หลักสูตร ครูสมาธิ เขียนหลักสูตรโดย(พระเดชพระคุณพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ (Willpower Institute : สถาบันพลังจิตตานุภาพ) เป็นหลักสูตรที่มีความเป็นสากล เพราะนอกจากจะมีสาขาขยายไปทั่วประเทศถึง 178 สาขาแล้ว ยังมีสาขาในประเทศแคนาดา
ในหลักสูตรครูสมาธิ กำหนดไว้ว่า นักศึกษาจะต้องเรียนภาคทฤษฎีพร้อมกับเดินจงกรม นั่งสมาธิให้ได้ 6 เดือน โดยมีชั่วโมงเรียนให้เลือกทั้งภาคจันทร์ถึงศุกร์ และ ภาคเสาร์-อาทิตย์ และ นักศึกษาที่มาเรียนจะต้องมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า 100 ชั่วโมง จึงจะมีสิทธิสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) อีก 100 คะแนน
หลังจากผ่านการสอบภาคทฤษฎีแล้ว ถึงจะมีสิทธิ์สอบปฏิบัติภาคสนามเดินธุดงค์ขึ้นดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เรียกว่าเป็นปราการด่านสุดท้ายในการวัดใจของนักศึกษาหลักสูตรครูสมาธิว่า จะเอาชนะใจตนเองได้หรือไม่ในการอดทนขึ้นดอยอินทนนท์ร่วมกับเพื่อนๆจำนวนมากจากทั่วประเทศ
ทั้งเป็นการพัฒนาพลังจิตของตนเองจากการสอบภาคปฏิบัติ เมื่อผ่านการสอบภาคปฏิบัติจากการขึ้นดอยอินทนนท์แล้ว จึงจะเรียกว่าเรียนจบครบหลักสูตร “ครูสมาธิ” ตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวิริยังค์ได้วางไว้ให้ตามหลักมาตรฐานสากล
การสอบปฏิบัติภาคสนามเดินธุดงค์ในแต่ละปี นักศึกษาครูสมาธิจากทั่วประเทศที่มีสิทธิ์สอบเป็นหลักพันคน โดยสถาบันพลังจิตตานุภาพแบ่งการสอบเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงปลายปี นักศึกษาครูสมาธิ ที่มีเลขที่รุ่นลงท้ายด้วยเลขคู่ เช่น รุ่น 32 ,34 ,36 และ 38 เป็นต้น ส่วนนักศึกษาครูสมาธิ ที่มีเลขรุ่นลงท้ายด้วยเลขคี่ เช่น รุ่น 31,33,37 และ 39 จะได้สอบปฏิบัติขึ้นดอยอินทนนท์ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี จะมีนักศึกษาครูสมาธิจากประเทศแคนาดามาร่วมขึ้นดอยฯ ด้วย
ปี 2559 ทางสถาบันพลังจิตตานุภาพ ได้จัดสอบภาคปฏิบัติขึ้นดอยอินทนนท์สำหรับนักศึกษาครูสมาธิ รุ่นที่ 38 (อัฎฐัตติงสโม) วรวุฒิ ไปแล้ว เมื่อช่วงวันที่ 24-27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีนักศึกษาครูสมาธิ 6,000 กว่าคนที่มีสิทธิ์สอบภาคสนาม (ยังไม่รวมคณาจารย์พี่เลี้ยงและทีมพี่เลี้ยงที่ดูแลการสอบภาคปฏิบัติ)
มีท่านพระครูปลัดมงคลวัฒน์ (สุพล ขันติพโล) กรรมการมูลนิธิสถาบันพลังจิตตานุภาพ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร และ เจ้าอาวาสวัดเทพเจติยาจารย์ เมตตาเป็นผู้ดูแลควบคุมการสอบภาคปฏิบัติขึ้นดอยอินทนนท์
การขึ้นดอยอินทนนท์ในแต่ละครั้งมีจำนวนผู้สอบในหลักสูตร “ครูสมาธิ” มากขึ้นทุกปีก็จริง แต่ด้วยระบบการบริหารจัดการที่ดีของสถาบันพลังจิตตานุภาพ ทำให้การสอบภาคปฏิบัติขึ้นดอยอินทนนท์ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ มีการพัฒนาตัวเองตลอด ทั้งทางด้านระบบการบริหารจัดการเดิมที่มีการจัดแบ่งสายเดินขึ้นดอย ไว้ 2 ฐานด้วยกัน คือ ฐานเทพ สำหรับผู้มีปัญหาสุขภาพ หรือ ผู้สูงอายุ มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และ ฐานดอย
สำหรับผู้มีสุขภาพแข็งแรง และ ยังอยู่ในวัยที่มีกำลังพอขึ้นดอยที่มีความชันและความสูงได้รวมไปถึง ระบบพี่เลี้ยงที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวิริยังค์ ได้วางระบบไว้ให้ลูกศิษย์เดินนั้น เป็นระบบที่ทำให้การเดินขึ้นดอยอินทนนท์ของนักศึกษาครูสมาธินั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และ ความอิ่มใจ เพราะการขึ้นดอยแต่ละครั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพลังจิตด้วยวิธีการทดสอบตัวเองจากการสอบภาคสนามนั่นเอง
หนึ่งในผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในสังคมไทย และ อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย นั่นคือ ดร.ณรงค์ ทัศนนิพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) ที่วันนี้

นอกจากหมวกใบหลักที่ต้องสวมตำแหน่งเป็นผู้บริหารและผู้นำองค์กรแล้ว ยังมีหมวกใบสำคัญทางพุทธศาสนา คือ การเป็นผู้ดูแลสาขาหลักสูตร “ครูสมาธิ” ถึง 12 แห่ง ไปอ่านความคิดของผู้บริหารท่านนี้กันว่า เพราะอะไรจึงกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของพุทธศาสนา โดยเฉพาะการขับเคลื่อนหลักสูตรครูสมาธิ จนทำให้เป็นผู้นำทัพพานักศึกษาครูสมาธิขึ้นดอยอินทนนท์มากถึง 600 กว่าคน ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา
ผมถือว่า ขึ้นดอย เป็นการทดสอบตัวเองทุกปี ถ้าปีนี้ยังขึ้นได้ก็เป็นการทดสอบสุขภาพตัวเอง แต่ถ้าปีนี้ขึ้นไม่ได้ ก็เอ๊ะ!สุขภาพเราต้องถดถอยมาแล้ว แต่เรายังขึ้นได้เหมือนปีที่แล้วอยู่ ถามว่า เหนื่อยไหม ก็เหนื่อย แต่มีความสุข และผมมีสาขาที่เปิดให้เรียนครูสมาธิ ซึ่งต้องดูแล 12 สาขา ก็ต้องพาเขาขึ้น
ดร.ณรงค์ กล่าวว่า ประทับใจที่เห็นคนอื่นมีความสุข เท่านั้น ก็ดีใจแล้ว เห็นคนอื่นมีความสุข ก็มีความความสุข แต่ถ้าตราบใดเมื่อไหร่ วันไหนเราเอาเขาขึ้นดอย เขามาต่อว่าเรา เราก็ไม่มีความสุข แต่ยังไม่เคยมีภาวะนี้เกิดขึ้น ผมพาคนขึ้นดอย รวม 500-600 คน ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา
มีนักศึกษาครูสมาธิคนหนึ่งอยู่ข้างบ้านผม และมาชวนผม เขาทำร้านขายของชำในหมู่บ้าน ผมกับเขาก็คุยไปคุยมา เขาก็ศรัทธาผมมาก คนที่ชวนผมเรียนก็จบหลักสูตรครูสมาธิ รุ่น 24 ของสาขา 8 ไอทาวเวอร์ ผมไปซื้อของที่ร้านเขา เขาก็คุยเรื่องพวกนี้ให้ผมฟังตลอด จนกว่าผมจะปิ๊งก็พอสมควร ผมเห็นที่ร้านขายของชำของเขามีรูปหลวงพ่อวิริยังค์ เราก็ถาม เขาก็บรรยายให้ฟัง ตอนแรกผมก็เฉยๆ หรือ รำคาญ ผมก็บอกว่า ผมบวชมาแล้ว เขาก็ถามผมอีก พี่บวชมาแล้ว และพี่ได้อะไรมา เอ่อ! เราก็รู้สึกน่ะ ผมบวช 21 วัน เราก็กลับไปคิด วันนั้นก็ตอบเขาไม่ได้ ผมก็ดันทุรังไปนิดหน่อย ไปย้อนเขาอีกว่า เฮ้ย! หรือว่าฉันยังอยากเกิดอยู่ เขาก็บอกว่า แล้วทำไมพี่ไม่ไปหาที่เรียน จะได้เลือกที่เกิดได้ (หัวเราะ)
เผอิญช่วงนั้นก็มีงานขลุกขลักๆบ้าง เราก็ไปร้านขายของชำนั้นอีก ก็ไปบ่นปวดหัวจังลูกน้องเขาก็เข้าใจพูดอีกว่า เห็นพี่ประสบความสำเร็จมา หนุ่มๆประสบความสำเร็จ ผมก็คุยกับเขาไปว่า ตอนนั้นพี่น้ำมันเต็มถัง ตอนนี้น้ำมันมันพร่อง เขาก็ตอบผมว่า แสดงว่าพี่ไม่เคยเติมเลยมั้ง(หัวเราะ) เราก็เอ๊ะ! เฮ้ย อะไรมันว่ะ มันตื้อให้เรียนจังเลยเว้ย ตื้อแบบไม่หวังอะไร ไปสมัครให้เสร็จ สมัยก่อนผมก็ไม่ได้คิดอะไร มันก็เป็นเรื่องแปลก บางคนก็บอกว่า มันมีของเก่า ผมก็ตอบไม่ได้ แต่ไปแล้วเรียนแล้วรู้สึกว่า ถูกจริตจากนั้นน้องคนนี้ก็สมัครให้ผมเสร็จสรรพ ผมได้ไปเรียนหลักสูตรครูสมาธิที่สาขา 1 บ้าน อาจารย์อำนวย สุวรรณคีรี ก็เป็นเรื่องธรรมมะจัดสรร
ผู้สนใจหลักสูตรครูสมาธิเพื่อพัฒนาพลังจิตของตัวเอง และ ร่วมกันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสันติภาพของโลก สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.samathi.com

