เทคนิคปลูกผม FUE คืออะไร มีข้อดีแตกต่างจากการปลูกผมชนิดอื่นๆ หรือไม่? หาคำตอบที่นี่

26.12.23 | 12:15 น.

สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผม อาจเคยมีคำถามหรือข้อสงสัยว่า เทคนิคปลูกผมมีส่วนช่วยในการปลูกผมที่แตกต่างกันหรือไม่ ซึ่งเทคนิคปลูกผมที่เรามักเห็นผ่านตาอยู่บ่อยๆ ก็คือ เทคนิคปลูกผม FUE นั่นเอง

ในบทความนี้ได้รวบรวมคำตอบของคำถามเกี่ยวกับการปลูกผมแบบ FUE ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผม FUE คืออะไร แตกต่างกับการปลูกผมด้วยเทคนิคอื่นๆ อย่างไร และการปลูกผม FUE เหมาะสำหรับใครบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว เราไปอ่านข้อมูลต่างๆ กันเลย!

เทคนิคปลูกผม FUE คืออะไร? 

มาถึงคำถามที่ใครหลายคนสงสัยมากที่สุด เทคนิคปลูกผม FUE คืออะไร? ต้องกล่าวก่อนว่า โดยปกติจะมีเทคนิคปลูกผมที่ได้รับความนิยมอยู่ประมาณ 3-4 วิธี ซึ่งเทคนิคปลูกผม FUE ได้รับการพัฒนาขึ้นมา ทำให้คนไข้ไม่ต้องผ่าตัดนั่นเอง

การปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) คือ เทคนิคการปลูกผมที่แพทย์จะใช้เครื่องมือไฟฟ้า (Motorized FUE Devices) ในการเจาะบริเวณหนังศีรษะ เพื่อทำการเก็บกอผม จะทำให้ได้เซลล์รากผมมา จากนั้นจึงนำเซลล์รากผมที่ได้ไปปลูกในบริเวณที่ทำการวางแผนการรักษาเอาไว้นั่นเอง

Advertisement

วิธีปลูกผม FUE จะทำให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีโดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ไม่มีแผลเป็นบริเวณที่นำเซลล์รากผมไป เหมาะกับผู้ที่อยากได้ผลลัพธ์ไว ไม่ต้องรอการพักฟื้น

สาเหตุที่คนผมบาง หัวล้านควรปลูกผม FUE

แล้วเหตุใดจึงควรเข้ารับการปลูกผมด้วยวิธี FUE? หลายคนอาจยังสงสัยว่าการปลูกผม FUE มีข้อดีอย่างไร เราจึงได้รวบรวมข้อดีของการปลูกผมแบบ FUE มาไว้แล้ว ดังนี้

1. เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUE จะสามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มีอาการร่วง ผมบาง หรือหัวล้าน ที่อาจเกิดจากพันธุกรรม ฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) หรือโรคบางชนิด เพราะสามมารถช่วยปรับไรผม หรือปกปิดรอบแผลเป็นที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ

2. ผลลัพธ์ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด

ปกติแล้ว การปลูกผมถาวรจะต้องทำการผ่าตัด เพื่อนำกอผมมาแยกเซลล์รากผมออก แล้วจึงทำการปลูกเซลล์รากผมที่ได้ในบริเวณที่ต้องการ แต่การปลูกผม FUE จะไม่ต้องทำการผ่าตัดเพื่อนำกอผมออกมา แต่จะใช้เครื่องมือไฟฟ้าทำการเก็บกอผมเหล่านั้นแทน เหมากับผู้ที่ไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนานหลังทำหัตถการ

3. ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

การปลูกผม FUE จะเลือกผมในบริเวณที่ใกล้เคียงกับกลุ่มผมบริเวณที่ต้องการนำไปปลูก จึงทำให้ได้เส้นผมที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ไม่แตกต่างจากจุดเดิมมากนัก ซึ่งโดยปกติแล้ว เราสามารถนำผลบริเวณอื่นมาปลูกในบริเวณที่ต้องการได้ เช่น เครา, หนวด, ขนหน้าอก หรือขนแขน เป็นต้น

4. เส้นผมใหม่แข็งแรง

เส้นผมที่นำไปปลูกในบริเวณใหม่จะมีความแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย เพราะกอผมที่ได้จากการปลูกผม FUE จะมีความสมบูรณ์ ไม่เสียหาย ทำให้เมื่อนำไปปลูกในพื้นที่ใหม่แล้วจะสามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีได้

5. สามารถออกแบบการรักษาให้เข้ากับแต่ละบุคคล

การปลูกผม FUE จะใช้วิธีปลูกเส้นผมทีละราก จึงทำให้สามารถออกแบบการรักษาตามที่คนไข้ต้องการได้ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีและตรงตามใจมากที่สุด รวมถึงยังช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรงอีกด้วย

ปลูกผม FUE เหมาะกับใครบ้าง?

ใครควรปลูกผมด้วยวิธี FUE บ้าง? การปลูกผม FUE สามารถช่วยแก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ดังนั้น จึงเหมาะกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่ต้องการปลูกผมแต่ไม่อยากมีรอยแผลเป็นบนศีรษะ
  • ต้องการเพิ่มความมั่นใจ เสริมให้ผมดูหนาขึ้น
  • ผู้ที่มีผมร่วงและผมบางที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาเพียงอย่างเดียว
  • ผู้ที่มีหน้าผากกว้าง หรือมีผมบางตรงกลางศีรษะ

เทคนิคปลูกผม FUE VS เทคนิคปลูกผมอื่นๆ

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า โดยปกติแล้วจะมีวิธีปลูกผมนอกจากการปลูกผม FUE อยู่อีก 2-3 วิธี โดยวิธีที่เรามีกเห็นบ่อยๆ คู่กับการปลูกผม FUE คือการปลูกผม FUT นั่นเอง ซึ่งทั้งสองวิธีนี้มีข้อแตกต่างกันอยู่ที่วิธีเก็บกราฟผม เนื่องจากการปลูกผม FUE ใช้เครื่องมือไฟฟ้าในการเก็บกอผม แต่การปลูกผม FUT จะให้วิธีผ่าตัดผิวหนังบริเวณท้ายทอยเพื่อเก็บกอผม

ส่วนอีกหนึ่งวิธีปลูกผมที่ได้รับความนิยมมก็คือการปลูกผมแบบ DHI นั่นเอง ซึ่งหลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า ปลูกผม FUE และ DHI แตกต่างกกันหรือไม่? ต้องบอกเลยว่า ความจริงแล้วการปลูกผม FUE และ DHI มีวิธีการที่ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากสองวิธีนี้เป็นวิธีปลูกผมที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดใหญ่ แต่ทั้ง 2 วิธีนี้ใช้เครื่องมือแตกต่างกันออกไปโดยการปลูกผมแบบ DHI จะใช้ DHI Implanter ในการปลูกผมนั่นเอง

“Dr.Tarinee Hair Clinic” ปลูกผม FUE เห็นผลชัดเจนและปลอดภัย

สำหรับผู้ที่กำลังหาวิธีแก้อาการผมร่วง ผมบาง หรือเสี่ยงกับการมีศีรษะล้าน การปลูกผม FUE ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ เนื่องจากเจ็บน้อยเพราะไม่ได้เป็นการผ่าตัดเป็นเส้นแถบที่หนังศีรษะ ไม่เสียเวลาพักฟื้น และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นอีกด้วย แต่การจะปลูกผมด้วยวิธี FUE ควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์  และเข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากที่สุด

หากคุณยังลงเลว่าจะปลูกผม FUE ที่คลินิกไหนดี เราขอแนะนำ Dr.Tarinee Hair Clinic เพราะที่นี่เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ด้วยแพทย์ชื่อดังจากศิริราชที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเส้นผมกว่า 15 ปี สามารถช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะของคุณอย่างใส่ใจ ลองปรึกษาได้ที่ 08-8951-9193 หรือ Line ID: @Drtarinee, IG: DrTarineeHairclinic และ Facebook: DrTarineeHairClinic