เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ ลานหน้า MCC HALL ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรีในเวทีการแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2024 รอบชิงชนะเลิศกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าวว่ากรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับสมาชิก TO BE NUMBER ONE ผู้มีความสามารถและมีใจรักการเต้น และมุ่งมั่นสู่ความเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติดสู่การแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2024 รอบชิงชนะเลิศกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการเปิดเวทีให้สมาชิกเยาวชนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้มารวมตัวแสดงพลัง ร่วมทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในสิ่งที่ชื่นชอบเหมือนๆกัน สร้างให้เกิดความมีน้ำใจเป็นนักกีฬามีความมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ การแข่งขันในครั้งนี้จะมีทีมที่สมหวังก็ขอแสดงความยินดีด้วย แต่สำหรับทีมที่ผิดหวัง เป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขัน ก็ขอให้มีความพยายามฝึกฝนพัฒนาต่อไป สิ่งที่ทุกคนจะได้รับนั้นคือ ความทรงจำและมิตรภาพที่ดีจากเพื่อนใหม่และเหนือสิ่งอื่นใดคือประสบการณ์ที่พิเศษจากการได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนโชคดี

นายแพทย์ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่ากรมสุขภาพจิตในฐานะเลขานุการโครงการ TO BE NUMBER ONE ได้ดำเนินงานสนองพระดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา
สิริวัฒนาพรรณวดีองค์ประธานโครงการ ที่ทรงมีพระดำริให้พัฒนาเยาวชนโดยผ่านกิจกรรม เพราะทรงเห็นว่ากิจกรรมจะช่วยให้เยาวชนรู้สึกดีกับตนเอง ได้สนุก มีร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพจิตดี ไม่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีไม่เฉพาะคุ้มกันจากยาเสพติดเท่านั้น แต่รวมถึงจากปัญหาสังคมและพฤติกรรมอื่นๆ
TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE เป็นหนึ่งในหลายกิจกรรมที่โครงการนำมาใช้ เพื่อให้โอกาสกับเด็กและเยาวชนได้เลือกและเข้ามาร่วมได้อย่างไม่มีเงื่อนไข และจากการจัดการแข่งขัน DANCERCISE มาอย่างต่อเนื่องพบว่ากิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเยาวชนจากทั่วประเทศ สนใจเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้นทุกปี เป็นการสร้างพลังและพัฒนาคนรุ่นใหม่ ทำให้เยาวชนเติบโตอย่างมีศักยภาพและความสามารถ ประสบความสำเร็จทั้งด้านการเรียนและทักษะด้านการเต้นที่พวกเขารักและสนใจได้พร้อมๆ กัน

ด้านหม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ เลขาธิการมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE และที่ปรึกษาโครงการ TO BE NUMBER ONE กล่าวว่าการแข่งขันTO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2024 รอบชิงชนะเลิศกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 59 ทีมและทุกทีมมีความสามารถโดดเด่นทำให้คณะกรรมการต้องทำงานหนัก เพื่อคัดเลือกทีมที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละรุ่น เข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ผลการแข่งขันมีทีมที่ได้รับคัดเลือกเข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศรวม 9 ทีมได้แก่ รุ่น Junior รางวัลที่ 1 ทีม UPPERHAND JUNIOR ทีมอิสระ จาก Upperhand Studio, รางวัลที่ 2 ทีม Double s Mini ทีมอิสระจากศูนย์นันทนาการคลองกุ่ม สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว, รางวัลที่ 3 ทีม LUCY JUNIOR ทีมอิสระ จากศูนย์นันทนาการบางกะปิ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว รุ่น Pre-Teenage รางวัลที่ 1 Double S Junior ทีมอิสระจากศูนย์นันทนาการคลองกุ่ม สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว, รางวัลที่ 2 ทีม The Zoo Juniors ทีมอิสระ จาก The Zoo Studio, รางวัลที่ 3 ทีม LUCY ทีมอิสระจากศูนย์นันทนาการบางกะปิ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว รุ่น Teenage รางวัลที่ 1 1 ทีม UNTITLED ทีมอิสระ, รางวัลที่ 2 ทีม Double S ทีมอิสระ จากศูนย์นันทนาการคลองกุ่ม สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว, รางวัลที่ 3 ทีม HARMONIZE ทีมอิสระจากมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

นายชลธิศ อุดร “ครูนก” ครูสอนเต้นทีม UPPERHAND JUNIOR รางวัลที่1 รุ่น Junior เล่าว่าปีนี้ใช้เวลาฝึกซ้อม 2 เดือนก่อนแข่งขัน เน้นท่าเต้นที่แตกต่างแนวสตรีท ฮิปฮอป สอดแทรกด้วยความน่ารักสดใสของเด็กๆ นอกจากนี้ครูยังเติมแนวคิดของโครงการ TO BE NUMBER ONE สอดแทรกเข้าไปกับสอนทักษะการเต้นให้กับเด็กๆด้วย ทั้งเรื่องการรู้จักให้อภัย และการทำงานเป็นทีม ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่เด่นแค่ใครคนใดคนหนึ่ง ในส่วนของผู้ปกครอง ก็ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กด้วยเหมือนกัน เช่น การจัดคิวฝึกซ้อมให้กับลูกๆ เพราะต้องซ้อมร่วมกันเป็นทีม บางครั้งอาจต้องยอมเสียสละงานส่วนตัวไปบ้าง หรือการให้ผู้ปกครองมีส่วนช่วยคิด ช่วยจัดหาเครื่องแต่งกายในการโชว์ เรียกได้ว่าเปิดโอกาสให้เด็กและผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดโชว์อย่างเต็มที่ ซึ่งได้รับการตอบรับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ครู ศิริขวัญ เครือวัลย์ “ครูนุ้ย”ครูสอนเต้นทีม Double S Mini รางวัลที่2 รุ่น Junior, ทีม Double S Junior รางวัลที่1 รุ่น Pre-Teenage, และ ทีม Double S รางวัลที่ 2 รุ่น Teenage เล่าว่ารู้สึกดีใจและภูมิใจมาก ที่ทีมเต้นของเราได้ผ่านเข้ารอบระดับประเทศทั้ง 3 รุ่น มองว่าการเต้นในโครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นการส่งต่อรุ่นต่อรุ่น อย่างเช่นเด็กที่อยู่ในรุ่น Junior ก็จะมองพี่ที่อยู่ในรุ่น Pre-Teenage ขณะที่เด็กรุ่น Pre-Teenage จะมองแบบอย่างจาก รุ่น Teenage ซึ่งทำให้เด็กมีแรงบันดาลใจ อยากจะพัฒนาการเต้นของตนเองให้ขยับขึ้นไปอยู่ในรุ่นที่โตขึ้นเหมือนรุ่นพี่ๆ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก ช่วยให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หันมาสนใจการเต้น แทนการวิ่งเล่นหรืออยู่กับโซเชียลมีเดีย กิจกรรมเต้นของโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่จัดเป็นประจำ ต่อเนื่องทุกปี เป็นสิ่งที่ดีมากทำให้เด็กมีเป้าหมายได้ฝึกฝนและพัฒนาตนเอง เพื่อให้ผ่านการคัดเลือกและสามารถไปแข่งขันในรุ่นโตต่อๆ ไปได้ ช่วยให้เด็กได้มารวมตัวกัน ได้เรียนรู้การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีสังคมที่ดี

นางสาว กฤษติรส กีรติตระกูล “ฟูจิ” หนึ่งในนักเต้นจากทีม Why So Serious รางวัลชมเชยรุ่น Pre-Teenage เล่าว่าตนเองเข้าแข่งขันเต้นในโครงการ TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE มาได้ 2 ปีแล้ว สำหรับปีนี้ใช้ธีมคนป่าในการโชว์ เน้นท่าเต้นที่แข็งแรงผสมผสานประยุกต์ใช้กับท่ากายกรรม ซึ่งตรงกับความสามารถของตนเองที่ควบคุมร่างกายได้ดี การแข่งขันเต้นในเวที TO BE NUMBER ONE มีเวลาโชว์ที่ยาวถึง 4 นาทีทำให้รู้สึกท้าทาย เพราะจะได้ใช้ทั้งท่าทางการเต้นที่แข็งแรง การสื่ออารมณ์ ความรู้สึกที่ชัดเจน ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนที่มากขึ้น ต้องอาศัยความเป็นทีมที่มีความพร้อมเพรียง ความสามัคคีกันรู้จักรับฟังกัน จึงจะสามารถไปด้วยกันได้ แม้ปีนี้จะยังไม่ได้รับคัดเลือกเข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ก็จะไม่ท้อจะกลับไปฝึกฝนพัฒนาแก้ไขในข้อที่ยังเป็นจุดบกพร่อง เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันในปีหน้าต่อไป
นายธรรัฐ สิทธิเลิศธนนท์ “ครูพีพี” ครูสอนเต้น ทีม Why So Serious จากสถาบัน PP Dance Studio เล่าว่าประโยชน์ที่เห็นได้ชัดจากการเต้นในโครงการ TO BE NUMBER ONE ของเด็กๆ ก็คือ ความสามัคคี เช่น การเต้นท่ากายกรรมที่ทีมใช้ในการแข่งขัน ถ้าเด็กไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันก็อาจจะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ เด็กจึงต้องมีการฝึกฝนร่วมกัน และมองว่ายังมีเด็กอีกหลายคนที่ยังขาดความกล้าแสดงออก ต้องขอขอบคุณโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่ช่วยให้เด็กๆ ได้มีโอกาสแสดงความสามารถของตนเอง ให้เด็กได้มีความกล้าที่จะเปิดโลกในเวทีการเต้นและยังให้โอกาสครูสอนเต้นได้โชว์ศักยภาพของตนเองด้วย

นางสาว กชพร หลวงจันทร์ “ขลุ่ย” หนึ่งในนักเต้นจากทีม HARMONIZE รางวัลที่ 3 รุ่นTeenage เล่าว่าแข่งขันเต้นมาปีที่ 6 แล้ว ประโยชน์ที่ได้จากการเต้นสำหรับตนเองที่เห็นได้ชัดคือสุขภาพแข็งแรงขึ้น จากเดิมที่เคยเป็นภูมิแพ้ก็อาการลดน้อยลง ทำให้รู้จักความรับผิดชอบ รู้จักแบ่งเวลาการซ้อมเต้นไม่ให้กระทบกับการเรียน ได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่มาจากทีมเต้นอื่นๆ รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ TO BE NUMBER ONE เพราะตนเองนั้นเริ่มจากศูนย์ที่ไม่รู้อะไรเลย แต่พอได้เข้ามาแล้วทำให้ได้รับโอกาสหลายอย่างในชีวิตเพิ่มขึ้น มองว่า TO BE NUMBER ONE ให้โอกาสเยาวชนหลายคนในประเทศไทย กิจกรรมต่างๆของ TO BE NUMBER ONE ทั้งการเต้นในเวที DANCERCISE หรือเวทีไอดอล ทำให้เยาวชนได้เรียนรู้การลงมือปฏิบัติจริงนอกเหนือจากการเรียนรู้ผ่านทฤษฎีในหนังสือ และผลจากการได้ร่วมกิจกรรมในโครงการ TO BE NUMBER ONE มาอย่างต่อเนื่องทำให้มีโอกาสได้รับคัดเลือกเป็นนักเรียนพระราชทานของโรงเรียนในระดับมัธยม และยังได้รับทุนการศึกษาจากโครงการ TO BE NUMBER ONE ในระดับมหาวิทยาลัยด้วย
นายปฏิภาพ ดำรงค์กุล “ครูฟลุก” ครูสอนเต้นทีม HARMONIZE เล่าว่าโชว์ในปีนี้ใช้ธีมรามเกียรติ์ เป็นรูปแบบของการพัฒนาสิ่งเก่ามาปรับใช้ให้เกิดสิ่งใหม่ เรานำเพลงจังหวะช้ามาประกอบการเต้นได้หลายสไตล์ เป็นการสร้างสรรค์ผลงานอีกรูปแบบหนึ่ง มองว่าครูในเวทีเต้นของ TO BE NUMBER ONE หลายคนรวมทั้งตนเองเคยผ่านเวทีเต้นของ TO BE NUMBER ONE มาก่อน จึงมีความคิดที่อยากจะต่อยอดสานฝันให้กับเด็กๆ ให้ได้รับประสบการณ์ที่ดี ได้เรียนรู้การแพ้ชนะในการแข่งขัน แต่เราจะไม่กดดันเด็กๆ จะให้พวกเขาค่อยๆ พัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ ปัจจุบันเวทีเต้นของ TO BE NUMBER ONE มีการพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น อยากให้ทุกคนเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา ทั้งตัวเด็กและครูสอนเต้น ทุกคนสามารถคิดและสร้างสรรค์ผลงานใหม่ขึ้นมาได้ ซึ่งเวทีเต้นของ TO BE NUMBER ONE ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะพัฒนาวงการเต้นให้ออกไปสู่ระดับสากลได้

