“ไอเอฟอีซี” ลุยเป้าหมาย “พลังงานครบวงจร” ฉลองเปิดศักราชใหม่ เผยข่าวดีขายไฟให้กัมพูชา

12.01.17 | 18:12 น.
วิชัย ถาวรวัฒนยงค์

 


นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์  ประธานบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือไอเอฟอีซี  เปิดเผยถึง แผนการทางธุรกิจในปีนี้ของบริษัทว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2560 นี้จะเป็นการเริ่มต้นสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดย ไอเอฟอีซี จะเน้นการกลับเข้าสู่ไลน์ธุรกิจหลักคือพลังงานทดแทนให้มากขึ้น เพื่อก้าวสู่เป้าหมายความเป็นพลังงานทดแทนครบวงจรในระดับอาเซียน ที่จะก้าวไปสู่ความเป็นสากลในอนาคตนี้ โดยในปัจจุบัน เทรนด์ธุรกิจพลังงานทดแทนกำลังมาแรงและได้รับความสนใจจากทั่วโลก และเป็นธุรกิจที่มีอนาคตน่าลงทุน ท่ามกลางปัจจัยลบสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ธุรกิจพลังงานทดแทนมีแนวโน้มเติมโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง  โดยในเร็วๆ นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารและกำลังจะมีผู้บริหารชุดใหม่เข้ามา สอดคล้องกับแผนธุรกิจของ ไอเอฟอีซี ที่จะเดินหน้าเข้าสู่ ธุรกิจหลักและขับเคลื่อนสู่ความเป็นสากลให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการปรับองค์กรภายในด้านต่างๆ ให้แล้วเสร็จ เพื่อเดินหน้า ไอเอฟอีซี สู่อนาคต

นอกจากนี้ ไอเอฟอีซี เปิดศักราชปีระกา ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยเซ็นสัญญาขายไฟฟ้าให้กัมพูชา ประเดิมการกลับเข้าสู่ไลน์ “พลังงานทดแทนครบวงจร” และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสู่แผนธุรกิจในปี 2560 นี้

ภาพประกอบ-2

Advertisement

ด้าน นายศุภกร แย้มงามเหลือ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.อินเตอร์ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ในวันนี้ (12 ม.ค.) บริษัทไอเอฟอีซี จะเซ็นสัญญาขายไฟฟ้าให้กับบริษัท  MENG SOKLENG CONSTRUCTION AND ELECTRIC จำกัด ประเทศกัมพูชา ซึ่งการขายไฟฟ้าครั้งนี้เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของไอเอฟอีซี ในการออกไปดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ประเทศกัมพูชา โดยเป็นไปตามแผนธุรกิจในปี 2560 สู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานครบวงจรซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท

สำหรับโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่อำเภอ 4 สกัด โตนเลบาสะ คันจอม กาโมน พนมเปญ โดยไอเอฟอีซี ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลกัมพูชาทั้งสิ้น 20 เมกะวัตต์ และขณะนี้เริ่มทดลองผลิตแล้ว  2 เมกะวัตต์ ส่วนเฟสต่อไปจะผลิต 5-8 เมกะวัตต์ ก่อนที่จะผลิตเต็มกำลังต่อไป

“ลักษณะกิจการไฟฟ้าในกัมพูชาแตกต่างกับประเทศไทย คือเสาไฟฟ้ามีทั้งของภาครัฐและเอกชน ที่ผ่านมาโครงการของเราอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าพอสมควร แต่ถึงวันนี้เราโชคดีที่เสาไฟฟ้าของเอกชนรายนี้ พาดผ่านโครงการของเรา จึงสามารถจ่ายไฟเข้าระบบได้ในทันที ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะเร่งขายไฟฟ้าเข้าระบบตามจำนวนที่ได้รับอนุญาตให้เร็วที่สุด โดยการเซ็นสัญญาขายไฟให้กับทางกัมพูชาในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสู่การเดินหน้าขับเคลื่อนแผนธุรกิจในปี 60 ที่เป็นรูปธรรม สอดรับกับการกลับเข้าสู่ไลน์ธุรกิจหลักของ ไอเอฟอีซี อีกด้วย”