การผ่าตัด (Surgery) เป็นการรักษาทางการแพทย์รูปแบบหนึ่ง เพื่อรักษาอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายหรืออวัยวะภายใน จำเป็นต้องมีการเปิดเนื้อเยื่อออกจนทำให้เห็นอวัยวะภายใน ซึ่งเมื่อพูดถึงการรักษาในรูปแบบของการผ่าตัด หลายคนมักมีความกังวลตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บ ระยะเวลาพักฟื้น แผลผ่าตัด รอยแผลเป็นนูน รวมไปถึงคีลอยด์
ในปัจจุบันรูปแบบการรักษาทางการแพทย์ด้วยการผ่าตัดมีพัฒนามากขึ้น ไม่ได้มีเพียงการผ่าตัดแบบเปิดอย่างเดียว แต่มีเทคนิค ‘การผ่าตัดผ่านการส่องกล้อง’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการรักษาที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพและแม่นยำ โดยแผลที่ผ่าตัดจากการส่องกล้องจะมีขนาดเล็ก ระยะเวลาพักฟื้นน้อย ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สำหรับคนที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับการผ่าตัด ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับวิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้องให้มากขึ้นกัน ทั้งขั้นตอนหลักในการรักษา ข้อดี รวมถึงรูปแบบการผ่าตัดแบบส่องกล้องสามารถใช้รักษาอาการผิกปกติใดบ้าง มาศึกษาไปพร้อมกันเลย!
การผ่าตัดแบบส่องกล้อง คืออะไร
การผ่าตัดส่องกล้อง หรือการผ่าตัดแบบแผลขนาดเล็ก (Minimal Invasive Surgery) เป็นการผ่าตัดที่ใช้เทคนิคส่องกล้องร่วมกับอุปกรณ์ขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายปากกาอยู่ตรงส่วนปลาย เพื่อใช้ทำหัตถการภายในร่างกายของผู้ป่วยเฉพาะจุดที่ต้องการรักษา โดยไม่จำเป็นต้องกรีดเปิดเนื้อเยื่อออก แต่เหมาะสำหรับทำการผ่าตัดผ่านทางอวัยวะที่มีลักษณะเป็นช่องอยู่แล้ว เช่น รูจมูก หลอดอาหาร ทวารหนัก เป็นต้น นอกจากนี้ในทุกขั้นตอนจะดำเนินโดยแพทย์มากประสบการณ์ ที่มีความรู้เฉพาะทาง ร่วมกับอุปกรณ์เสริมที่มีความแม่นยำสูงในการผ่าตัดบางประเภท อย่างการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ลด Human Error การผ่าตัดด้วยกล้อง Endoscope ที่เป็นกล้องที่มีกำลังขยายสูง ซึ่งการรักษารูปแบบนี้แผลจากการผ่าตัดส่องกล้องมีขนาดที่เล็ก เพราะแพทย์สามารถมองเห็นจุดที่ต้องทำการผ่าตัดได้อย่างชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเนื้อเยื่อออก อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพให้มีความแม่นยำ พร้อมลดความเสี่ยงหรือข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
ข้อดีของการผ่าตัดแบบส่องกล้อง
ได้รู้จักความหมายและหลักการผ่าตัดแบบส่องกล้องเบื้องต้นกันไปแล้ว ถัดมาเรามาดูข้อดีของการผ่าตัดแบบส่องกล้องกันดีกว่า ทำไมการผ่าตัดส่องกล้องจึงได้รับการยอมรับว่าเป็นการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพ และเป็นทางเลือกการรักษาที่ในวงการแพทย์แนะนำกัน
แผลที่ได้จากการผ่าตัดส่องกล้องมีขนาดที่เล็กมาก
เพราะการผ่าตัดส่องกล้องเป็นการผ่าตัดเฉพาะจุด ที่ไม่จำเป็นต้องมีการเปิดกรีดเนื้อเยื่อ จนกลายเป็นแผลขนาดใหญ่บนร่างกาย แต่เป็นเพียงการสอดเครื่องมือและอุปกรณ์ลงไปในอวัยวะที่มีช่องอยู่แล้ว หรือหากมีความจำเป็นต้องเปิดเนื้อเยื่อ แผลที่เกิดขึ้นก็จะเป็นเพียงรูขนาดเล็กเท่านั้น ดังนั้นแผลที่ได้จากการผ่าตัดแบบส่องกล้องจึงมีขนาดที่เล็กมาก หรือแทบไม่มีแผลเลยหลังการผ่าตัดในบางเคส การผ่าตัดด้วยวิธีนี้จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่มีความกังวลเรื่องแผลเป็นและแผลขนาดใหญ่เป็นพิเศษ รวมถึงคนที่มีความกังวลเรื่องคีลอยด์ด้วยเช่นกัน
การผ่าตัดแบบส่องกล้องใช้ระยะเวลาสั้นกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
การผ่าตัดแบบส่องกล้อง โดยเฉพาะการผ่าตัดส่องกล้องที่มีอุปกรณ์และเครื่องมือเสริมที่แม่นยำอย่างการใช้กล้อง Endoscope หรือการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ จะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น และหากไม่เกิดอาการแทรกซ้อนตามมา ผู้ป่วยก็สามารถออกจากโรงพยาบาลในระยะเวลาประมาณสองวัน หรืออาจสั้นกว่านั้น ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติได้อย่างรวดเร็ว ต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดที่จะใช้เวลาการพักฟื้น 7-14 วันเป็นอย่างต่ำ เพราะแผลมีขนาดใหญ่มากกว่า ผ่าตัดใช้เวลานานมากกว่า และมักจะมีอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดเป็นอย่างมาก จึงต้องมีการติดตามอาการอย่างละเอียดนั่นเอง
มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ลดโอกาสการเกิดอาการแทรกซ้อน
อย่างที่เราบอกไปในข้างต้น การผ่าตัดส่องกล้องเป็นการผ่าตัดเฉพาะจุดที่อาศัยความแม่นยำสูง แถมใช้ระยะเวลาผ่าตัดที่สั้นมาก การผ่าตัดส่องกล้องจึงมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ลดการเกิดอาการแทรกซ้อนได้มากกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ทั้งลดอัตราการเสียเลือดระหว่างทำการผ่าตัดส่องกล้อง ลดอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะใกล้เคียง รวมถึงลดอาการบวมช้ำ เจ็บปวดหลังการผ่าตัด เป็นต้น ทั้งนี้ผลข้างเคียงอื่นๆ ก็อาจขึ้นอยู่กับสุขภาพ และสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย
การผ่าตัดแบบส่องกล้อง เหมาะกับการรักษาด้านใด
การผ่าตัดแบบส่องกล้องสามารถรักษาได้อย่างตรงจุดและมีความแม่นยำสูงมาก ซึ่งในปัจจุบัน มักถูกใช้ในการรักษากลุ่มโรคและอาการดังต่อไปนี้
การผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคเกี่ยวกับโรคทางช่องท้อง
การผ่าตัดส่องกล้องนำมาใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับช่องท้องเป็นลำดับแรกๆ เพราะโรคเกี่ยวกับช่องท้อง สามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้ง่าย จึงจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น เช่น โรคนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งตับ ไส้ติ่ง ไส้เลื่อน ฯลฯ โดยเเพทย์จะทำการเปิดแผลผ่าตัดขนาดเล็กบริเวณช่องท้องจากนั้น จะใช้อุปกรณ์คล้ายปากกาหรือท่อที่มีกล้องฉายภาพมายังหน้าจอ หรือบางเคสอาจมีการสอดท่อเพื่ออัดแก๊สเข้าไปในช่องท้องเพื่อความสะดวกในการผ่าตัดมากขึ้น
การผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคทางนรีเวช
โรคทางนรีเวช หรือโรคที่เกิดขึ้นกับเพศหญิง ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณมดลูกหรือรังไข่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอก หรือซีสต์ การผ่าตัดส่องกล้องจะช่วยให้แพทย์สามารถทำการตรวจและวินิจฉัยอาการได้อย่างแม่นยำและรักษาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น เพราะแพทย์สามารถสอดกล้องที่มีขนาดเล็กเข้าไปบริเวณทางช่องคลอด เพื่อผ่าตัดชิ้นเนื้อออกมา โดยไม่จำเป็นต้องทำการผ่าเปิดแผลเลยนั่นเอง
การผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเป็นอีกกลุ่มโรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง แบบที่ไม่จำเป็นต้องกรีดเปิดแผล หรือเนื้อเยื่อออก โดยสามารถสอดกล้องเข้าไปทางจมูก หรือทางปาก เพื่อทำการผ่าตัดก้อนเนื้อหรือเนื้อร้ายที่อยู่บริเวณคอ หลอดลม ปอด เเละในบางเคสสามารถเข้าไปผ่าตัดเพื่อนำสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปอุดตันหลอดลมออกได้ด้วย
การผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกและหมอนรองกระดูก
โรคเกี่ยวกับกระดูกและหมอนรองกระดูกที่เกิดอาการเสื่อม หรือได้รับการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง โครงสร้าง การทำงานของกระดูกและข้อต่อที่ทำให้เกิดอาการปวดร่างกายส่วนต่างๆ อาทิ เข่าบวม ข้อยึดติด หมองรองกระดูกเสื่อม ซึ่งบางรายอาจไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เลย จึงจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยแพทย์อาจทำการเจาะรูขนาดเล็กที่บริเวณกระดูก แล้วสอดท่อที่มีความยืดหยุ่น หรือมีขนาดเล็กเข้าไป และในบางเคสอาจมีการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดร่วมด้วยเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา โดยขณะผ่าตัดแพทย์จะดูภาพเอกซเรย์จากกล้องแบบเรียลไทม์ และทำการควบคุมหุ่นยนต์ผ่าตัดให้ทำการรักษาความผิดปกติของข้อต่อกระดูกส่วนต่างๆ ให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหวกระดูกและกล้ามเนื้อได้ดีดังเดิม
การผ่าตัดแบบส่องกล้องเป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ทางการแพทย์พัฒนาขึ้นมาเพื่อลดขนาดแผลการผ่าตัดให้มีขนาดเล็ก ช่วยลดอาการบาดเจ็บ ผลข้างเคียง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงลดระยะเวลาพักฟื้นหลังการผ่าตัดให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมและใช้ชีวิตประจำวันได้โดยเร็ว ซึ่งสามารถรักษาได้หลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับช่องท้อง โรคทางนรีเวช โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึงรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกและหมอนรองกระดูกที่มักเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุด้วย โดยการรักษาจะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากผสานกับฝีมือของแพทย์มากประสบการณ์ ที่มีความรู้และความถนัดเฉพาะทาง หรือการเลือกใช้นวัตกรรมที่มีความแม่นยำสูง เช่น การผ่าตัดด้วยกล้อง Endoscope หรือการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงในวงการแพทย์ปัจจุบัน
สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาข้อเข่าเสื่อม รู้สึกเจ็บข้อต่อกระดูกตามร่างกาย จนไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ปกติ การตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยรักษาอาการได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด และมีความปลอดภัยสูง สามารถขอคำปรึกษาและมองหาแนวทางการรักษาข้อเข่าเสื่อมได้ที่ KDMS Hospital โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีาสุข ติดต่อสอบถาม พร้อมหาข้อมูลเพิ่มเติม https://kdmshospital.com/ หรือ โทร. 02-080-8999

