“นอกจากการทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นประเทศนวัตกรรมแล้ว ในปี 2030 สำนักงานนวัตกรรมฯ ยังมีเป้าหมายยกระดับประเทศไทยให้อยู่ใน Top 30 Global Innovation Index”
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพราะโลกยุคใหม่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประเทศไทยเองก็มีนโยบายปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value–Based Economy) มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาแก้ปัญหาพร้อมกับช่วยเพิ่มผลผลิตในด้านการเกษตร ส่งต่อยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนในด้านต่างๆ
ภายใต้บทบาทการเป็นองค์กรหลักในการเสริมสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ในฐานะผู้อำนวยการคนล่าสุดของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กางโรดแมปที่กำลังจะมุ่งสู่การเป็น ‘ผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม’ หรือ Focal Conductor พร้อมแผนการทำงานนับจากปีนี้จนถึงปี 2570
นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศไทย
ดร.กริชผกาอธิบายความสำคัญของนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับทั้งประชาชน ภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม ภาคการเมือง เช่น ภาครัฐ-เอกชนต้องทำนวัตกรรมจาก Product Service Business โมเดลใหม่ๆ ภาคสังคมมีนวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำ ส่วนภาคการศึกษาก็มีการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ นวัตกรรมจึงเป็นเครื่องมือที่เกิดประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และเกี่ยวข้องกับประชาชนเกือบทุกมิติ
“ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมจำเป็นต้องมีระบบนิเวศนนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กำลังจะปรับบทบาทให้เป็น Focal Conductor เหมือนกับวงดนตรีออร์เคสตราที่ผู้ควบคุมวง (Conductor) มีบทบาทสำคัญที่จะทำให้เครื่องดนตรีทุกชนิดบรรเลงได้อย่างเป็นจังหวะสอดคล้องอย่างไพเราะ”
“ด้วยความที่ระบบนวัตกรรมมีความซับซ้อนในหลายมิติ เกี่ยวข้องเชื่อมโยงทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนขนาดกลาง-ขนาดใหญ่ ภาคประชาชน และภาคสังคม หากเราเป็นผู้กำหนดทิศทางที่ดี สามารถเรียบเรียงทำให้เสียงต่างๆ เหล่านั้นไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน จะทำให้นวัตกรรมของประเทศไทยมีความเข้มแข็ง เกิดอิมแพค ส่งผลให้เกิดการทำงานอย่างสอดประสานทั้งภาครัฐและเอกชน”
3 กลไกใหม่สอดรับบริบทโลก
นับจากเริ่มก่อตั้งเมื่อ 15 ปีก่อน สำนักงานนวัตกรรมฯ ถูกวางให้เป็นเพียง Granting Agency แต่ด้วยบริบทของโลกยุคใหม่ การให้ทุนผู้ประกอบการนวัตกรรมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ จึงเป็นที่มาของ 3 กลไกสำคัญ ‘Groom Grant Growth’
“เริ่มจาก Groom ซึ่งมีหลายระดับ สำหรับเด็กๆ เป็นการสร้างให้มีความรู้นวัตกรในอนาคต ผ่านหลักสูตร STEAM4INNOVATOR ทั้ง Science, Technology, Engineering, Arts และ Mathematics ถ้าเป็นระดับมหาวิทยาลัย ก็มีโครงการ Startup Thailand League ซึ่งทำร่วมกับ 48 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ให้น้องๆ ในทีม บ่มเพาะทำเกี่ยวกับเรื่องของ Business Model หากเป็นระดับผู้ประกอบการ มี NIA Academy หรือสถาบันวิทยาการนวัตกรรม โดยมีหลักสูตรสอนตั้งแต่ Policy นวัตกรรม ซึ่งมีท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคมมาเรียนด้วยกัน หรือเป็นเรื่องการพัฒนาเมือง การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ การเปลี่ยนจาก SME ให้เป็น Innovation Enterprise”
ในกลุ่ม Startup, SME หรือ SE (Social Enterprise) ทางสถาบันนวัตกรรมฯ มีแพลตฟอร์มองค์กรนวัตกรรม โดยพิจารณาว่าในการเป็นองค์กรนวัตกรรมต้องมีมิติอะไรบ้าง ซึ่ง NIA Academy จะมีบทบาทหลัก ในอนาคตจะนำมาเป็นกลไกหลักในการพัฒนาทักษะ Upskill Reskill ผู้ประกอบการ
โดยเฉพาะการพัฒนา SME เป็น Innovation-Based Enterprise หรือ ‘SME to IBE’ สำหรับบริษัทที่มีนวัตกรรมแล้ว และยังสร้างนวัตกรรมไม่ได้ ทำได้เพียงใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือเพื่อให้ Productivity กับ Service ดีขึ้น หรือหากไม่มีเลยแต่เป็น Consulting Firm ก็เป็นองค์กรนวัตกรรมได้ และการมีผู้ประกอบการเป็นองค์กรนวัตกรรม จะส่งผลให้ประเทศไทยยกระดับเป็นประเทศแห่งนวัตกรรมมากขึ้น
“ในส่วนของ ‘Grant’ การให้ทุนผู้ประกอบการ เริ่มจาก SME ก่อนขยายมาเป็นการให้ทุน Startup กับ Social Enterprise มีการทำแบบ Grant Innovation ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท หรือ 75%ของโครงการ ผู้ประกอบการออกเอง 25% แต่ถ้าเป็น Thematic ยึด Core หลักกับประเทศไทยตามที่ได้รับโจทย์มา เช่น EV และตรงกับ Circular Economy จะได้รับทุน 5 ล้านบาท คิดเป็น 75% ของโครงการเช่นเดียวกัน”
ความแตกต่างของการให้ทุนระหว่างสำนักงานนวัตกรรมฯ กับแหล่งทุน Startup อื่นๆ ก็คือ เป็นทุนให้เปล่า หากเกิดทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประกอบการสามารถจดไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เพราะภาครัฐถือครองไว้ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อีกทั้งปัจจุบันประเทศไทยมีพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ทำให้ผลงานวิจัยต่างๆ เป็นของผู้รับทุนมากขึ้น
“การให้ทุนที่ผ่านมาเห็นได้ว่า เป็นกระบวนการการให้ทุนตามระดับความพร้อมของเทคโนโลยี (Technology Readiness Level) ต่างจากการให้ตาม Prototype ในอดีต และเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการรับเงินมาให้ทุน แต่ปัจจุบัน Position ของสำนักงานนวัตกรรมฯ ทำให้คำว่านวัตกรรมขยับใกล้ตลาดมากขึ้น”

ดร.กริชผกา กล่าวถึงกลไกสุดท้าย ‘Growth’ เป็นการต่อยอดศักยภาพของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมให้มีโอกาสขยายตลาด สร้างแบรนด์นวัตกรรมสัญชาติไทยที่พร้อมแข่งขันกับต่างประเทศในเชิงพาณิชย์ โดย Growth Stage มีตั้งแต่ Market Innovation เชื่อมโยงตลาด ส่งตลาดผู้ประกอบการออกต่างประเทศ และเมื่อมีการเติบโตสูงทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ก็มี Innovation Diplomacy ร่วมกับสถานทูต เพื่อให้สินค้านวัตกรรมเป็นที่รู้จักของต่างชาติ
“นอกจากการทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นชาตินวัตกรรม (Innovation Nation) ทำให้คนไทยเห็นถึงความสำคัญของนวัตกรรมแล้ว ในปี 2030 สำนักงานนวัตกรรมฯ ยังมีเป้าหมายยกระดับประเทศไทยให้อยู่ใน Top 30 Global Innovation Index”
5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เผยถึง 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ Medical Tech, Food Tech & Agriculture Tech, Soft Power, Climate Tech และ Travel Tech ที่ต้องการส่งเสริมให้เติบโตด้วยการพัฒนา Startup ผ่านกระบวนการบ่มเพาะ เร่งสร้างให้เป็นผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม
“สำนักงานนวัตกรรมฯ ยังมีแนวทาง ‘2 ลด 3 เพิ่ม’ ลดความเหลี่ยมล้ำ ด้วยการให้คนเข้าถึงทุนนวัตกรรมได้มากขึ้น เพราะหลายครั้งมีเสียงสะท้อนว่า เข้าถึงเงินทุนได้ยาก และลดอุปสรรคในการเข้าถึงนวัตกรรม ให้ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้ประโยชน์ได้ กับเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ เพิ่มจำนวนตลาด ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ เราพยายามทำอยู่”

