“สิงห์ศึก” นำคณะ สว.ลงพื้นที่พร้อมมอบเงินเป็นกำลังใจให้โรงเรียนผู้สูงอายุในจังหวัดยโสธร
วันที่ 26-27 ตุลาคม 2566 พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง นางประยูร เหล่าสายเชื้อ นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน และนางประภาศรี สุฉันทบุตร ลงพื้นที่พบกลุ่มนักเรียนผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว พร้อมมอบเงินเป็นขวัญกำลังใจให้แก่โรงเรียนซึ่งถือเป็นโรงเรียนผู้สูงอายุต้นแบบที่มีการจัดการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านสังคม ด้านศิลปะ ด้านการประกอบอาชีพ ด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาศักยภาพ สามารถถ่ายทอดภูมิปัญหาสู่คนรุ่นหลัง เกิดความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าความสามารถของตนเอง จากนั้น คณะฯ เดินทางไปยังตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร เพื่อพบปะประชาชนกลุ่มต่าง ๆ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้านแปรรูปอาหาร ซึ่งขอให้สมาชิกวุฒิสภาช่วยผลักดันให้ “ธาตุก่องข้าวน้อย” ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเรื่อง “ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่” ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของจังหวัด รวมทั้งเสนอให้มีการขุดคลองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและช่วยให้เกษตรกรริมคลองมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร



นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนพร้อมอบเงินเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้ทรงคุณค่าคำเตยสร้างสุข อำเภอไทยเจริญ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มกันเองของผู้สูงอายุในพื้นที่ โดยครอบครัวจำรูญพุทธรินทร์ร่วมบริจาคงบประมาณการจัดตั้ง และสนับสนุนสถานที่สำหรับการเรียนการสอน รวมถึงโรงทานแจกอาหารกลางวันสัปดาห์ละ 1 วัน ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ นักเรียนผู้ทรงคุณค่าจะช่วยจัดหากันเอง ขณะที่ในส่วนของกิจกรรมการเรียนการสอนจะมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุเรียนรู้ รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม และสามารถประกอบอาชีพให้มีรายได้เลี้ยงดูตนเอง ไม่มีหลักสูตรตายตัว เน้นความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก



ขณะที่สมาชิกวุฒิสภาได้กล่าวให้กำลังใจกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มต่าง ๆ โดยย้ำถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งหน่วยงานของรัฐควรเข้ามาให้การส่งเสริมสนับสนุน

