สำหรับผู้มีรายได้และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้เป็นประจำทุกปี การซื้อกองทุน SSF และ RMF เพื่อลดหย่อนภาษี ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากจะได้ลดหย่อนภาษีแล้ว ยังถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตอีกวิธีหนึ่งด้วย
และหากคุณเป็นคนทำงานหน้าใหม่ เพิ่งมีรายได้และต้องวางแผนภาษีเป็นปีแรก แล้วต้องการซื้อกองทุน SSF หรือ RMF เพื่อลดหย่อนภาษี แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรือมีทริกอะไรที่ต้องรู้หรือไม่ ไม่ต้องห่วง บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญมาไว้ให้คุณครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว!
กองทุน SSF คืออะไร?
กองทุน SSF (Super Saving Fund) เป็นกองทุนรวมเพื่อการออมระยะยาว ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถนำเงินไปลดหย่อนภาษีได้ กองทุน SSF เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนจะออมเงินเพื่อเป้าหมายระยะยาว เช่น เกษียณอายุ การศึกษาบุตร เป็นต้น
กองทุน RMF คืออะไร?
กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) เป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถนำเงินไปลดหย่อนภาษีได้ กองทุน RMF เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนจะออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ
วิธีเลือกซื้อกองทุน SSF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษีสำหรับมือใหม่
ในการเลือกซื้อกองทุน SSF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี มือใหม่ควรพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้
เป้าหมายการลงทุน
กองทุน SSF และ RMF มีให้เลือกลงทุนหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน เช่น หากต้องการออมเงินเพื่อเกษียณ ควรเลือกลงทุนในกองทุน RMF ที่มีนโยบายการลงทุนแบบเน้นหุ้น หรือหากต้องการออมเงินเพื่อการศึกษาบุตร ควรเลือกลงทุนในกองทุน SSF ที่มีนโยบายการลงทุนแบบเน้นตราสารหนี้
ระยะเวลาการลงทุน
กองทุน SSF และ RMF เป็นการลงทุนระยะยาว ดังนั้นควรเลือกกองทุนที่มีระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง เช่น หากต้องการเกษียณอายุในอีก 20 ปีข้างหน้า ควรเลือกกองทุน RMF ที่มีนโยบายการลงทุนแบบเน้นหุ้น เนื่องจากมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าในระยะยาว
ความเสี่ยง
กองทุน SSF และ RMF มีความเสี่ยงอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น หุ้น ตราสารหนี้ เป็นต้น ควรเลือกกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตนเอง เช่น หากรับความเสี่ยงได้สูง ควรเลือกกองทุน RMF ที่มีนโยบายการลงทุนแบบเน้นหุ้น แต่หากเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูง ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงด้วยเช่นกัน
สุดท้าย หากคุณต้องการซื้อกองทุน SSF และ RMF เพื่อลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่า แนะนำว่าให้ซื้อให้ครบจำนวนที่ลดหย่อนได้ โดยผู้มีรายได้สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี นอกจากนี้ ควรซื้อให้ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และติดตามผลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถปรับพอร์ตได้ทันทุกสถานการณ์ เพียงเท่านี้ การซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีของคุณก็จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งเพื่อการลดหย่อนและเพื่อการลงทุนแล้ว

