ปภ. จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับพื้นที่ (ภาคเหนือ)

ปภ. จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับพื้นที่ (ภาคเหนือ) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสาธารณภัยเชิงพื้นที่

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในการขับเคลื่อนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับพื้นที่ (ภาคเหนือ) ระหว่างวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีองค์ความรู้และทักษะการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ได้อย่างสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยและเหมาะสมตามสภาพความเสี่ยงภัยของพื้นที่ รวมถึงสามารถแปลงแผนฯ ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 – 2570 ให้บรรลุเป้าหมายการลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 – 2570 เป็นกรอบการปฏิบัติของหน่วยงานทุกภาคส่วนในการลดความเสี่ยงและการจัดการสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพและมาตรฐาน โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานบูรณาการขับเคลื่อนแผนฯ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการสาธารณภัยอย่างเป็นระบบในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะการสร้างความปลอดภัยในระดับพื้นที่ด้วยกลไกการทำงานของจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยึดแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 – 2570 ขับเคลื่อนไปสู่แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดและอำเภอ รวมถึงแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะหน่วยกลางของรัฐในการดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในการขับเคลื่อนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับพื้นที่ขึ้น เพื่อให้การจัดทำแผนฯ ในระดับพื้นที่เกิดประสิทธิผลด้านการดำเนินงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยนำร่องจัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขา และเจ้าหน้าที่อำเภอที่รับผิดชอบในการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับพื้นที่ในเขตภาคเหนือ รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง จำนวน 242 คน

สำหรับโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการฯ มีทั้งการบรรยายให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 รวมถึงแนวทางการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับพื้นที่ พ.ศ.2564 – 2570 และแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2564 – 2570 ในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เทคนิค หรือข้อคิดเห็นด้านการจัดการสาธารณภัยในมิติเชิงพื้นที่ พร้อมฝึกปฏิบัติการแปลงยุทธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเชื่อมโยงแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้สอดคล้องกันในทุกระดับ สามารถแปลงยุทธศาสตร์ในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชาติ พ.ศ. 2564 – 2570 ไปเป็นแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

Advertisement

“การจัดโครงการสัมมนาฯ ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยและเหมาะสมกับสถานการณ์ภัยในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการเพิ่มทักษะในการวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค จุดอ่อน และจุดแข็งในการจัดทำและดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปทบทวนและปรับปรุงแผนฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการสะท้อนข้อเท็จจริง ปัญหา และอุปสรรคในการจัดทำและดำเนินการตามแผนฯ ในระดับพื้นที่ เพื่อนำไปใช้พัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่ชี้เป้ากรอบปฏิบัติในการลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” นายไชยวัฒน์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image