รองนายกฯภูมิธรรม กดปุ่ม Kick off ธ.ก.ส.โอนเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ล็อตแรกวันนี้
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และตัวแทนชาวนาและเกษตรกรไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานในวันนี้
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังเปิดงานว่า รัฐบาลยืนยันว่าเรามาทำงานและยึดมั่นพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นความเดือดร้อนของรัฐบาลและของพวกเราทุกคน ดังนั้น อะไรที่เราสามารถทำได้ก็จะทำทันที อย่างที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ อะไรที่ทำได้ก็ทำเลย ถ้าทำไม่ได้ก็ไปหาคนมาทำ เรายึดหลักตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ซึ่งวันนี้ได้พิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีรายได้และสภาพคล่องในการใช้จ่าย รวมถึงการพัฒนาคุณภาพผลผลิตข้าวให้สามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้นผ่านโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกร ผู้ปลูกข้าว นอกจากนี้ รัฐบาลทราบดีว่าชาวนาได้รับความเดือดร้อนเป็นกลุ่มที่ผลิตข้าวให้กับผู้บริโภคทั้งหมด ซึ่งต้องได้รับการดูแลตรงนี้ก่อน มีมาตรการตั้งแต่เริ่มต้นเรื่องการพักชำระหนี้ 3 ปี มีการช่วยเหลือไปแล้ว ส่วนเรื่องการจัดการบริหารจัดการข้าว ในอนาคตเราคงมีวิธีการพยายามเปลี่ยนแปลง รัฐบาลทราบดีว่าต้องดูแลชาวนา เราใช้เงินสำหรับที่จะมาสนับสนุนการจัดการอย่างนี้จำนวนมาก ดังนั้น วิธีที่เรากำลังพยายามทำและทำให้ได้คือการปรับเปลี่ยน นอกจากการมาดูแลค่าใช้จ่ายอย่างนี้แล้ว พยายามปรับเปลี่ยนพันธุ์ข้าว รวมถึงการผลิต การใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริม เพื่อที่จะให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และชาวนาก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้นตามไปด้วย โดยมีเป้าหมายเกษตรกร 4.68 ล้านครัวเรือน ซึ่งจะมีการจ่ายเป็น 5 งวด (28 พ.ย.-2 ธ.ค.66) เริ่มจ่ายวันนี้ (28 พ.ย.66) เป็นวันแรกครอบคลุม 21 จังหวัด จนถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2566 จึงจะครบทั้ง 77 จังหวัด กรอบวงเงินรวมกว่า 54,336 ล้านบาท ผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ร่วมความสำเร็จครั้งนี้ ความสำเร็จครั้งนี้เราได้ความร่วมมือจากที่เป็นรัฐบาลที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำงานอย่างเป็นรูปธรรมถึงแม้จะเป็นรัฐบาลผสมที่มาจากต่างพรรคแต่เวลาเราทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน เราทำงานร่วมกันไม่มีปัญหาอย่างที่หลายคนกังวล อยากฝากไว้และขอบคุณธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรที่ได้นำสิ่งต่างๆ มาช่วยเหลือเกษตรกร และหวังว่าเกษตรกรทุกคนมีกำลังใจที่ดี
สำหรับการจ่ายเงินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2566/2567 แบ่งเป็น 5 งวด ประกอบด้วย
งวดที่ 1 จ่ายวันที่ 28 พ.ย.66 จำนวน 21 จังหวัด คือ หนองบัวลำภู เลย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ อุทัยธานี ตาก เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ เชียงใหม่ น่าน ลำพูน แม่ฮ่องสอน ลพบุรี และกรุงเทพฯ
งวดที่ 2 จ่ายวันที่ 29 พ.ย.66 จำนวน 8 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สกลนคร อุดรธานี นครพนม หนองคาย มุกดาหาร และบึงกาฬ
งวดที่ 3 จ่ายวันที่ 30 พ.ย.66 จำนวน 5 จังหวัด คือ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และยโสธร
งวดที่ 4 จ่ายวันที่ 1 ธ.ค.66 จำนวน 5 จังหวัด คือ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ขอนแก่น และกาฬสินธุ์
งวดที่ 5 จ่ายวันที่ 2 ธ.ค.66 จำนวน 38 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท สิงห์บุรี ปทุมธานี สระบุรี อ่างทอง นนทบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ จันทบุรี ตราด สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สุราษฎร์ธานี ชุมพร ภูเก็ต กระบี่ ระนอง และพังงา
โดยเกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอพพลิเคชั่น BAAC Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่านบริการ BAAC Connect ทาง Line: BAAC Family อีกด้วย

