ถุงใต้ตามีกี่แบบ แต่ละแบบเลือกวิธีรักษาอย่างไรดี

4.10.23 | 17:33 น.

ถุงใต้ตา ปัญหาเล็กๆ ที่จะส่งผลทำให้หน้าของเราดูโทรม ไม่สดใส และยังดูแก่กว่าวัยอีกด้วย ซึ่งที่จริงแล้วถุงใต้ตามีหลายแบบ ซึ่งเราควรจะรู้ว่าปัญหาถุงใต้ตาที่เรากำลังเผชิญอยู่เป็นถุงใต้ตาแบบไหน เพื่อที่จะได้เลือกวิธีรักษาให้ถูกจุดนั่นเอง


ถุงใต้ตาคืออะไร

ถุงใต้ตาคือถุงไขมันที่อยู่บริเวณใต้ดวงตาทั้งสองข้างของเรานั่นเอง หรือที่เรียกกันว่า Eye Bags โดยจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ถุง คือ บริเวณเปลือกตาบน 2 ถุง และบริเวณใต้ตาหรือเปลือกตาล่าง 3 ถุง ซึ่งถุงไขมันที่เป็นต้นเหตุของปัญหาถุงใต้ตาก็คือ ถุงกลาง หรือ Middle Fat และถุงไขมันด้านใน หรือ Inner Fat ทั้งสองจุดนี้เป็นจุดที่สามารถเห็นปัญหาถุงใต้ตาได้ชัดมากที่สุด ซึ่งปัญหาถุงใต้ตาที่แสดงออกมาไม่ใช้เพียงแค่อาการบวม นูน แต่ยังรวมไปถึงความหย่อนคล้อย และริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาอีกด้วย

ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร

Advertisement

สำหรับปัญหาถุงใต้ตาที่หลายๆ คนกำลังเผชิญอยู่นั้น ไม่เพียงแค่เกิดขึ้นตามอายุที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

1. พักผ่อนไม่เพียงพอ
การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนดึก จะส่งผลให้ใต้ตาดำคล้ำ และยังส่งผลให้ถุงใต้ตาบวมขึ้นได้อีกด้วย เนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้ไม่ดีพอ หรือทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพนั่นเอง จนนำไปสู่อาการบวมน้ำบริเวณถุงใต้ตา

2. การแสดงอารมณ์บนใบหน้า
สำหรับการแสดงอารมณ์บนใบหน้า ไม่เพียงแค่เป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยต่างๆ รอบดวงตาเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงขอบตาล่างบวมนูน จนมีปัญหาถุงใต้ตาบวม จากการแสดงพฤติกรรมขยับตาถี่ๆ อีกด้วย

3. ปัญหาโรคต่างๆ
การที่ถุงใต้ตาบวม ยังสามารถบอกได้ถึงสัญญาณโรคต่างๆ อีกด้วย อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองในตา หรือโรคไทรอยด์ หากใครที่สังเกตว่าถุงใต้ตามีอาการบวม หรือบวมอย่างผิดปกติ อย่าลืมไปตรวจสุขภาพเช็กสาเหตุของถุงใต้ตากันด้วย

4. กรรมพันธุ์
สาเหตุสุดท้ายของปัญหาถุงใต้ตาบวมก็คือ กรรมพันธุ์นั่นเอง หากใครที่ที่มีญาติพี่น้องมีปัญหาถุงใต้ตาบวม ซึ่งอาจจะมาจากกรรมพันธุ์ เราก็จะมีแนวโน้มเกิดปัญหานี้ได้เช่นกัน

มีถุงใต้ตาส่งผลเสียอย่างไรบ้าง
การมีปัญหาถุงใต้ตาบวม จะส่งผลเสียที่เห็นได้ชัดเลยก็คือจะทำให้กลายเป็นคนที่ดูมีอายุ ดูแก่กว่าวัย ทำให้เห็นริ้วรอยรอบดวงตาได้ชัดเจน ผิวหนังใต้ตาดูหย่อนคล้อย บวม เหมือนคนที่พักผ่อนไม่เพียงพออยู่ตลอดเวลา หรือดูคล้ายคนป่วยอีกด้วย ส่งผลเสียต่อความมั่นใจในตนเองและการมีบุคลิกภาพที่ดีนั่นเอง

ถุงใต้ตาบ่งบอกโรค
ปัญหาถุงใต้ตานอกจากจะทำให้ใบหน้าของเราดูแก่กว่าวัยแล้ว การมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือโรคบางอย่าง ยังสามารถทำให้ใต้ตาของเราบวม นูนได้อีกด้วย ซึ่งโรคที่มักจะกระทบต่อปัญหาถุงใต้ตา มีดังนี้
1. โรคมะเร็ง
สำหรับโรคมะเร็งไม่ได้แสดงออกจากการบวมของถุงใต้ตาเสมอไป แต่ถ้าหากเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในตา ก็จะสามารถพบเจอปัญหานี้ได้อย่างชัดเจน
2. โรคภูมิแพ้
ใครที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้ก็จะโอกาสเกิดอาการถุงใต้ตาบวมร่วมด้วยเสมอ เพราะหากมีอาการแพ้ต่างๆ เส้นเลือดจะขยายตัว จนทำให้เกิดการระคายเคืองเปลือกตา และอาจจะมีอาการใต้ตาคล้ำรวมด้วย
3. โรคไทรอยด์
สำหรับโรคนี้จะเป็นความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ซึ่งจะส่งผลให้ตาเกิดการอักเสบ จนมีอาการตาบวม ใต้ตาบวม และอาจจะรุนแรงถึงทำให้เกิดอาการตาพร่ามัวได้

ถุงใต้ตามีกี่แบบ
ประเภทของถุงใต้ตา ทางวงการแพทย์จะแยกประเภทของถุงใต้ตาไว้เป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้
1. ถุงใต้ตาเทียม
ปัญหาของถุงใต้ตาเทียมจะเกิดจากการใช้ชีวิต พฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่เราอาจจะทำเป็นประจำโดยไม่รู้เลยว่าจะส่งผลต่อปัญหาถุงใต้ตา อย่างเช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการนอนดึกในระยะเวลาติดต่อกัน การร้องไห้อย่างหนัก หรืออาการภูมิแพ้ต่าง ๆ ก็จะทำให้มีปัญหาถุงใต้ตาเทียมเช่นกัน
2. ถุงใต้ตาแท้
ปัญหาถุงใต้ตาแท้ จะเกิดมาจากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดมาจากกรรมพันธุ์หรือเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น เลยทำให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมสภาพลง ถุงไขมันใต้ตาเลยเลื่อนตัวลงมาจนกลายเป็นปัญหาใต้ตาบวมนั่นเอง

วิธีการรักษาถุงใต้ตา

แน่นอนว่าปัญหาถุงใต้ตาที่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังเผชิญกันอยู่นี้ ไม่ว่าจะถุงใต้ตาแท้ หรือถุงใต้ตาเทียม ก็มีวิธีการรักษาที่จะเรียกความมั่นใจเรากลับมา และลดปัญหาถุงใต้ตาได้เป็นอย่างดี โดยวิธียอดนิยมในการแก้ปัญหาถุงใต้ตา มีดังนี้

1. ดูดไขมันใต้ตา
เนื่องจากปัญหาถุงใต้ตาบวม เกิดจากถุงไขมันบริเวณใต้ดวงตา การเลือกใช้วิธีดูดไขมันใต้ตาออกไปจึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมนั่นเอง โดยจะทำการรักษาด้วยการใช้เครื่องที่มีลักษณะคล้ายกับท่อที่มีขนาดเล็กพิเศษ สอดผ่านผิวหนังให้เกิดเพียงรอยเล็ก ๆ และจึงค่อย ๆ ดูดไขมันส่วนเกิดบริเวณถุงใต้ตาออกมา

ข้อดี สามารถกำจัดปัญหาถุงใต้ตาได้อย่างถาวร ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผลเปิด
ข้อเสีย อาจมีรอยช้ำใต้ตา และเสี่ยงต่อการติดเชื้อระหว่างทำ หากทำกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ คลินิกและเครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐาน
เหมาะกับใคร เหมาะกับคนที่มีปัญหาถุงใต้ตาบวม ไขมันใต้ตาเยอะ และไม่มีเวลาพักฟื้น

2. ประคบด้วยความเย็น
การใช้ความเย็นเข้ามาช่วยประคบใต้ตา เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยแก้ปัญหาใต้ตาบวม ใต้ตาหมองคล้ำได้ ซึ่งมักจะใช้เจลประคบเย็นมาทาบหรือแปะลงไปบริเวณใต้ตาอย่างเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ความเย็นก็จะช่วยให้ใต้ตาที่บวมยุบลงไปได้นั่นเอง

ข้อดี ประหยัดเงิน ง่าย ทำได้สะดวกทุกเวลา
ข้อเสีย เห็นผลลัพธ์ช้า ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ถาวร ไม่สามารถลดปัญหาถุงใต้ตาได้ถูกจุด ลดเพียงอาการบวมของผิวหนังชั้นตื้นเท่านั้น
เหมาะกับใคร เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาตาบวมจากการร้องไห้อย่างหนัก

3. ฉีดฟิลเลอร์ถุงใต้ตา
การฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มเข้าไปนั้นจะเป็นการเข้าไปช่วยเติมเต็มกระดูกใต้ตา ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการยุบตัวลงจากอายุที่มากขึ้นนั่นเอง ซึ่งเมื่อเข้าไปเติมเต็มส่วนที่ยุบนั้นลงได้แล้ว จะทำให้ถุงใต้ตาที่นูนบวมได้น้อยลง หรืออาจจะสมานตัวกันได้อย่างพอดี
ข้อดี ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อได้ทันที
ข้อเสีย ไม่สามารถคงผลลัพธ์อย่างถาวรได้ หากทำกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน แพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ก็อาจจะส่งผลเสียต่อดวงตาได้
เหมาะกับใคร เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใต้ตายุบตัว ปัญหาริ้วรอยใต้ดวงตา ร่องตาลึก ผิวใต้ตามีความหย่อนคล้อย

4. ฉีดโบท็อกซ์ถุงใต้ตา
สำหรับการฉีดโบท็อกซ์นั้น จะเป็นการเข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง และการนำโบท็อกซ์มาฉีดลดถุงใต้ตา จะเป็นการทำให้กล้ามเนื้อบริเวณถุงใต้ตาหดตัวลง แต่วิธีนี้ยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาบริเวณผิวหนังชั้นตื้นเท่านั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาถุงใต้ตาได้อย่างดีพอ
ข้อดี ราคาย่อมเยา ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำเสร็จสามารถทำงานหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อได้
ข้อเสีย อาจจะเสี่ยงต่อการอักเสบ และติดเชื้อ อีกทั้งตาอาจจะดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ
เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาริ้วรอยต่าง ๆ บริเวณขอบตาล่าง

5. เซรั่มลดถุงใต้ตา
ในปัจจุบันนี้ได้มีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการแก้ปัญหาถุงใต้ตาบวมอย่างเซรั่มลดถุงใต้ตา ซึ่งเซรั่มเหล่านี้จะมีส่วนผสมที่จะเข้ามาเพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงผิวรอบดวงตาให้สดใสมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น และยังเป็นวิธีที่สามารถทำได้เองที่บ้านอีกด้วย
ข้อดี ช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตาบวมได้อย่างดี ลดเรือนริ้วรอยรอบดวงตา
ข้อเสีย ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับคนที่ผิวรอบๆ ดวงตามีความแห้ง มีริ้วรอย และถุงใต้ตาบวมจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ

6. พักผ่อนให้เพียงพอ
หลายๆ ครั้งปัญหาผิวต่างๆ เกิดขึ้นมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงปัญหาถุงใต้ตาบวมด้วย ดังนั้นการจัดตารางชีวิตให้สามารถพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ และมีประสิทธิภาพจึงค่อนข้างสำคัญ โดยเฉพาะใครที่มีปัญหาถุงใต้ตาบวม ไม่ควรจะนอนดึก หรือนอนน้อยติดต่อกันนานจนเกินไป

ข้อดี การหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมได้อย่างเต็มที่
ข้อเสีย ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล และหากนอนนานจนเกินไปอาจจะไปกระตุ้นให้ตามีอาการบวมหนักกว่าเดิมอีกด้วย
เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาใต้ตาบวมจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือผ่านการร้องไห้อย่างหนัก

สรุป
ปัญหาถุงใต้ตาที่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังกังวลใจอยู่นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ ถุงใต้ตาแท้ และถุงใต้ตาเทียม โดยถุงใต้ตาแท้มักเกิดจากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ กรรมพันธุ์หรืออายุที่เพิ่มมากขึ้น และถุงใต้ตาเทียมเกิดจากการใช้ชีวิต พฤติกรรมต่าง ๆ อย่างเช่น การนอนดึก หรือพักผ่อนไม่เพียงพอนั่นเอง ซึ่งปัญหาถุงใต้ตาทั้ง 2 ประเภทนี้ มีวิธีการรักษาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทาครีม ทาเซรั่มลดถุงใต้ตาบวม การประคบเย็น หรือแม้แต่หัตถการ อย่าง การดูดไขมันใต้ตา ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ ที่สามารถช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน