สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ต้องการเรียนรู้วิธีเลือกซื้อกัญชา อยากได้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจและตรงกับความต้องการ สิ่งที่ควรทำความเข้าใจและเรียนรู้อย่างแรกเลยคือสายพันธุ์ของกัญชาแต่ละชนิด เพราะแต่ละสายพันธุ์ให้ผลลัพธ์และมีคุณสมบัติที่ต่างกัน วันนี้เราจึงพาทุกคนมาทำความรู้จักกับสายพันธุ์กัญชาแต่ละประเภทกัน รวมถึงอีกหลายปัจจัยก่อนเลือกซื้อกัญชาที่ควรรู้ จะมีอะไรบ้างไปอ่านกันเลย
ดูจากสายพันธุ์ของกัญชา
การเลือกซื้อสายพันธุ์ให้เหมาะกับความต้องการ จะช่วยให้ได้กัญชาที่ออกฤทธิ์ตรงกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานมากที่สุด เนื่องจากแต่ละสายพันธุ์นั้นมีความเป็นมาและการออกฤทธิ์และเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งสายพันธุ์กัญชาหลักๆ จะแยกออกเป็น 4 สายพันธุ์ ดังนี้
- สายพันธุ์ซาติวา (Cannabis Sativa)
สำหรับสายพันธุ์แรกที่เราจะมาทำความรู้จักคือสายพันธุ์ซาติวา สายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดแถวตอนกลางของทวีปอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศโคลัมเบีย เม็กซิโก โดยสายพันธุ์นี้ลำต้นจะมีลักษณะสูง ใบเรียวยาว และสีเขียวอ่อน ลำต้นเมื่อโตเต็มที่อยู่ที่ประมาณ 6 เมตร ชอบอากาศร้อนชื้น และมีระยะเวลาเติบโตนานกว่าสายพันธุ์อื่น พร้อมเก็บเกี่ยวประมาณ 9-16 สัปดาห์ ซึ่งซาติวาจะมีสาร CBD ที่ต่ำ แต่มีสาร THC ที่สูง ทำให้เหมาะกับการใช้ในช่วงเวลากลางวัน เพราะลักษณะการออกฤทธิ์จะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ตื่นตัว และช่วยเพิ่มการโฟกัส สำหรับสายพันธุ์ยอดนิยมของซาติวา ได้แก่ Gold Panama Red, Acapulco และ Durban Poison
- สายพันธุ์อินดิกา (Cannabis Indica)
กัญชาสายพันธุ์อินดิกา มีถิ่นกำเนิดบริเวณตะวันออกกลางในอินเดีย เช่น ปากีสถาน อัฟกานิสถานโมร็อกโก สายพันธุ์นี้ลำต้นจะมีลักษณะเตี้ย ใบกว้างและมีขนาดสั้น กิ่งและก้านจะหนามากกว่าสายพันธุ์อื่น และมีสีเขียวเข้ม ลำต้นเมื่อโตเต็มที่อยู่ความสูงประมาณ 180 เซนติเมตร ชื่นชอบที่ร่มและอากาศเย็น มีระยะเวลาพร้อมเก็บเกี่ยวประมาณ 6-8 สัปดาห์ และจะมีสาร CBD ที่สูง แต่สาร THC สูงและต่ำแล้วแต่สายพันธุ์ ด้วยความที่มีสาร CBD ที่สูง ทำให้สายพันธุ์อินดิกามีฤทธิ์ระงับประสาท เหมาะกับการใช้งานเพื่อการผ่อนคลาย ลดอาการปวดเรื้อรัง สำหรับสายพันธุ์ยอดฮิตของอินดิกา ได้แก่ Granddaddy Purple, Hindu Kush และ Afghan Kush
- สายพันธุ์รูเดอราลิส (Cannabis Ruderalis)
สายพันธุ์สุดท้ายคือสายพันธุ์รูเดอราลิส มีถิ่นกำเนิดบริเวณตอนกลางและตะวันออกของทวีปยุโรป เช่น ไซบีเรีย รัสเซีย สำหรับสายพันธุ์นี้ลำต้นจะมีลักษณะเตี้ยกว่าสายพันธุ์อื่น ใบกว้างเป็น 3 แฉก ลำต้นเล็ก เติบโตเร็ว ขนาดโตเต็มที่จะอยู่ไม่เกิน 12 นิ้ว ทำให้ดูคล้ายวัชพืช สามารถดำรงอยู่ได้ทั้งอากาศร้อนและอากาศเย็น และมีสาร CBD ที่สูงกว่าสาร THC แต่น้อยกว่าสายพันธุ์ทั้งหมด เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีสาร CBD และ THC ที่น้อย ทำให้สายพันธุ์นี้ออกฤทธิ์น้อย เหมาะสำหรับนำมาใช้งานเพื่อการผ่อนคลาย ช่วยให้นอนหลับ และอาการคลื่นไส้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสายพันธุ์นี้มักจะถูกนำไปผสมข้ามสายพันธุ์ เพื่อให้ได้คุณสมบัติทางยาและนำไปใช้ในการทางแพทย์
- สายพันธุ์ไฮบริด (Hybrid)
สำหรับสายพันธุ์ไฮบริด เป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ ส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์อินดิกาและซาติวา เพื่อให้ให้กลิ่นและการออกฤทธิ์ใหม่ๆ ลักษณะลำต้นจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่นำมาผสมกัน และมีสาร THC สูง ส่วนสาร CBC จะขึ้นอยู่ที่นักผสมต้องการ การออกฤทธิ์จะมีลักษณะเฉพาะตัวขึ้นอยู่ที่สารพันธุ์ที่นำมาผสมเช่นเดียวกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะออกฤทธิ์ช่วยลดความเครียดและลดอาการวิตกกังวล สำหรับสายพนธุ์ยอดนิยม ได้แก่ Pineapple Express Trainwreck และ Blue Dream
ดูจากสาร THC กับ CBD ในกัญชา
ทั้งสาร THC และ CBD ล้วนเป็นกลุ่มสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoid) ที่พบได้ในพืชกัญชา มีสรรพคุณและความแตกต่างกัน ดังนี้
สาร THC (Tetrahydrocannabinol) คือ สารที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท (Psychoactive) เรียกอีกชื่อว่า สารเมา มีคุณสมบัติคลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้ผ่อนคลายและเคลิบเคลิ้ม ทำให้ง่วงและหลับง่ายขึ้น ช่วยต้านอาการปวดและอาเจียน โดย THC เป็นสารที่ควรจะได้รับในปริมาณพอดี เพราะหากได้รับมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น ประสาทหลอน หวาดระแวง ตื่นตระหนก ความดันโลหิตแปรปรวนกระทันหัน ไปจนถึงภาวะดื้อยาที่จะนำไปสู่อาการเสพติดอีกด้วย
สาร CBD (Cannabidiol) คือที่มีคุณสมบัติช่วยลดความวิตกกังวล อาการปวด รวมถึงมีฤทธิ์ที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ลดความอยากสารกระตุ้นและแอลกอฮอล์ต่างๆ ได้ดี ที่สำคัญคือแก้อาการทางจิตที่ได้จากสาร THC และไม่ก่อให้เกิดอาการเสพติดรวมถึงไม่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท
ดูจากคุณภาพของดอกกัญชา
อีกวิธีที่จะได้กัญชาคุณภาพดี คือดูความสดใหม่ของดอกกัญชา โดยพิจารณาจากวันที่เก็บเกี่ยวจนถึงวันใช้งาน ควรอยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 6-8 เดือน และวิธีเก็บรักษา ไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิการเก็บที่ไม่เควรเกิน 25 องศา ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป ควบคุมความชื้นให้ไม่ชื้นเกินไปจนเสี่ยงเกิดเชื้อรา และไม่แห้งเกินจนทำให้ดอกกัญชากรอบ รวมถึงการเก็บให้พ้นจากการสัมผัสแสงแดดโดยตรง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อการคงคุณภาพ สี กลิ่น รสชาติ และความสดของดอกกัญชาได้เป็นอย่างดี หากร้านให้ดมทดสอบได้ยิ่งดี เพราะยิ่งมีกลิ่นแรง ยิ่งหมายถึงกัญชายังมีสารเทอร์ปีนส์ (Terpenes) หลงเหลืออยู่มาก
ดูจากจากราคา
ปิดท้ายกับเรื่องของราคา แน่นอนว่าควรเลือกจากการให้ราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ถูกหรือแพงจนเกินพอดี เพราะแต่ละราคาก็สามารถอนุมานได้ถึงสายพันธ์ุ คุณภาพ และการเก็บรักษา ทางที่ดีควรเลือกซื้อจากร้านขายกัญชาที่น่าเชื่อถือและให้คำปรึกษาแนะนำได้ เพราะนั่นเป็นการการันตีถึงความเข้าใจและความเชี่ยวชาญในกัญชา ซึ่งมีหลากหลายประเภทและรูปแบบผลิตภัณฑ์ ราคาของกัญชาก็จะเป็นราคาตามมาตรฐาน ไม่ต้องเสี่ยงถูกหลอกหรือได้สินค้าไม่ดีมาใช้งาน
เพราะการเลือกซื้อกัญชามีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องนำมาพิจารณา หนึ่งในนั้นคือเรื่องของสายพันธุ์ และ THC กับ CBD ในกัญชา ดังนั้นก่อนที่มือใหม่ทั้งหลายที่จะไปเรียนรู้วิธีเลือกซื้อกัญชา จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ของสายพันธุ์แต่ละชนิดก่อนนั่นเอง สำหรับใครที่กำลังมองหาดอกกัญชาหรือผลิตภัณฑ์จากกัญชา ขอแนะนำร้าน 420 Fourtwenty ที่ร้านได้รวบรวมผลิตภัณฑ์จากกัญชาไว้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำไปใช้ในทางการแพทย์ อุปกรณ์สำหรับใช้งาน ไปจนถึงดอกกัญชาเกรดพรีเมียม ส่วนใครที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับวิธีเลือกซื้อหรือข้อมูลเกี่ยวกับกัญชาเลย ที่นี่ยังมีพนักงานคอยให้คำแนะนำ ถึงวิธีเลือกซื้อกัญชาว่าควรเลือกอย่างไรให้ตรงกับการใช้งานมากที่สุดอีกด้วย
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
Address: Sukhumvit 22 | Asoke | Thong Lo | Banana Beach | Hanuman World
Line: @fourtwenty.th
Instagram: @fourtwenty.thailand
Facebook: Four Twenty Thailand

