- TCEB ติดเทอร์โบอุตสาหกรรมไมซ์ ตามนโยบาย Quick Win ตั้งเป้า 3 เดือน “ต.ค.-ธ.ค.66” ทำเงิน 30,000 ล้านบาท
- บริษัท “อินเซ็นทีฟไมซ์จีน” เดือน ต.ค.66 นำกรุ๊ปใช้จ่ายเงินในไทยปกติ 7,000-9,000 คน/งาน
- 5งานไมซ์โลก “ICCA-UCCN-SPARTAN Week/COSMEX/FIFA Congress” จัดใหญ่ทั่วไทยปลายปี’66-67

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่าทีเส็บพร้อมนำอุตสาหกรรมไมซ์ขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลเร่งฟื้นเศรษฐกิจระยะสั้น Quick Win ช่วง 3 เดือนแรกซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2567 ระหว่าง ตุลาคม-ธันวาคม 2566 จะเร่งตลาดไมซ์ในประเทศและต่างประเทศแสวงหาโอกาสใหม่ผลักดันไทยเป็นผู้นำประเทศจุดหมายปลายทางไมซ์อันดับต้น ๆ หรือ TOP MICE Destination ของภูมิภาคพุ่งเป้าดึงงานที่มีพลังใช้จ่ายเงินสูงตลอด 100 วัน ตามนโยบาย Quick Win ของรัฐบาลเพื่อทำรายได้ไมซ์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท
ทีเส็บรุกไว้ฟื้นเร็วเร่งทำทันที 4 เรื่อง ได้แก่ 1.กระตุ้นตลาด 2.สื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไปยังกลุ่มคุณภาพเป้าหมายใหม่ ผ่านแคมเปญ Re Branding Thailand as High Value added Destination :The New Chapter of Thailand MICE เจาะตลาดนานาชาติในหลายช่องทาง 3.อำนวยความสะดวกลดอุปสรรคการจัดงาน 4.ส่งเสริมด้านความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ไทยผงาดเป็นผู้นำอาเซียนทางด้าน “ประเทศจุดหมายปลายทางคาร์บอนต่ำ : Low Carbon Destination”
ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 เป็นต้นไป ทีเส็บพร้อมลงมือทำทันทีเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจไมซ์แบบ Quick Win ด้วย 3 หมุดหมาย ได้แก่
หมุดหมายที่ 1 กระตุ้นบวกกับเจาะกลุ่มใหม่ “ตลาดไมซ์ต่างประเทศ” แบ่งเป็น รายภูมิภาคและรายอุตสาหกรรม ซึ่งพยายามจะประมูลงานแสดงสินค้าเข้ามาจัดในไทย ด้านพลังงาน อาหาร งานเมกะอีเวนต์ เช่น ธุรกิจเกี่ยวข้องนวัตกรรมต่าง ๆ ปี 2567 จะมีสมาร์ตเทคโนโลยีรายการใหญ่ ๆ มาจัดในไทยอีก 2-3 งาน ส่วนกลุ่มเป้าหมายหลัก จะเป็น ไมซ์จีน อินเดีย อาเซียน สหภาพยุโรป อเมริกา สัดส่วนรายได้เดิมทำได้ถึง 50 %
หมุดหมายที่ 2 ใช้ประโยชน์จาก “วีซ่าฟรี” ตามมาตรการของรัฐบาลทางทีเส็บจะเน้นบริการ MICE LANE ตามสนามบินนานาชาติหลักที่มีทั้งในสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ยกระดับบริการแบบพรีเมี่ยม

หมุดหมายที่ 3 ทำการตลาดไมซ์ที่ยั่งยืน โดยใช้งานจัดแสดงสินค้า (Exhibition) รายการใหญ่สุดของประเทศทำโครงการลดการปล่อยคาร์บอนไดสุทธิเป็นศูนย์ โดยจะนำร่องทำกับงานแรก ICCA :The 62th International Congress and Convention Association Congress 2023
ตามแผนจะเร่งกระตุ้น “ตลาดในประเทศ” เดินหน้าทำโครงการ “ยกทีมประชุม หลงรักเมืองไทย” ตอนนี้ทางฝ่ายไมซ์ในประเทศ D-MICE ร่วมกับเอกชนปลุกกำลังซื้อตลาดคอร์ปอเรต ซึ่งเดินทางด้วยเครื่องบิน รถไฟ เรือ เริ่มพฤศจิกายน 2566 จะเปิดเส้นทางไมซ์ตามแนวคิดใหม่ ๆ และร่วมมือสร้างงาน ยกระดับงานแสดงสินค้า และเทศกาล ทั่วประเทศทั้ง 4 ภูมิภาค
ส่วนเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่สยามพารากอน เมื่อ 3 ตุลาคม 2566 ทางทีเส็บขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียชีวิต รวมทั้งจะเร่งสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องโดยมีตัวแทนการตลาดทีเส็บตามประเทศต่าง ๆ ช่วยอย่างเต็มที่ทั้งใน จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย ยุโรป อเมริกา ช่วงแรกยังไม่มีแจ้งยกเลิกการเดินทางจะต้องรอหลังจบวันชาติจีนหลัง 10 ตุลาคม นี้จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ตอนนี้เร่งสร้างขวัญกำลังใจย้ำเน้นถึงระบบความมั่นใจด้านความปลอดภัย แล้วเร็ว ๆ นี้ทีเส็บจะเดินทางไปจีนด้วย
ขณะที่ระหว่าง 2-10 ตุลาคม 2566 มีบริษัทของจีนจัดการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) เดินทางมาไทยตามปกติขนาดกรุ๊ปละ 7,000-9,000 คน ทางทีเส็บยืนยันจะทำต่อเนื่องเรื่องการสื่อสารด้านความปลอดภัยกับคู่ค้าไมซ์ทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอ
นายจิรุตถ์ ย้ำทีเส็บจะเร่ง “กระตุ้นตลาดไมซ์แบบครบวงจร” ตามนโยบายเศรษฐกิจ Quick Win ของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เร่งทำรายได้เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมอีก 30,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 20 % เกิดงานในอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่า 26 งาน สร้างการรับรู้ภาพลักษณ์เมืองไทยในฐานะ TOP OF MIND หรือจุดหมายปลายทางคุณภาพสูง เป็นพื้นที่นำร่องเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนารองรับงานระดับสากล 10 เมือง
ตั้งแต่ปลายปี 2566 ทีเส็บพร้อมนำงานไมซ์ระดับโลกทยอยเข้ามาจัดในไทยอีกอย่างน้อย 5 งาน ประกอบด้วย

งานที่ 1 งานประชุม The62th International Congress and Convention Association : ICCA Congress 2023 ประชุมสมาชิกสามัญประจำปีของสมาคมการประชุมนานาชาติหรือ ICCA เลือกมาไทยเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากกรุงเทพฯ และพัทยา เตรียมจัดงานระหว่าง 12-15 พฤศจิกายน นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 12,000 คน สร้างรายได้ 85 ล้านบาท สร้างมูลค่าทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ระดับนานาชาติได้ 300 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในประเทศ (GDP) อีกกว่า 47 ล้านบาท เกิดภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้อีก 2.9 ล้านบาท
ทางทีเส็บร่วมกับกรุงเทพมหานคร โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าการ กทม.จะเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงต้อนรับสมาชิก ICCA ทั้งหมด เลือกใช้พื้นที่ “หัวลำโพง” โชว์ศักยภาพของไทยในมุมพิเศษทั้งการจัดงานและการเดินหน้าจัดไมซ์เข้าสู่มาตรฐานลดคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (NET ZERO) ด้วย
งานที่ 2 จัดงานประชุม UCCN Annaul Conference 2025 หรือการประชุมประจำปีของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์องค์การยูเนสโก้ ครั้งที่ 17 ปี 2568 ซึ่งจะประกาศผลเดือนตุลาคม 2566 ทางทีเส็บได้ให้การสนับสนุนจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็น 1 ในไมซ์ ซิตี้ ยื่นประมูลสิทธิ ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก้ สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน หากไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ จะมีบรรดานายกเทศมนตรีจากทั่วโลกมาประชุมร่วมกันในไทย จะสร้างเม็ดเงินเข้าไทยประมาณ 125.86 ล้านบาท
งานที่ 3 COSMEX 2023 จะจัดระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2566 เป็นงานแสดงเทคโนโลยีด้านการผลิต การบรรจุภัณฑ์ และบริการผลิตสินค้าเพื่ออุตสาหกรรมเครื่องสำอางค ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เข้าไว้ด้วยกันในงานเดียว จัดภายใต้แนวคิด “Beauty Beyond Boundaries” เน้นถ่ายทอดเทคโนโลยี และความรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานสัมมนา ประชุมวิชาการ ควบคู่กับจับทางธุรกิจ คาดมีทั้งหมดกว่า 200 บูธ ดึงคนเข้าร่วมไม่กว่า 12,000 คน เกิดรายได้ราว 1,000 ล้านบาท
งานที่ 4 Phuket Spartan Trifecta and APAC Championship Weekend 2023 เป็นงานเทศกาลวิ่งวิบากลิขสิทธิ์ระดับโลก ระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2566 ที่ บลู ทรี ภูเก็ต ต.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ซึ่งจะช่วยตอกย้ำความสำเร็จของไทยในการขับเคลื่อนเมกะอีเวนต์ และเวิลด์ เฟสติวัล ที่สามารถนำงานระดับโลกจากสหรัฐอเมริกาที่มีแฟนคลับจากทั่วโลกมาร่วมงาน คาดจะมีนักกีฬานานาชาติจาก 30 ประเทศ เข้าร่วมกว่า 10,000 คน

งานที่ 5 งาน FIFA Congress 2024 ล่าสุดทางสหพันธ์สมาคมฟุตบอลยืนยันแล้วให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาชิกฟีฟ่าทั่วโลก ประจำปี 2567 สมัยที่ 74 วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ที่กรุงเทพฯ จัดเป็นครั้งแรกในอาเซียน โดยความร่วมมือของทีเส็บกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยการสนับสนุนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้าร่วมประมูลสิทธิ์ภายใต้โครงการ On Ministry One Convention คาดจะมีผู้เข้าร่วมทั่วโลก 211 สมาคม สร้างรายได้ 38.21 ล้านบาท และสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศอีก 21.25 ล้านบาท
นายจิรุตถ์ กล่าวว่า ปลายปี 2566 ไทยพร้อมผงาดเป็นศูนย์กลางดึงดูดงานแสดงสินค้านานาชาติเข้ามาได้อีกหลายงาน โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์การชิงประมูลสิทธิ์งานประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ หรือ “คอนเวนชั่น” ทั่วโลกเข้ามาจัดในไทยเพิ่มขึ้นต่อไป เพราะเป็นงานที่ใช้จ่ายเงินจัดงานแต่ละครั้งสูงมากกว่าไมซ์ทั่วไป และได้ภาพลักษณ์เชิงบวกสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลกได้ด้วย
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

