ป.ป.ส. เร่งบำบัดผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด ลุยเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย

25.01.24 | 17:57 น.

ป.ป.ส. เดินหน้าปฏิบัติการ Quick Win ต่อเนื่อง เร่งนำผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัด เตรียมเปิด 3 ค่ายทหารรับผู้ป่วยรักษาแล้ว แต่ชุมชน/ครอบครัวไม่สามารถดูแลได้ ลุยเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ฟันข้าราชการเอี่ยวยาเสพติด

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า ทาง ป.ป.ส. ให้งบประมาณกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปค้นหาผู้เสพยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ข้อมูลพบตัวเลขผู้เสพมีจำนวนกว่า 530,000 คน ในจำนวนนี้พบผู้ที่มีโอกาสจะเป็นผู้ป่วยจิตเวชกว่า 32,000 คน และมีผู้ป่วยจิตเวชแล้วกว่า 7,000 คน โดยมีผู้ที่ไม่สามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้ เพราะอาจทำให้ชุมชนเกิดความเดือดร้อนกว่า 4,414 คน ด้วยเหตุนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ ป.ป.ส. คิดหาวิธีลดความรุนแรงของยาเสพติดให้เห็นผลภายใน 1 ปี เป็นที่มาของโครงการนำผู้ป่วยจิตเวชเข้าสู่กระบวนการบำบัด

“ปฏิบัติการ Quick Win เราทำทั้งหมดในจำนวน 4,414 คนก่อน กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศทั้งหมด 30 จังหวัด 85 อำเภอ ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในภาคอีสานตอนบน เราเริ่มเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ปัจจุบันสามารถนำผู้ป่วยจิตเวชที่ไม่สามารถใช้ชีวิตในชุมชน เข้ามาในกระบวนการบำบัดของสาธารณสุขได้ 59% หรือประมาณ 2,600 คน ที่เหลือกำลังดำเนินการอยู่”

ทั้งนี้ ผู้ป่วยจิตเวชไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียง 30 จังหวัดเท่านั้น แต่มีอยู่ทั่วไป เมื่อทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติค้นหาผู้เสพและนำเข้าสู่กระบวนการบำบัด ประเด็นต่อมาคือ สถานที่ของสาธารณสุขเพียงพอหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ส. อธิบายว่า ที่ผ่านมา สาธารณสุขได้ดำเนินการจัดตั้ง ‘มินิธัญญารักษ์’ ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหม ทำการเปิด ‘ศูนย์รักษ์ใจ’ กรณีพบผู้ป่วยจิตเวชที่คลุ้มคลั่งและควบคุมตัวไว้แล้ว แต่ทางพื้นที่ยังไม่พร้อม กระทรวงกลาโหมจะให้เข้าไปอยู่ในศูนย์รักษ์ใจ ซึ่งมีหน้าที่พักคอยผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตก่อนส่งต่อให้โรงพยาบาลในพื้นที่

Advertisement

“ศูนย์รักษ์ใจเป็นศูนย์ที่อยู่ในค่ายทหาร การที่จะเข้าไปสู่กระบวนการบำบัดต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข จึงต้องมีการอบรมนายทหารเสนารักษ์ ซึ่งเทียบเท่าผู้ช่วยพยาบาล ทาง ป.ป.ส. ได้ดำเนินการจัดอบรมให้แล้ว 2 รุ่น คุมทั้ง 4 ศูนย์ เพื่อเป็นศูนย์ที่จะสามารถดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่ไม่สามารถอยู่ในชุมชนได้”

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวต่อว่า แม้รักษาหายแล้ว เมื่อคนเหล่านี้กลับมาสู่ชุมชนจำเป็นต้องทานยาต่อเนื่อง แต่ด้วยปัญหาด้านสังคมที่ยังมีอยู่ ทำให้บางชุมชนหรือครอบครัวไม่สามารถดูแลได้อย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทหารจึงเตรียมเปิดศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชทางสังคม 3 ที่ สำหรับดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการรักษาแล้ว โดยจะใช้ระยะเวลา 4 เดือนในการฝึกร่างกายให้แข็งแรง ฝึกจิตใจ ฝึกวิธีการอยู่ในสังคม สุดท้ายหาอาชีพให้ ขณะนี้อยู่ระหว่างพูดคุยเรื่องศูนย์ว่าจะใช้ค่ายทหารที่ไหน ล่าสุดตกผลึกเรียบร้อย ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครพนม

อย่างไรก็ตาม UNODC หรือสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ แนะว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดในประเทศไทยจำเป็นต้องใช้การสาธารณสุขนำ และสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง เลขาธิการ ป.ป.ส. เน้นย้ำว่า ต้องปลุกชุมชนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับยาเสพติด สิ่งที่ต้องทำคือสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธา เพราะฉะนั้น การเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่เป็นนโยบายที่ต้องเร่งระดมทำ เพื่อเรียกศรัทธาและความเชื่อมั่นจากชาวบ้าน และหากข้าราชการคนใดเข้าไปพัวพันกับยาเสพติดต้องดำเนินการทันที

“เราต้องตั้งโจทย์ว่า ยาบ้าเป็นปัญหายาเสพติดของประเทศไทย ทุกวันนี้ยาที่ทำให้คนคลั่งคือ ยาบ้า ที่สำคัญยังไม่มียารักษา แต่ยาบ้ากลัวครอบครัวที่อบอุ่น กลัวชุมชนที่เข้มแข็ง เมื่อไหร่ที่ครอบครัวมีความรักความอบอุ่นต่อกัน ยาบ้าเข้าใกล้ไม่ได้ ขณะเดียวกันหากชุมชนลุกขึ้นมาต่อสู้กับยาเสพติด เราก็สามารถที่จะเอาชนะได้ กรณีที่พบผู้ค้า หรือข้าราชการทุจริตเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แจ้ง 1386 จะมีเจ้าหน้าที่คอยรับสายตลอด 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย