หลายคนคงประสบกับปัญหารักแร้ดำ และก็มีอีกหลายคนสงสัยว่ามันดำได้ยังไง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของเจ้ารักแร้ที่ทำไมถึงดำได้ กับวิธีการที่จะช่วยกอบกู้รักแร้ดำของเรา เพื่อให้รักแร้ของเรากลับมาขาว เนียน ใส ดังเดิม
ปัญหารักแร้ดำ
รักแร้ดำ คือลักษณะสภาพผิวใต้วงแขน ที่เกิดจากเซลล์ผิวเมลาโนไซต์ (Melanocytes) ผลิตสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่าเมลานิน (Melanin) มากผิดปกติอย่างรวดเร็วไป ซึ่งเมลานินเป็นสารเม็ดสีดำและพบได้ทั่วไปในร่างกายบริเวณผิวหนังและเส้นขน รักแร้ดำจึงมีลักษณะผิวคล้ายกํามะหยี่ มีความหนาและมีสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงสีดำ ในบางรายอาจมีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ร่วมด้วย
สาเหตุของรักแร้ดำมีอะไรบ้าง?
สาเหตุของปัญหารักแร้ดำเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ปัจจัยภายใน เกิดจากภาวะความผิดปกติของผิวหนังที่มีชื่อว่าโรคผิวหนังช้าง Acanthosis Nigricans เกิดจากมีภาวะฮอร์โมนสูงหรือต่ำผิดปกติ หรือจากสารกระตุ้นการแบ่งตัวเซลล์ผิวหนังจากเซลล์มะเร็ง หรือสารอินซูลินในร่างกายสูงผิดปกติจนทำให้เซลล์ผิวหนังและเซลล์ไฟโบรบลาสต์บริเวณผิวแบ่งตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของรักแร้ดำ โดยเกิดจากอาการข้างเคียงของภาวะดังต่อไปนี้
1.1 ระดับฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ในร่างกายสูงผิดปกติ
1.2 ภาวะเบาหวานชนิดที่ 2 (Diabetes Mellitus Type 2)
1.3 ภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroidism)
1.4 ภาวะโรคอ้วน (Obesity)
1.5 กลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (Polycystic ovary syndrome)
1.6 กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing syndrome)
1.7 มะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric cancer)
1.8 มะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma)
1.9 มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer)
1.10 การใช้ยา เช่น ยาคุมกำเนิด อินซูลิน เอสโตรเจนและยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์
1.11 สตรีมีครรภ์และสตรีที่ให้นมบุตร
หมายเหตุ : มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นกรณีที่พบรักแร้ดำได้ค่อนข้างน้อยปัจจัยภายนอก เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันหรือสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้และระคายเคือง ที่มีผลกระทบกับบริเวณผิวใต้วงแขนโดยตรง จนทำให้เกิดการเสียดสีหรือการอักเสบใต้วงแขน จนนำไปสู่รักแร้ดำ ได้แก่
2.1 กิจกรรมซ้ำๆ เป็นประจำที่ก่อให้เกิดการเสียดสีใต้วงแขน
2.2 ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นใต้วงแขนที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์
2.3 การกำจัดขนใต้วงแขนอย่างผิดวิธี เช่น การโกน การถอน หรือการแว็กซ์
2.4 การสวมเสื้อผ้าที่หนาและรัดรูป
2.5 ขาดสุขอนามัยในการทำความสะอาด
วิธีการในการแก้ไขปัญหารักแร้ดำ
รักษาด้วยวิธีธรรมชาติ
การรักษารักแร้ดำด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย หรือผู้ที่มีปัญหารักแร้ดำในระดับเริ่มต้นจนถึงระดับปานกลาง โดยใช้ของที่มีตามธรรมชาติ สามารถหาซื้อได้ง่าย และสะดวกสบาย โดยเรามีสูตรมานำเสนอ 11 สูตรด้วยกัน ดังต่อไปนี้
1.1 ผงขมิ้นชันผสมน้ำผึ้ง ทาบริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก
1.2 น้ำมะนาว ถูบริเวณใต้วงแขน ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก ทำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์
1.3 ว่านหางจระเข้ ถูบริเวณผิวใต้วงแขน ประมาณ 15-20 นาที
1.4 มะนาวผสมเบกกิ้งโซดา ถูบริเวณใต้วงแขน ประมาณ 5 นาที
1.5 นมผสมขมิ้น ทาทิ้งไว้บริเวณใต้วงแขนตอนนอน แล้วล้างออกในตอนเช้า
1.6 มะเขือเทศหั่นคลุกน้ำตาล ถูบริเวณใต้วงแขนอย่างเบามือแล้วล้างออก
1.7 น้ำดอกกุหลาบผสมเบกกิ้งโซดา ทาบริเวณใต้วงแขนทิ้งไว้ ประมาณ 5-7 นาที แล้วล้าง ออกด้วยน้ำเย็น
1.8 น้ำมันดอกทานตะวัน นวดบริเวณใต้วงแขน ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
1.9 โยเกิร์ตผสมน้ำผึ้ง มาที่ผิวใต้วงแขนและปล่อยให้แห้งพร้อมกับล้างออก
1.10 กาแฟผสมน้ำผึ้ง ถูบริเวณใต้วงแขนอย่างเบามือ ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออก
1.11 น้ำส้มสายชูแอปเปิลไซเดอร์ผสมน้ำ ในอัตรา 1:1 ทาบริเวณใต้วงแขนทิ้งประมาณ
20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ จำพวกผักผลไม้ ที่มีฤทธิ์เป็นกรดที่ได้จากธรรมชาติอย่าง กรดอัลฟาไฮดรอกซี Alpha Hydroxy Acids (AHA) ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ ออกฤทธิ์โดยการกัดกร่อนเนื้อเยื่อใต้วงแขนที่เป็นสาเหตุของรักแร้ดำในระยะเวลาสั้นๆ โดยไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังใต้วงแขน และผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี 3 หรือ Niacin วิตามินดี และโคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) มาผสมกับวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติเป็นสครับ เพื่อใช้ขจัดเซลล์ผิวดำใต้วงแขน ไปพร้อมกับการบำรุงด้วยผักผลไม้
รักษาด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับใต้วงแขน
2.1 ผลิตภัณฑ์คลีมกำจัดขนรักแร้ การใช้คลีมกำจัดขนรักแร้เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้หลีกเลี่ยงการโกน การถอน หรือการแว็กซ์ จนเกิดการระคายเคือง อักเสบ บริเวณผิวใต้วงแขนจนนำมาสู่รักแร้ดำก่อนการใช้งานควรแต้มคลีมกำจัดขนรักแร้บริเวณข้อพับแขน เพื่อทดสอบอาการแพ้ แต่หากคุณเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายวิธีนี้คงไม่เหมาะกับคุณ
2.2 ผลิตภัณฑ์คลีมบำรุงรักแร้ การใช้คลีมบำรุงรักแร้ ถือเป็นวิธีการรักษาและป้องกันรักแร้ดำไปในตัว เนื่องจากคลีมถูกผลิตมาเพื่อแก้ไขปัญหารักแร้ดำ ซึ่งจะช่วยบำรุงผิว และค่อยๆ ปรับ สภาพผิวให้กระจ่างใส เรียบเนียนขึ้น และยังช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ใต้วงแขน ด้วยการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และยังช่วยเพิ่มควาชุ่มชื้นให้กับผิวใต้วงแขนอีกด้วย
รักษาด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์
การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรักษารักแร้ดำ โดยมากมักใช้วิธีเลเซอร์ ซึ่งเป็นวิธียอดนิยมสามารถรักษารักแร้ดำได้ทุกระดับ โดยใช้หลักการที่ว่ารักแร้ดำเกิดจากเซลล์ผิวเมลาโนไซต์ (Melanocytes) ผลิตเมลานิน (Melanin) ซึ่งเป็นเม็ดผิวที่มีสีดำ มากผิดปกติอย่างรวดเร็วไป ด้วยเม็ดสีดำที่มีคุณสมบัติดูซับแสงเลเซอร์ เม็ดสีดำจึงถูกสลายและค่อยหลุมออกไป ทำให้ผิวใต้วงแขนกลับมากระจ่างใสดังเดิม โดยมีเครื่องเลเซอร์ที่นิยมนำมาใช้แก้ปัญหารักแร้ดำดังต่อไปนี้
3.1 เครื่อง IPL (Intensive Pulsed Light)
เลเซอร์ตัวนี้มีคุณสมบัติในการสลายเม็ดสีเมลานิน โดยปล่อยคลื่นแสงที่มีความเข้มข้นสูงที่ชื่อว่า Intensive Pulsed Light ; IPL ที่มีช่วงความยาวคลื่น 515 นาโนเมตร ถึง 1,200 นาโนเมตร ไปจับกับเม็ดสีเมลานิน เพื่อให้เกิดการสลายตัว นอกจากนี้ IPL ยังช่วยในการกำจัดขนรักแร้สาเหตุหนึ่งของกลิ่นไม่พึงประสงค์ใต้วงแขนอีกด้วย ควรทำอย่างน้อย 4-5 ครั้งขึ้นไป แต่ละครั้งควรห่างกันทุก 2 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์

3.2 เครื่อง Q-Switch
เลเซอร์ตัวนี้มีแสงเลเซอร์พลังงานสูงที่มีช่วงคลื่นแคบที่มีคุณสมบัติในการสลายเม็ดสี โดยไม่ทำลายเนื้อเยื้อ สามารถปล่อยคลื่นแสงความยาวคลื่นได้ 2 ความยาวคลื่น ที่มีความเข้มและความหนาแน่นสูงในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ คือ 532 นาโนเมตร และ 1,064 นาโนเมตร (Frequency-double mode) โดยคลื่นที่เหมาะสมในการแก้ปัญหารักแร้ดำ คือ 1,064 นาโนเมตร โดยการสลายเม็ดสีเมลานินในเนื้อเยื้อสีดำใต้วงแขน ควรทำอย่างน้อย 3-6 ครั้งขึ้นไป แต่ละครั้งควรห่างกันทุก 2 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์
3.3 เครื่อง Dual Yellow Laser
เลเซอร์ตัวนี้เป็นเลเซอร์ที่มีความพิเศษ สามารถสร้างแสงเลเซอร์ขึ้นมาได้ 2 สี คือ แสงสีเหลือง ที่มีความยาวคลื่น 578 นาโนเมตร และแสงสีเขียว ที่มีความยาวคลื่น 511 นาโนเมตร จากคอปเปอร์โบรไมด์ (Copper bromide) และสามารถยิงแสงเลเซอร์แบบผสมสีได้อีก 2 สี คือ Y10G และ G30Y ที่มีอัตราส่วนของสีที่ไม่เท่ากัน โดยแสงสีเหลืองมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้ง ปัจจัยการเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดของผนังหลอดเลือด สาเหตุของการสร้างเมลานินของเซลล์เมลาโนไซล์ที่มากผิดปกติ และแสงสีเขียวที่มีคุณสมบัติทำให้เมลานินดูดกลืนแสงสีเขียวได้ดีจึงถูกนำมาใช้สลายรอยดำใต้รักแร้ ควรทำอย่างน้อย 3-6 ครั้งขึ้นไป แต่ละครั้งควรห่างกันทุก 2-3 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์
3.4 เครื่อง Picosecond
เลเซอร์ตัวนี้มีคุณสมบัติในการสลายเม็ดสีที่ผิดปกติและช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้รักแร้กระจ่างใสและมากลับมาดำคล้ำอีก โดยสร้างสามารถยิงแสงเลเซอร์ได้หลายความยาวคลื่น ตามความสามารถของแต่ละรุ่น และแต่ละระดับปัญหา โดยมีตั้งแต่ 532, 595, 660, 670, 755, 785, และ 1,064 นาโนเมตร ด้วยความถี่ 1/1,000,000,000,000 รอบต่อวินาที เรียกว่าเทคโนโลยี Picosecond Laser หรือ Pico Laser ควรทำอย่างน้อย 3-6 ครั้งขึ้นไป แต่ละครั้งควรห่างกันทุก 1-3 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์
3.5 เครื่อง Long Pulse ND Yag
เลเซอร์ตัวนี้มีคุณสมบัติในการปรับสภาพผิวดำคล้ำใต้วงวงแขนให้ดูอ่อนลง จางลง และยังทำให้ผิวใต้วงขนที่หย่อนยานกลับมาดึงกระชับ และสามารถกำจัดขนรักแร้ไปในตัวได้อีกด้วย โดยปล่อยคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นได้ 2 ความยาวคลื่น คือ 1064 นาโนเมตร และ 1320 นาโนเมตร ควรทำอย่างน้อย 3-4 ครั้งขึ้นไป แต่ละครั้งควรห่างกันทุก 3-4 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์
ปัญหารักแร้ดำขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล จึงทำให้ระยะเวลาในการรักษาอาจสั้นหรือยาวก็ได้ ซึ่งวิธีการรักษาก็อยู่ที่คุณเลือกด้วย หากคุณเป็นคนที่ชอบการแก้ปัญหารักแร้ดำด้วยวิธีธรรมชาติอาจต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ใช้งบประมาณน้อย แต่หากคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลา อาจเลือกใช้วิธีการรักษาด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเลเซอร์ ซึ่งเป็นวิธีที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

