นคราธานี คือชื่อเมืองที่มีเรื่องราวของพญานาคที่ผูกพันกับคนไทยในเรื่องความเชื่อมาช้านาน เมื่อท่านรองสุริยัน โสรินทร์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานอุดรธานี โทรมาเชิญเราจึงไม่รีรอที่จะตอบรับ ทริปนี้ จึงเริ่มต้นขึ้น

เราและชาวคณะออกเดินทางจาก กทม.ตั้งแต่ฟ้าสาง ตรงเข้าสู่ประตูภาคอิสานนั่นคือ เมืองย่าโมหรือนครราชสีมา
เราและชาวคณะไปแวะอ่างเก็บน้ำลำตะคองที่กรมชลประทานดูแล โดยมีนายช่างใหญ่ฝ่ายส่งน้ำ มาให้การต้อนรับและบรรยายถึงที่มาและที่ไปของลำตะคอง ว่ามีความสำคัญต่อพี่น้องชาวโคราชในหลายอำเภอ เพราะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำที่สำคัญของโคราช
จากลำตะคองเราตรงผ่านเข้าขอนแก่นและไปถึง 1 ใน 3 เมืองของนคราธานี คือ จังหวัดอุดรธานีในเวลาบ่ายคล้อย แวะสักการะศาลปู่ ศาลย่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านจะแวะมากราบไหว้บูชา ก่อนจะตรงเข้าที่พักที่โรงแรมอัมมาน โรงแรมสไตล์โมร็อกโกหนึ่งเดียวในอุดรธานี ห้องพักสวยมีสไตล์เครื่องประดับตกแต่งทุกชิ้นนำเข้าจากโมร็อกโกทั้งสิ้น ถ้ามาอุดรฯ อย่าลืมแวะมานอนที่นี่นะ

ปิดท้ายคืนแรกด้วยอาหารอิสานขึ้นชื่อ..แจ่วฮ้อน ร้อนๆ จ้า ที่ ททท.อุดรธานีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับสื่อและชาวคณะ อิ่มพุงป่องไปตามๆกันรุ่งเช้าหลังอาหารเช้ามื้ออร่อยที่โรงแรม เราทุกคนตรงไปที่..คำชะโนด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนเวลามาอุดรฯต้องตรงไปที่นี่ไปขอพรจากท่านปู่ท้าวศรีสุทโธและท่านย่าท้าวศรีปทุมมา องค์พญานาคที่ปกครองดินแดนแห่งนี้
ต้นชะโนดสูงเสียดฟ้า ต้องแหงนคอมองดู บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับใต้บาดาล ที่นักท่องเที่ยวรวมทั้งสื่อมวลชนและชาวคณะทุกคนพากันไปยืนมอง ยืนจ้อง เผื่อจะโชคดีได้เห็น..พญานาคอย่างที่ล่ำลือกันบ้าง
หลังจากนั้น เราตรงไปโครงการห้วยหลวง โครงการใหญ่ของกรมชลประทาน ที่ครอบคลุมสองจังหวัด คือ อุดรธานี และ หนองคาย การก่อสร้างดำเนินไปอย่างเร่งรีบแต่ถูกต้องทุกขั้นตอน เพื่อให้งานโครงการห้วยหลวง ซึ่งมีทั้งประตูระบายน้ำ อ่างเก็บกักน้ำ อาคารบังคับน้ำ เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองจังหวัด

จากโครงการห้วยหลวง เราตรงไปที่วัดผาตากเสื้อขึ้นไปถ่ายรูป ชมวิว และกราบนมัสการสิ่งศักดิ์ จากนั้นตรงไปยังชุมชนบ้านปะโคเหนือ ซึ่งทางรอง ผอ.ททท.อุดรธานีและชาวบ้านชุมชนปะโค รอต้อนรับ อยู่แล้ว พร้อมอาหารพื้นถิ่นที่แสนอร่อย เมี่ยงดอกบัวที่จัดมาชนิดสวยจนไม่กล้าชิม อาหารพื้นบ้านที่ยกมาทั้งปิ่นโต และจัดวางบนโตก อิ่มจนพุงแทบปริไปตามๆ กัน และ ยังมีเด็กๆ รวมทั้ง สาว (เหลือ) น้อย มาโชว์รำพื้นบ้านให้ชมอีกด้วยที่ชุมชนบ้านปะโค จ.หนองคาย เป็นอีกแหล่งชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่าลืมแวะไปนะ
เมื่อแดดร่มลมตก เราทั้งหมดตรงไปพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย (นายราชันย์ ซุ้นหั้ว) ที่ร้านแดงแหนมเนือง ร้านขึ้นชื่อของจังหวัดที่ท่านผู้ว่าฯ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับสื่อมวลชนและชาวคณะ

อาหารอร่อย ปนเสียงคุยและเสียงหัวเราะ จบมื้อเย็นด้วยความอิ่ม อิ่มทั้งใจและอิ่มทั้งท้อง เมื่อได้เวลาล่ำลากับท่านผู้ว่าฯ ที่จะต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ส่วนพวกเราเดินทางเข้าที่พักที่โรงแรม รอยัล นาคารา โรงแรมหรู ดูดีของจังหวัดหนองคาย
เช้าวันที่สามของการเดินทาง สาวๆ ในคณะทุกคนพร้อมใจนุ่งผ้านุ่งหรือผ้าไหมสวยๆ ตรงไปกราบ ขอพรหลวงพ่อพระใสที่วัดโพธิ์ชัย หลวงพ่อพระใสเป็นพระพุทธรูปที่พี่น้องภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคต่างๆ พากันเคารพนับถือโดยเชื่อมั่นว่าท่านศักดิ์สิทธิ์มาก ใครขออะไรมักจะได้สิ่งนั้น ถ้ามีโอกาสไปหนองคายอย่าลืมแวะไปกราบขอพรท่านเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วยนะ
เราทั้งหมดเดินทางกลับสู่จังหวัดอุดรธานีและกลับไปพักที่โรงแรมอัมมานอีกครั้ง ที่นี่เราได้ความประทับใจเพิ่มขึ้น เมื่อแม่บ้านของโรงแรมเก็บนาฬิกาที่เด็กลืมไว้มาส่งคืนให้ ท่ามกลางความดีใจของเด็กที่ได้ของคืน ขอบคุณมากๆ นะ
ช่วงอาหารค่ำมีเซอร์ไพรส์ พี่ใหญ่ของรายการนิดหน่อย ทุกคนรวมทั้งพนักงานโรงแรมช่วยกันปิดเป็นความลับจนตอนแรกพี่ใหญ่ของเราโกรธตุปัดตุป่อง นึกว่าพวกเราซุบซิบอะไรกัน คือมีปัญหาแล้วไม่บอก พนักงานโรงแรมปิดไฟ อีกทั้งร้องเพลง Happy Birthday และเค้กสวยๆ สองก้อนที่ ททท.อุดรธานีแนะนำให้ก็เดินเข้าห้องอาหารมาโดยพนักงานโรงแรม ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจ

เราทุกคนลาจากอุดรธานี แต่ก่อนกลับได้แวะไปกราบหลวงตามหาบัว เพื่อความเป็นสิริมงคล และขึ้นรถบัสสีชมพูของ บขส. เดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างมีความสุขและประทับใจอย่าลืมแวะไป “กินแล้วได้ ไหว้แล้วปัง ที่นี่นคราธานี”
ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กรมชลประทาน ที่ร่วมกันสนับสนุนการเดินทางในทริปนี้

