ทำความรู้จัก Galaxy Buds FE ฟีเจอร์ครบจบในรุ่นเดียว

หูฟังบลูทูธไร้สาย ยังคงเป็นไอเทมที่มีความนิยมอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้สินค้าน่าสนใจ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เหมือนกับที่ Samsung ได้ออกโปรดักส์น้องใหม่อย่าง Galaxy Buds FE หูฟังไร้สาย True Wireless รุ่นย่อยจากตัวฮิต Galaxy Buds 2 มาให้เราได้จับจองเป็นเจ้าของแล้ววันนี้

หากมีใครที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายคุณภาพดี ไม่ว่าจะตัดสินใจเปลี่ยนจากหูฟังธรรมดาที่สายพันกันยุ่งยาก หรือมีหูฟังไร้สายอยู่แล้ว แต่รู้สึกเสียงไม่ชัด สัญญาณไม่เสถียร และเสียงไม่ใส ขอชวนให้มาลอง Galaxy Buds FE ถ้าอยากรู้ว่าหูฟังรุ่นนี้มีฟีเจอร์อะไรน่าสนใจบ้าง วันนี้เรารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Samsung Galaxy Buds FE ครบจบทั้งดีไซน์ สเปค ฟีเจอร์ พร้อมเปรียบเทียบภาพรวมว่าหูฟังตัวนี้เหมาะกับใคร แตกต่างอย่างไรกับรุ่นพี่อย่าง Galaxy Buds 2 เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม แล้วมาทำความรู้จัก Buds FE กันเลย

สี และดีไซน์ของ Galaxy Buds FE

อันดับแรกที่ต้องพูดถึงก่อนเลยนั่นคือ สี และดีไซน์ ในส่วนของดีไซน์ของ Buds FE เริ่มตั้งแต่เคสที่มีการออกแบบเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขอบมนค่อนไปทางกลม มีขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาง่าย ไม่มีลวดลาย มีความมินิมอล แปะโลโก้ตัวอักษร Samsung ตรงกลางชัดเจน

การเปิดปิดแบบตลับแนวนอนจับถนัดมือ ภายในกล่องจะมีช่องสำหรับเก็บตัวหูฟังซึ่งดีไซน์ให้มีสโลปช่วงด้านบนติดกับฝาพับ จุดนี้จะทำให้สามารถหยิบได้ถนัดมือ ไม่ร่วงหล่นง่าย

Advertisement

ส่วนตัวหูฟังนั้นเป็นรูปแบบ In Ear ทรงกลมเสริม Shark Fin รวมขนาดประมาณเกือบ 2 เซนติเมตร ตัว Shark Fin จะทำให้สวมใส่ได้ถนัดมากขึ้น ปุ่มสัมผัสจะอยู่ตรงกลาง Buds FE มาพร้อมกันทั้งหมด 2 สี ได้แก่

Buds FE สี Mystic White

สีขาว Mystic White ตัวเคสภายนอก หูฟัง และภายในจะเป็นสีขาวทั้งหมด

Buds FE สี Graphite

สีดำ Graphite จะมีแค่เคสภายนอกที่เป็นสีขาว ในส่วนของตัวหูฟัง และภายในจะเป็นสีดำ

Samsung Galaxy Buds FE ภาพรวมสเปคเป็นอย่างไร

สเปคหูฟัง Galaxy Buds FE ภายนอกเน้นไปที่ความกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาง่าย ด้วยเคสชาร์จขนาด 50x50x27.7 มม. น้ำหนัก 40 กรัม ขนาดหูฟัง 19.2×17.1×22.2 มม. น้ำหนักเพียง 5.6 กรัมเท่านั้น มั่นใจได้เลยว่าต่อให้สวมใส่ทั้งวันก็สบายหู

หูฟัง Samsung Galaxy Buds FE มาพร้อมกับแบตเตอรี่ 60mAh และแบตเตอรี่ของเคสชาร์จ 479mAh สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานสูงสุด 8.5 ชั่วโมง และเมื่อชาร์จเต็มแล้วจะใช้ได้ต่อเนื่องถึง 30 ชั่วโมง ในกรณีที่ปิด Active Noise Cancelling (ANC) แต่หากใครไม่ชอบเสียงรบกวน ต้องการเปิด ANC ตลอดเวลาก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะ Buds FE ยังสามารถใช้ได้ถึง 6 ชั่วโมง ชาร์จเต็มแล้วใช้ต่อได้ถึง 21 ชั่วโมง โดย Buds FE นั้นเชื่อมต่อโดยผ่านบลูทูธ 5.2

ไมโครโฟน Galaxy Buds FE มีมาทั้งหมด 3 ตัว ด้านนอก 2 ตัวและด้านใน 1 ตัว พร้อมด้วยเทคนิค Personalized Beamforming ปรับระดับเสียงตามรูปแบบการใส่หูฟัง

ในเรื่องของความทนน้ำ Galaxy Buds FE ผ่านมาตรฐาน IPX2 สามารถป้องกันน้ำที่กระเด็นใส่อุปกรณ์ในมุมเฉียง 15 องศาได้

ฟีเจอร์ที่โดดเด่น Samsung Galaxy Buds FE มีอะไรบ้าง

Samsung Galaxy Buds FE ฟีเจอร์

ฟีเจอร์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ ระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก Active Noise Cancelling (ANC) ของ Samsung Galaxy Buds FE ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากในการเป็นหูฟังรุ่นเล็กและราคาย่อมเยา ระบบ ANC ของ Buds FE เปิดปิดได้ง่ายและรวดเร็ว โดยการแตะปุ่มสัมผัสค้างไว้ เพื่อที่จะไม่ต้องถอดหูฟังออกเมื่อต้องการสนทนากับผู้อื่น

นอกจาก ANC แล้ว เวลาคุยโทรศัพท์ ถ้าปลายสายได้ยินแต่เสียงรบกวนก็อาจจะทำให้น่าหงุดหงิดใจได้ Buds FE จึงมีระบบ AI-Powered Clear Call ซึ่งทำงานแบบ DNN หรือ Deep Neural Network จะช่วยให้ปลายสายได้ยินเสียงพูดของเราชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเทคนิค Personalized Beamforming การปรับระดับอีควอไลเซอร์ของเสียงตามรูปแบบการใส่หูฟัง เนื่องจากตัว Buds FE มีจุกหูฟัง หรือ Ear Tips มาให้ทั้งหมด 3 ขนาด S, M และ L เพื่อให้เหมาะสมกับรูหูของเรา

หากใครต้องการความแน่นกระชับมากขึ้น ใส่แล้วไม่ต้องกังวลว่าหูฟังจะร่วงหลุด Galaxy Buds FE ก็มีปีกหูฟัง (Wingtips) มาให้เลือก 2 ขนาดด้วยเช่นกัน

Samsung Galaxy Buds FE เหมาะกับใคร

Samsung Galaxy Buds FE เหมาะกับทุกคนที่ต้องการหูฟังที่มี ANC ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นข้อดีของน้ำหนักที่เบา ขนาดกะทัดรัด พกพาได้ง่าย ทำให้เหมาะในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะใครที่มีเสียงเพลงในจิตใจ อยากได้คุณภาพเสียงที่ชัดเจน เบสหนัก ตัว Buds FE นั้นจะตอบโจทย์คุณเป็นอย่างดี

รวมไปถึงคนวัยทำงาน ในยุคสมัยปัจจุบันบางบริษัทมีการ Work From Home ในบางวันนั้นอาจจะต้องมีการประชุมออนไลน์ หรือคุยกับลูกค้า ระบบ AI-Powered Clear Call ก็จะทำให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

หากใครที่มีไลฟ์สไตล์ชอบออกกำลังกาย Galaxy Buds FE ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี เพราะนอกจากฟีเจอร์ Ear Tips และ Wingtips แล้ว เรายังสามารถทดสอบว่าหูฟังนั้นพอดีกับหูเรามากพอหรือยัง ด้วยฟังก์ชัน Earbud Fit Test ผ่านแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable จะขยับตัวมากแค่ไหนก็มั่นใจได้ว่าหูฟังของเราจะไม่หลุดหายไปไหนแน่นอน

เทียบความต่าง ระหว่าง Samsung Galaxy Buds FE กับ Samsung Galaxy Buds2 ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่าง Samsung Galaxy Buds FE กับ Samsung Galax Buds2 คือ เรื่องของดีไซน์ ตัว Buds FE นั้น หูฟังจะมีตัวปุ่มสัมผัสที่มองเห็นชัดเจน ทำให้จะมีขอบตัดระหว่างตัวหูฟังกับปุ่มสัมผัสเล็กน้อย ในขณะที่ Galaxy Buds2 จะเป็นกลมมนไปเลย

ในส่วนของแบตเตอรี่ Buds FE จะมีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานกว่า Galaxy Buds2 ถ้าเทียบเมื่อเปิดใช้งาน ANC ไปด้วยแล้ว Buds FE จะใช้งานได้มากสุด 6 ชั่วโมง ชาร์จเต็มและใช้งานต่อได้สูงสุด 21 ชั่วโมง ส่วน Galaxy Buds 2 จะอยู่ที่ 5 ชั่วโมง ชาร์จเต็มและใช้งานต่อได้สูงสุด 20 ชั่วโมง

ในเรื่องของสี Galaxy Buds FE มีมาให้เลือก 2 สี ได้แก่ Mystic White และ Graphite ส่วน Galaxy Buds 2 จะมี 4 สี ได้แก่สีเทา Onyx สีเขียว Olive สีม่วง Lavender และสีดำ Graphite ไม่มีสีขาวเหมือน Buds FE ส่วนที่เหมือนกันก็จะเป็นน้ำหนักเคสชาร์จ น้ำหนักหูฟังที่เท่ากัน และในส่วนของราคา Galaxy Buds FE สนนราคาอยู่ที่ 3,390 บาท ต่างกับ Galaxy Buds 2 ซึ่งมีราคา 3,990 บาท

สรุป Buds FE ดีอย่างไร

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Samsung Galaxy Buds FE เป็นหูฟังรุ่นย่อยที่ฟีเจอร์ และสเปคให้มาแบบจัดเต็มไม่แพ้ตัวหลักในราคาสบายกระเป๋า นอกจากมาพร้อมกับระบบ Active Noise Cancelling แล้ว ยังมีระบบ AI-Powered Clear Call ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่จำเป็นในการใช้งานจริงมาก ๆ เพราะฉะนั้นหากใครกำลังมองหาหูฟังไร้สายคู่ใจ ต้องไม่พลาดที่จะให้โอกาส Buds FE หูฟังสุดคุ้ม คุณภาพแน่น ฟีเจอร์จัดเต็ม แถมยังราคาดี อ่านจบแล้วอย่าลังเล รีบพุ่งตัวไปซื้อได้เลย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image