มท. 3 มอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ให้แก่ผู้บริหาร ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และจังหวัดชัยนาท ขับเคลื่อน 10 นโยบายสำคัญ สู่ภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”
วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมเดอะฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้ พาร์ค อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานโครงการประชุมมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในส่วนภูมิภาค กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และจังหวัดชัยนาท โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการฯ และนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ผู้แทนเอกชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ให้การต้อนรับและร่วมประชุม
อธิบดีกรมการปกครองกล่าวว่า การประชุมมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในส่วนภูมิภาค ครั้งนี้ ได้กำหนดให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์การประชุมของกลุ่มจังหวัด และได้ดำเนินการถ่ายทอดการประชุมผ่านทางสถานีโทรทัศน์กรมการปกครอง DOPA..Channel ให้แก่ทุกอำเภอภายในกลุ่มจังหวัด ได้รับชมโดยพร้อมเพรียงกัน สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมการรับมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในส่วนภูมิภาค ณ ที่แห่งนี้ ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการ ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้แทนภาคเอกชน ของกลุ่มจังหวัด และผู้ใหญ่บ้านของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งสิ้น 2,675 คน โดยมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทุกอำเภอภายในกลุ่มจังหวัด ร่วมรับชมการถ่ายทอดการประชุมผ่านทางสถานีโทรทัศน์กรมการปกครอง DOPA..Channel รวมทั้งสิ้น 11,491 คน
กระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายสำคัญสู่ภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” จึงขอให้ท่านได้ร่วมกันขับเคลื่อน ทั้งภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล (Agenda) ภารกิจตามอำนาจหน้าที่ (Function) และภารกิจเชิงพื้นที่ (Area) รวมทั้งขับเคลื่อนงานในฐานะผู้บัญชาการพื้นที่แทนรัฐบาล (Area Manager) ด้วย โดยมีนโยบายสำคัญ 10 ประเด็น คือ
- การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ น้อมนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ในการทำงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนมีความอุดมสมบูรณ์พูนสุข
- น้ำดื่มสะอาดฟรี ลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน โดยการติดตั้งเครื่องกรองน้ำในชุมชมให้บริการน้ำดื่มสะอาดแก่ประชาชน สำหรับในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำ ให้ใช้รถบรรทุกน้ำติดตั้งเครื่องกรองน้ำ ให้บริการประชาชนฟรีพร้อมติดตั้งเครื่องกรองน้ำให้ให้บริการประชาชนฟรี ในระยะยาวการประปาต้องพัฒนา ปรับปรุงให้ประชาชน เชื่อมั่นน้ำประปาดื่มได้ฟรี
- การลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของทุกส่วนราชการ โดยให้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality Road Map) และส่งเสริมการติดตั้ง Solar Cell/Solar Rooftop ในสถานที่ราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและไฟฟ้าส่งสว่างสาธารณะ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าจากเดิมไม่น้อยกว่า 30% และให้ลดค่าใช้จ่ายน้ำมันจัดหารถพลังงานสะอาด
- พลังงานสะอาด มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด สนับสนุนการติดตั้ง Solar Cell ในที่อยู่อาศัย และส่งเสริมให้ครัวเรือน ชุมชนสร้างรายได้จากพลังงานสะอาด
- การจัดระเบียบสังคมปราบปรามผู้มีอิทธิพล ให้ส่วนราชการบูรณการจัดระเบียบสังคมเพื่อสร้างสังคมให้สงบสุข บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดอบายมุข ประชาชน มีความมั่นคงปลอดภัย กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพลให้ชัดเจนและเห็นเป็นรูปธรรม
- การบริการประชาชนแบบ One Stop Service การมุ่งหน้าสู่ระบบรัฐบาลดิจิทัล โดยพัฒนาแพลตฟอร์มหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) นำระบบดิจิทัลมาใช้ในการปฏิบัติราชการ การทำธุรกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพในงานบริการ
- การอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ส่งเสริมให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวางแผนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสาธารณณูปการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆสำหรับนักท่องเที่ยว อีกทั้งใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์สมัยใหม่สำหรับเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยระบบ AI อัจฉริยะ
- การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การผลิต การตลาด และการจำหน่าย “มุ่งเน้นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน โดยกำหนดมาตรการเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน เช่น การน้อมนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต การใช้ประโยชน์จากทุนชุมชน การพักหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมทั้งกำหนดมาตรการ และแนวทางเพื่อเพิ่มรายได้
- การแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้เสริมสร้างความเข้มแข็งหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด การทำงานเชิงรุกและเชิงรบเพื่อป้องกันยาเสพติด อีกทั้งผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาและได้รับการฟื้นฟูสภาพทางสังคมคืนคนดีสู่สังคม โดยให้มอง “ผู้เสพ” คือ “ผู้ป่วย”
- สนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขปฐมภูมิและเตรียมความพร้อมท้องถิ่นรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุขขั้นปฐมภูมิและการสร้างเสริมสถขภาพเชิงป้องกัน การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเตรียมความพร้อมท้องถิ่นรองรับสังคมผู้สูงอายุ และการจัดตั้งสถานชีวภิบาลประจำท้องถิ่น

