‘Changan Automobile’ ปักหมุดระยอง จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงาน EV

14.11.23 | 11:55 น.

‘Changan Automobile’ ปักหมุดระยอง จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงาน EV ประเดิมลงทุนเฟสแรก 8.8 พันล้านบาท

Changan Automobile จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตรถยนต์ที่จังหวัดระยอง เตรียมขยายฐานการผลิตแห่งแรกในตลาดต่างประเทศ พร้อมทุ่มเงินลงทุนกว่า 28.8 พันล้านบาท ครอบคลุมทุกขบวนการผลิตรถยนต์

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 Changan Automobile หนึ่งในกลุ่มยานยนต์ชั้นนำและแบรนด์รถยนต์ขายดีที่สุดในประเทศจีน จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตรถยนต์ CHANGAN แห่งแรกของประเทศไทย นำโดย นาย หวาง ฮุย รองประธานกรรมการ Changan Automobile และ นาย ซิงหัว เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจากตัวแทนทั้งจากภาครัฐ-เอกชนมาร่วมพิธี อาทิ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มิส จาง เซียว เซียว อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการค้าสถานทูตจีน

ร่วมด้วย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ที่ปรึกษาอาวุโสและผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย บริษัทวิศวกรรมพลังงานแห่งประเทศจีน (CEEC) นายสกนธ์ กรกฎ นายอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง นายปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่ม WHA พ.ต.อ.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ปลวกแดง และ นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 2) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติ หุ้นส่วน สื่อมวลชน ตลอดจนทีมงาน Changan Automobile 

Advertisement

นาย หวาง ฮุย รองประธานกรรมการ Changan Automobile กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2563 บริษัทฯ ได้สั่งสมข้อมูลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคชาวไทยมากกว่า 10,000 คน ครอบคลุมตลาดรถกระบะ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถสปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) อีกทั้งยังมีการวางแผน รวมถึงลงทุนอย่างมาโดยตลอด เพื่อเตรียมพร้อมสู่การขยายฐานการผลิตในประเทศไทย

ประกอบกับประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า และมีห่วงโซ่อุปทานด้านยานยนต์อันโดดเด่น รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานเติบโตที่สุดในอาเซียน ส่งผลให้การผลิตยานยนต์เติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาดึงส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ทั้งหมดถึง 30 % ในปี 2573 ดังนั้น บริษัทฯ จึงพร้อมผลิตและนำเข้ารถยนต์พลังงานใหม่ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในอนาคต

ทั้งนี้ โรงงานผลิตรถยนต์ดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ สามารถรองรับการผลิตรถยนต์ในขั้นตอนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานพ่นสี ประกอบตัวรถยนต์ ประกอบเครื่องยนต์ และประกอบแบตเตอรี่ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น  ซึ่งในระยะแรกลงทุนกว่า 8.8 พันล้านบาท ในการสร้างฐานการผลิตที่ทันสมัยในจังหวัดระยอง พร้อมคาดว่าโรงงานแห่งนี้เริ่มผลิตได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 และมีกำลังในการผลิตรถยนต์สูงถึง 100,000 คันต่อปี

เมื่อผนวกกับแผนการลงทุนที่จะถูกดำเนินการในระยะ 2 ซึ่งคาดว่ามูลค่าการลงทุนจะสูงสุดถึง 2 หมื่นล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ คาดว่ากำลังการผลิตรถยนต์โดยรวมจะสูงถึง 200,000 คันต่อปี พร้อมตั้งเป้าครอบคลุมตลาดอาเซียนทั้งหมด รวมถึงตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก

“ในนามของ Changan Automobile ขอแสดงความขอบคุณเหล่าพันธมิตรที่ได้ให้การช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงเป็นการรับประกันความแข็งแกร่งของโครงการเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสะพานแห่งมิตรภาพสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย”

ด้าน มิส จาง เซียว เซียว อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการค้าสถานทูตจีน กล่าวว่า ประเทศไทยมีสิ่งแวดล้อมอันเป็นมิตร รวมถึงมีความโปร่งใสสำหรับนักลงทุนชาวต่างชาติ ประกอบกับได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรสำคัญ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ส่งผลให้นักลงทุนชาวต่างชาติมีโอกาสนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาบุคลากร พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ขณะเดียวกัน Changan Automobile ยังคงทุ่มเทการพัฒนาด้านยนตกรรมมาโดยตลอด ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามร่วมกันในการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและประเทศไทยให้อันแน่นแฟ้นอีกด้วย

“การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมสัมพันธ์ประเทศไทยและประเทศจีนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น พร้อมทั้งกับสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไทยให้มีความสมบูรณ์ ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งยังมั่นใจว่ายนตกรรมไฟฟ้าของบริษัทฯ จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทย และเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไปอย่างแน่นอน”

พิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตรถยนต์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ระดับโลกของ Changan Automobile แต่ยังเป็นการเปิดศักราชใหม่ของนวัตกรรมยานยนต์สำหรับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคอาเซียน ควบคู่กับการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนต่อไป