การจัดฟันคืออะไร มีกี่แบบ แล้วเราควรจัดฟันแบบไหน

21.12.23 | 11:00 น.

ปัจจุบันการจัดฟันเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในคนทุกเพศทุกวัย เพราะไม่ว่าใครก็ต้องการมีรอยยิ้มสวย ๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ขณะเดียวกัน การจัดฟันในปัจจุบันก็มีหลายแบบหลายราคาตามวัสดุและเทคนิคที่ใช้ อาทิ จัดฟัน Invisalign แบบใส, การจัดฟันเซรามิก, การจัดฟันแบบดามอน (damon) เป็นต้น ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการจัดฟันได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก สำหรับคนที่ฟันมีปัญหาหรืออยากให้ฟันสวยขึ้น บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลการจัดฟันทุกอย่างที่ต้องรู้มาให้แล้ว

การจัดฟัน คืออะไร

การจัดฟัน (Orthodontics) เป็นการรักษาความผิดปกติด้านการเรียงตัวของฟันในช่องปากโดยใช้เครื่องมือช่วยทำให้ฟันเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม การจัดฟันในปัจจุบันมีทั้งแบบติดอุปกรณ์ และแบบไม่ติดอุปกรณ์ หรือที่รู้จักกันอย่างการจัดฟันแบบใสที่สามารถถอดอุปกรณ์จัดฟันออกได้ เมื่อสวมใส่แล้วจะดูเหมือนว่าไม่ได้ดัดฟัน เป็นการเพิ่มความสวยงามและความสะดวกในการทานอาหารและการแปรงฟันได้มากขึ้น

ฟันแบบไหนควรจัดฟัน

คนที่มีฟันเรียงตัวสวยอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องจัดฟันก็ได้ แต่ถ้าพบว่าฟันมีการเรียงตัวผิดปกติ ดูไม่สวยงาม หรือกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาหลาย ๆ อย่างในช่องปาก ก็ควรพิจารณาถึงการจัดฟันเพื่อแก้ปัญหา โดยลักษณะฟันผิดปกติที่ควรต้องได้รับการจัดฟันมีดังนี้

  • ฟันบนหรือฟันล่างยื่น เป็นลักษณะของฟันหน้าด้านบนหรือด้านล่างที่ยื่นออกมาข้างหน้ามากเกินไป ส่งผลต่อการทานอาหาร ทำให้กัดหรือฉีกอาหารลำบาก และยังดูไม่สวยงาม
  • ฟันกัดคร่อม เป็นลักษณะที่ฟันบนไม่สามารถขบได้พอดีกับฟันล่าง มีการคร่อมกัน ส่งผลต่อการกัดฉีกอาหาร และถ้าปล่อยไว้มีโอกาสที่ฟันจะบิ่นได้
  • ฟันสบเปิด เป็นลักษณะของฟันหน้าที่เมื่อขบฟัน แล้วมีช่องว่างระหว่างฟันบนกับฟันล่าง ส่งผลให้ใช้ฟันหน้ากัดอาหารไม่ขาด มีช่องว่างเวลายิ้ม ดูไม่สวยงาม
  • ฟันห่าง เป็นลักษณะของฟันที่มีช่องว่างระหว่างซี่ฟันมากเกินควรหรือฟันที่ขึ้นไม่เต็ม ทำให้มีโอกาสที่เศษอาหารจะเข้าไปติด และยังทำความสะอาดได้ยาก
  • ฟันกัดเบี้ยว เป็นลักษณะของฟันที่จุดศูนย์กลางฟันบนกับฟันล่างไม่ตรงกัน เวลายิ้มฟันจะดูไม่สมดุล ไม่สวยงาม
  • ฟันซ้อน เป็นลักษณะของฟันที่ขึ้นมามากเกินไปจนเกหรือซ้อนทับกัน ส่งผลให้ทำความสะอาดยาก และเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย คราบพลัค ต้นเหตุของฟันผุ

ประเภทของการจัดฟัน

หลายคนอาจสงสัยว่าการจัดฟันมีกี่แบบกันแน่ โดยทั่วไปแล้วการจัดฟันจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ การจัดฟันแบบติดเครื่องมือและการจัดฟันแบบไม่ติดเครื่องมือ ซึ่งการจัดฟันทั้ง 2 ประเภทนี้สามารถแบ่งย่อยออกเป็น 4 รูปแบบตามชนิดของเครื่องมือที่ใช้ ดังนี้

จัดฟันแบบโลหะ Metal

เป็นการจัดฟันแบบดั้งเดิมที่แพร่หลายมากที่สุด ราคาถูกที่สุด เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา การจัดฟันแบบนี้จะมีการติดแบร็คเก็ต (Bracket) ที่เป็นวัสดุโลหะไว้กับผิวฟันด้านหน้า จากนั้นใส่ลวดผ่านร่องแล้วใช้ยางโอริง (O-ring) ยึดลวดให้ติดกับแบร็คเก็ต แรงดึงของลวดจะค่อย ๆ ดึงฟันให้เข้าที่ ส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาติดเครื่องมือ 2 ปีขึ้นไป และจำเป็นต้องพบทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือทุก 1 เดือน

Advertisement

จัดฟันแบบเซรามิก Ceramic

เป็นการจัดฟันที่พัฒนาต่อยอดจากการจัดฟันแบบโลหะให้มีความเรียบร้อยสวยงามมากขึ้นโดยจะใช้แบร็คเก็ตที่ทำจากวัสดุเซรามิกใสยึดติดกับผิวฟันด้านหน้า จากนั้นใส่ลวดผ่านร่องและใช้ยางโอริงแบบใสยึดให้ติดกับแบร็คเก็ต ข้อดีของวัสดุเซรามิก คือ สีและความใสที่ใกล้เคียงกับฟันจริง ทำให้ดูเหมือนว่าไม่ได้ใส่เหล็กดัดฟันอยู่ เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้คนอื่นสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่ากำลังจัดฟัน ระยะเวลาติดเครื่องมือ 2 ปีขึ้นไป และต้องพบทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือทุก 1 เดือน

จัดฟันแบบดามอน Damon

เป็นนวัตกรรมการจัดฟันแบบใหม่ที่ไม่ใช้ยางโอริง ไม่ต้องถอนฟัน ให้ประสิทธิภาพสูง เจ็บน้อยกว่า และใช้ระยะเวลาการจัดฟันน้อยกว่า การจัดฟันแบบนี้จะใช้เทคโนโลยี self-ligating โดยแบร็คเก็ตติดหน้าฟันจะเป็นบานพับเปิด-ปิดสำหรับใส่ลวดได้แน่นโดยไม่ต้องใช้ยางโอริงรัด ช่วยลดแรงเสียดทาน ลดปัญหายางขาด ยางหลุด จนต้องเปลี่ยนยางบ่อย ๆ และยังช่วยให้ฟันเคลื่อนตัวเข้าที่เร็วกว่า มี 2 รุ่น คือ Damon Q ที่เป็นวัสดุโลหะ และ Damon clear ที่เป็นวัสดุใส เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย ดูสวยงามเรียบร้อยกว่าแบบการจัดฟันแบบโลหะ สามารถพบทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือทุก 2 เดือน

จัดฟันแบบใส Invisalign

Invisalign เป็นวิธีการจัดฟันแบบไม่ติดเครื่องมือสำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามและความสะดวกสบาย การจัดฟันแบบนี้จะใช้ Aligner แบบใสที่ออกแบบมาเฉพาะกับฟันของเราสำหรับติดตั้งเข้ากับฟัน สามารถถอดและใส่ได้ง่าย ทานอาหารและแปรงฟันได้ตามปกติ ไม่เจ็บ ไม่น่ารำคาญ ใช้ระยะเวลาจัดฟันเฉลี่ยอยู่ที่ 6 เดือน-2 ปีขึ้นไป

การจัดฟันแบบใสมีทั้งหมด 4 ประเภทย่อยตามระดับการรักษา ได้แก่ Invisalign i7, Invisalign lite, Invisalign moderate และ Invisalign full เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยและอาชีพที่ต้องใช้บุคลิกหน้าตา เช่น ดารา, นักร้อง, นักแสดง, พิธีกร, พริตตี้, นางแบบ, แอร์โฮสเตส เป็นต้น

ขั้นตอนการจัดฟันแบบใส

เมื่อรู้จักการจัดฟันแบบต่าง ๆ แล้ว มาดูกันว่าถ้าอยากจัดฟันใส Invisalign ต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

  1. ปรึกษากับทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจสภาพฟัน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าควรใช้การจัดฟันใส Invisalign ประเภทไหน จากนั้นจะทำการถ่ายรูป x-ray ฟัน และพิมพ์ฟันด้วยวัสดุซิลิโคนหรือสแกนภาพดิจิทัลเพื่อสร้างแผนการรักษา
  2. ทันตแพทย์จะใช้ซอฟต์แวร์ Clincheck ของ Align Tech เพื่อสร้างแผนการรักษาแบบ 3 มิติตามข้อมูลฟันที่ได้จากการ x-ray โดยแผนการรักษา 3 มิตินี้จะแสดงการเคลื่อนตัวของฟันไปจนตำแหน่งสุดท้ายที่ฟันเข้าที่ตามต้องการ
  3. ทันตแพทย์จะส่งข้อมูลฟันทั้งหมดไปที่บริษัท Align Technology ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทำการผลิต Aligner ใสสำหรับฟันของคุณโดยเฉพาะแล้วส่งกลับมาที่คลินิก
  4. ทันตแพทย์จะจัดเซตอุปกรณ์ Aligner ใสให้กับคุณเรียงลำดับตามการรักษา คุณจะต้องสวม Aligner ตลอดเวลาทุกวัน ถอดได้เฉพาะตอนทานอาหารและแปรงฟัน และต้องเปลี่ยนทุก ๆ สองสัปดาห์
  5. พบทันตแพทย์ทุก ๆ 6-8 สัปดาห์เพื่อรับ Aligner ใสเซตใหม่พร้อมกับติดตามเคลื่อนที่ของฟันว่าเป็นไปตามแผนการรักษาหรือไม่ ต้องปรับแก้ตรงไหนเพิ่มเติมหรือไม่
  6. สวมใส่อุปกรณ์จัดฟันจนครบกำหนดระยะเวลารักษา หลังจากนั้นควรสวมรีเทนเนอร์เพื่อรักษารูปฟันเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนที่เปลี่ยนทิศทางไปจากเดิม เพียงเท่านี้คุณก็จัดฟันใส Invisalign เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ประโยชน์ของการจัดฟัน

การจัดฟันมีข้อดีมากมายทั้งในเรื่องของสุขภาพและบุคลิกภาพ ดังนี้

  1. ช่วยให้ประสิทธิภาพการเคี้ยวอาหารดีกว่าเดิม สามารถกัดและฉีกอาหารได้ง่ายขึ้น เคี้ยวละเอียดขึ้น
  2. ฟันที่เรียงตัวสวยเป็นระเบียบจะทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น หมดปัญหาเรื่องกลิ่นปาก จากเศษอาหารติดฟัน
  3. เมื่อทำความสะอาดฟันได้เกลี้ยงขึ้น ปัญหาฟันผุ เหงือกบวม เหงือกอักเสบ ก็จะไม่ตามมา
  4. แก้ปัญหาการพูดหรือการออกเสียงที่ผิดปกติจากการเรียงตัวของฟัน
  5. เมื่อฟันสวยคุณก็จะมีความมั่นใจมากขึ้น รอยยิ้มสวยขึ้น ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดีขึ้น
  6. สำหรับบางคนการจัดฟันทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปจนใบหน้าดูดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องไปทำศัลยกรรมใด ๆ
  7. ทำให้คุณเป็นคนรักฟันมากขึ้นและต้องการให้ฟันคงความสวยแบบนี้ตลอดไป

เลือกจัดฟันที่ Smile & Co ดียังไง

เพราะการจัดฟันเป็นเรื่องสำคัญจึงต้องเลือกจัดฟันกับคลินิกและคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งในปัจจุบันมีคลินิกทันตกรรมด้านการจัดฟันดี ๆ มากมาย เช่น Smile & Co. Dental Clinic ที่มีโปรแกรมจัดฟันให้บริการครบทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น การจัดฟันแบบโลหะ, การจัดฟันเซรามิก, การจัดฟันแบบดามอน และการจัดฟันแบบใส Invisalign ซึ่งทางคลินิกให้บริการโดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจากสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันโดยเฉพาะ สามารถให้คำแนะนำและวางแผนการรักษากับคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการทุกคนได้อย่างเหมาะสมและเป็นกันเอง

คลินิก Smile & Co. Dental Clinic ยังให้บริการด้วยมาตรฐานระดับสูง สะอาด ปลอดภัย ใส่ใจคนไข้ทุกคน ทางคลินิกมีเครื่องมือและอุปกรณ์ทางทันตกรรมที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล พร้อมด้วยราคาการจัดฟันที่สมเหตุสมผล สามารถแบ่งชำระรายเดือนได้ในทุก ๆ ครั้งที่เข้ารับการรักษา นอกจากนี้ คลินิกยังตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอสและแอร์พอร์ตลิงค์พญาไท มีสถานที่จอดรถให้บริการอย่างครบครัน ถือเป็นคลินิกทันตกรรมที่น่าสนใจสำหรับทุกคนที่ต้องการจัดฟัน