ช่วงหลังๆ ได้ยินหลายเสียงแนะนำว่า “เป็นหนี้แล้วไม่ต้องจ่าย” ปล่อยให้เจ้าหนี้ฟ้อง แล้วค่อยไปเจรจาจ่ายหนี้ภายหลังถูกกว่า ดีกว่า…. คงทำให้ลูกหนี้ (เสีย) ทั้งหลาย สงสัยและหวั่นใจอยู่ไม่น้อย ว่าจะจ่ายหนี้ต่อไปหรือนิ่งไว้ตามวลีเด็ดที่ว่า “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” หรือ “ไม่มี ไม่หนี จะจ่ายเมื่อมี” ดีกว่า อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นค่อยมาว่ากันภายหลัง
วันนี้ คลินิกแก้หนี้ by SAM หน่วยงานภาครัฐที่มีความเข้าใจและมีประสบการณ์ในการช่วยคนเป็นหนี้เสียเลยมีข้อเตือนใจลูกหนี้ทั้งหลายว่าคำแนะนำผิดๆ แบบนั้น ใครไม่เป็นหนี้เองไม่มีทางรู้ว่าคนเป็นหนี้เครียดแค่ไหน หรือเดือดเนื้อร้อนใจเท่าใดเวลาที่ถูกติดตามทวงถาม เลยขอแนะนำว่า สำหรับใครที่จำเป็นต้องเป็นหนี้แล้ว ควรบริหารจัดการเพื่อคืนหนี้ให้ได้เร็วที่สุด การปล่อยให้ตัวเองเป็นหนี้เสียจนไร้ทางออก ย่อมไม่ดีแน่นอน เพราะหากธนาคารหรือสถาบันการเงินไม่สามารถติดต่อหรือทวงถามหนี้กับลูกหนี้ เพื่อหาทางออกร่วมกันได้ สุดท้ายแล้วธนาคารหรือสถาบันการเงินก็จำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นสุดท้าย ตามกฎกติกาของแต่ละสถาบันการเงิน ด้วยการดำเนินคดีแพ่งและหากลูกหนี้ได้รับหมายศาลแล้ว ยังไม่ยอมไปเจรจาไกล่เกลี่ยก่อนถึงวันที่ศาลนัดหรือไม่ยอมไปที่ศาลตามวันนัด ปล่อยให้สถาบันการเงินปรบมืออยู่ฝ่ายเดียว สิ่งที่ลูกหนี้จะได้รับกลับมาคงไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าเดิม ซ้ำยังอาจพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการหาทางออกร่วมกันกับสถาบันการเงิน เมื่อถึงที่สุดแล้วศาลอาจมีคำพิพากษาบังคับคดีกับลูกหนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ยึดทรัพย์ได้ทั้ง ที่ดิน บ้าน รถยนต์ หรือจักรยานยนต์ การอายัดได้ทั้งเงินเดือน เงินโบนัส เงินค่าล่วงเวลา เบี้ยขยัน หรือแม้แต่บัญชีเงินฝากเพื่อนำมาชำระหนี้ และท้ายที่สุดอาจนำไปสู่การดำเนินคดีล้มละลายต่อไป
เชื่อว่าใครๆ ก็ไม่อยากเป็นหนี้ แต่อุบัติเหตุทางการเงินย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น ถ้ามีความจำเป็นต้องเป็นหนี้แล้ว คลินิกแก้หนี้ by SAM จึงขอแนะนำว่า ถ้าหากเริ่มมีปัญหาในการผ่อนชำระหนี้คืน การเปิดใจในการเริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แค่ลองมองย้อนกลับไปในช่วงที่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน จะหันหน้าหยิบยืมใครก็ลำบาก มีแต่ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เป็นที่พึ่งและยื่นมือเข้ามาช่วย จึงไม่แปลกเลยถ้าสถาบันการเงินจะคาดหวังว่า จะได้รับชำระหนี้คืนจากผู้กู้ตามข้อตกลงที่ให้ไว้ว่า “สัญญาต้องเป็นสัญญา”
สิ่งสำคัญ เมื่อเรากลายเป็น “หนี้เสีย (NPL)ซึ่งหมายถึงเป็นหนี้ที่มียอดสินเชื่อค้างชำระเกินกว่า 90 วันแล้ว เราควรไปติดต่อกับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกันเป็นทางที่ดีที่สุด เพราะแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงินก็มีแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาอยู่แล้วด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งการขยายระยะเวลาผ่อนชำระ การปรับลดดอกเบี้ย การปรับลดค่างวด เป็นต้น ประเด็นสำคัญ คือการแก้ไขปัญหาร่วมกันบนพื้นฐานของความจริงจังและจริงใจ โดยได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ขณะที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินก็ยังได้หนี้คืนบางส่วน ส่วนลูกหนี้ก็สามารถเคลียร์หนี้ได้ตามกำลังที่มีอยู่ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งเป็นทางออกที่ดีกว่าการปล่อยให้ลูกหนี้ต้องถูกบังคับคดียึดทรัพย์สิน เราอยากจะแนะนำลูกหนี้ที่กำลังมีปัญหาอยู่ว่า ถ้าท่านมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้ปกติหรือหรือเป็นหนี้เสียแล้ว ขอให้ท่านไปเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้เพื่อขอแนวทางช่วยเหลือได้ อย่าปล่อยให้มีการขายหนี้ของสถาบันการงินออกไป หรือถูกฟ้องร้องจนถึงขั้นยึดทรัพย์ เพราะนั่นจะยิ่งส่งผลเสียหายอย่างมากกับชีวิตของตัวเองและครอบครัว อย่ารอให้ถูกบังคับให้จ่ายหนี้ หรือถูกบังคับให้เปลี่ยน การรอให้คนอื่นมาบังคับจ่ายหนี้ก็จะเสียโอกาส หรือ อาจหมดเวลาเสียแล้ว
“โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” หนึ่งในหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับมอบหมายจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้มาช่วยเหลือ พร้อมให้คำปรึกษาประชาชนที่เป็นหนี้เสีย (NPL) บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่ค้างชำระ เกินกว่า 120 วัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3 – 5% ต่อปี และระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด ถึง 10 ปี โดยมีทางเลือกการปรับโครงสร้างหนี้ เป็น 3 ทางเลือก คือ 1. ผ่อนชำระไม่เกิน 4 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี 2. ผ่อนชำระนานกว่า 4 ปี ไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี 3. ผ่อนชำระนานกว่า7 ปี ไม่เกิน 10 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี สำหรับคุณสมบัติผู้สนใจสมัครเข้าร่วม “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” นั้น ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ มีอายุไม่เกิน 70 ปี มียอดหนี้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท และเป็นหนี้เสียค้างชำระมากกว่า 120 วันและเพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาผลการสมัคร ขอให้ลูกค้าเตรียมเอกสารสำคัญประกอบการสมัคร ดังนี้ 1. เอกสารรายงานเครดิตบูโร 2. สำเนาบัตรประชาชน 3. สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 1 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน (กรณีผู้มีรายได้ประจำ)/รายการเดินบัญชี (Statement) อย่างน้อย 3 เดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ (กรณีอาชีพอิสระ)
“โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้า ดิ อเวนิว รัชโยธิน (โซนลิฟท์แก้ว) ถ.พหลโยธิน กรุงเทพฯ (BTS สถานีรัชโยธิน) หรือศึกษาเงื่อนไขคุณสมบัติและสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือ แอดไลน์ @debtclinicbysam และ Facebook คลินิกแก้หนี้ by SAM หรือติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ Call Center 1443


