ได้ส่งผลกระทบทำให้สวนกล้วยไม้ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ 100 ไร่ขึ้นไป ได้รับผลกระทบอย่างมาก หลายรายตัดสินใจเลิกกิจการ เพราะช่วงนั้นส่งออกไม่ได้ ทำให้ตอนนี้ปริมาณผู้ผลิตรายใหญ่ลดลงไปไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นโอกาสของผู้สนใจที่จะเข้ามาทำสวนกล้วยไม้ โดยเริ่มจากการเรียนรู้แบบสวนเล็กๆ  หาประสบการณ์ความชำนาญ แล้วค่อยๆ ขยาย รับรองว่า กล้วยไม้ยังสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ หากมีปัญหา ต้องการความรู้ หรือการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เหมือนกับที่พวกผมได้รับตลอดมา” นายสมศักดิ์ กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image