YLG มองตลาดทองปี ‘67 เติบโต หนุนไทยลงทุนด้วยนวัตกรรมระดับโลก

YLG Bullion มองตลาดทองคำโลกเติบโต เดินหน้าหนุนคนไทยลงทุน ทั้งทองรูปพรรณ ทองแท่ง และ Gold Feature พร้อมยกระดับการลงทุนทองคำให้สะดวก ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ตอกย้ำผู้นำด้านการลงทุนทองคำอย่างแท้จริง

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด

 นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด หรือ YLG Bullion กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดทองคำโลก (Gold spot) ในช่วงปีมีการปรับตัวเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ให้ผลตอบแทนมากถึง 13.11% หรือปรับตัวขึ้นมา 239 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ นอกจากนี้ ตลาดทองคำไทยยังได้รับผลตอบแทนในระดับเดียวกัน คือให้ผลตอบแทน 13% หนึ่งบาทต่อบาททองคำ หากเป็นทองคำแท่ง 96.5% ให้ผลตอบแทน 3,900 บาท

สอดรับกับวิถีการลงทุนของคนไทยในปัจจุบันที่นิยมลงทุนในตลาดทองคำ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย ทองรูปพรรณ ซึ่งเป็นทองคำ 96.5% เช่น สร้อย แหวน นาฬิกา เข็มกลัด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การซื้อขายทองประเภทนี้ นักลงทุนมักถูกหักค่ากำเหน็จและราคาขายคืน โดยสมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association) ซึ่งประกาศราคาซื้อ-ขายทองคำต่างกันอยู่ที่ 100 บาท การลงทุนรูปแบบต่อมาคือ ทองคำแท่ง ที่นิยมลงทุนทองคำ 99.99% เนื่องจากสามารถซื้อขายได้ทั่วโลก และไม่จำกัดแต่เพียงภายในประเทศไทย

Advertisement

นอกเหนือจากทองคำที่จับต้องได้ ยังมี สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Feature) ซึ่งเป็นการซื้อขายในรูปแบบตราสารอนุพันธ์ กำกับดูแลกลไกเงื่อนไขการซื้อขายโดย บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX รวมถึง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรและมีอัตราทด (Reverage) ซึ่งช่วยเพิ่มในการทำผลตอบแทนได้มากขึ้น

นายวรุต กล่าวต่อไปว่า นักลงทุนมือใหม่ที่สนใจตลาดทองคำ สามารถลงทุนในรูปแบบทองรูปพรรณได้ หากมีความชำนาญมากขึ้น ก็เปลี่ยนมาเป็นการซื้อขายในรูปแบบทองคำแท่ง ซึ่งจากสถิติล้วนให้ผลกำไรเป็นบวกโดยเฉลี่ยต่อปี อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนมีความเชี่ยวชาญหรือมีความสามารถในการคาดการณ์แนวโน้ม แนะนำการลงทุน Gold Futures ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า โดยผู้ลงทุนสามารถทำกำไรตามความคาดการณ์ที่มีต่อราคาทองคำได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

“ตัวอย่างการลงทุน Gold Futures เช่น ทองคำมูลค่า 30,000 บาท อาจมีการวางเงินประกันขั้นต่ำประมาณ 5-10% และเป็นการซื้อขายเพื่อเก็งกำไร จากแนวโน้มหรือทิศทางของราคาที่มีการแกว่งขึ้นลง จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความชำนาญเพื่อเก็งกำไรเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ การลงทุนในตลาด TFEX หากราคามีความผันผวน เหวี่ยงตัวสูง หรือเงินประกันน้อย อาจทำให้กำไรหรือการขาดทุนอยู่ในระดับที่สูงขึ้นตามไปด้วย”

ผอ.ฝ่ายวิเคราะห์ของ YLG ยังเผยด้วยว่า ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้น ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All time high) เนื่องจากปัจจัยบวกต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มการเติบโตอันจำกัด ส่งผลให้นักลงทุนมีการโยกย้ายมาตลาดทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มธนาคารกลางต่างๆ มีอัตราการถือครองทองคำเพื่อใช้เป็นทุนสำรองสำหรับระหว่างประเทศสูงขึ้น

ด้วยเหตุนี้ YLG Bullion ในฐานะผู้นำเข้า-ส่งออกทองคำรายใหญ่ของประเทศไทย มองภาพรวมของทองคำในปี 2567 เป็นไปในลักษณะ Sideway up หรือมีการเคลื่อนที่ของราคาในกรอบในทิศทางค่อยๆปรับตัวขึ้นจากกรอบแนวรับด้านล่างขึ้นไปหากรอบแนวต้านด้านบน เมื่อผนวกกับปัจจัยเชิงบวก จึงส่งผลให้นักลงทุนมีความมั่นใจ นำไปสู่การที่ราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ซึ่งอาจเห็นราคาทองคำขึ้นไปแตะ 2,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หากคิดเป็นทองได้ 36,400 บาทต่อบาททองคำ โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 34.84 บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาท หากเงินบาทกลับมาแข็งค่าต่ำกว่าระดับ 34.50 บาทลงมา ทองไทยอาจราคาถูกกว่าหรือซื้อในราคาต่ำกว่านี้ได้

ผอ.ฝ่ายวิเคราะห์ เผยอีกว่า จากการทดลองย้อนหลัง (Simulation) ทำให้ทราบว่า นักลงทุนที่มีทองคำในพอร์ตการลงทุน 5-10% จะได้ผลกำไรดีกว่า เมื่อเทียบกับพอร์ตการลงทุนที่มีเพียงการฝากเงินในธนาคาร การถือหุ้น หรือการถือตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน หากภาวะโดยรวมของเศรษฐกิจมีการเติบโตมาก พอร์ตการลงทุนนี้ยังคงให้การลงทุนที่สูงกว่า ดังนั้น ทองคำจึงช่วยป้องกันความเสี่ยงและเพิ่มผลกำไรให้นักลงทุนได้

ด้วยเหตุนี้ YLG Bullion ในฐานะผู้นำด้านการลงทุนทองคำที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี จนได้รับการยอมรับจากทั้งในประเทศเเละระดับภูมิภาค จึงพร้อมเป็นสื่อกลางเพื่ออำนวยความสะดวก ด้วยบริการทางด้านการลงทุนทองคำที่มีมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายทองคำ 99.99% และทองคำ 96.5% ทั้งยังมุ่งพัฒนาการบริการซื้อขายทองคำสำหรับลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากต่างประเทศทั้งหมด 5 สกุลเงิน ได้แก่ สกุลเงินดอลลาร์ สกุลเงินหยวน สกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์ สกุลเงินยูโร และสกุลเงินบาท โดยสามารถซื้อขายทองคำผ่าน แอปพลิเคชัน Gold Investment เพื่อลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความผันผวนของค่าเงิน รวมถึงอำนวยความสะดวกโดยไม่ต้องนำเงินดอลลาร์มาแปลงเป็นเงินบาท

นอกจากนี้ ยังให้บริการโปรแกรมออมทอง ผ่าน แอปพลิเคชัน Get Gold By YLG เพื่อตอบสนองการสะสมหรือออมทองคำ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถตั้งเวลาซื้อขายล่วงหน้า การตัดเงินอัตโนมัติ และการโอนเงินแบบครบวงจร รับประกันความปลอดภัย โดยมีการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน รวมถึงมีบริการนำทองคำไปส่งไปรษณีย์ พร้อมประกันสินค้าอีกด้วย

YLG Futures ยังเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าทองคำในตลาด TFEX ซึ่งมีการซื้อขาย SET50 Index Fetures, Single Stock Futures และสัญญาอนุพันธ์หุ้นรายตัว รวมถึงมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Futures) เช่น การเทรดเงินบาท เงินปอนด์ เงินเยน เงินยูโร ไปจนถึงการเทรดออปชัน (Options) หรือสัญญาสิทธิ

ตลอดจนผนึกกำลังพันธมิตร CME Group เพื่อดำเนินการเป็นโบรกเกอร์ให้นักลงทุนที่ต้องการเทรดหรือลงทุนในตลาดต่างประเทศ รวมถึงขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอาเซียนด้วยการจัดตั้ง บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน สิงคโปร์ จำกัด  ก่อตั้ง ตามคำเชิญของหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศของสิงคโปร์ (International Enterprise Singapore : IE) เพื่อขยายธุรกิจค้าทองคำแท่งในภูมิภาคและได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ พม่า กัมพูชา ลาว อินโดนีเซียโดยได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image