ทส. นำโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ผลักดันสวนป่าสู่ระบบออนไลน์

26.01.17 | 12:08 น.

พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ทส. ได้มีแผนงานการพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเน้นไปที่การฟื้นฟูป่าไม้ในพื้นที่สูงชันหรือเขาหัวโล้น ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้  และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อผู้บุกรุกใหม่ ทั้งนี้พื้นที่ป่าไม้ปัจจุบัน 102.4 ล้านไร่ต้องได้รับการดูแลมิให้ลดลง ซึ่งได้มอบหมายให้กรมป่าไม้ไปดำเนินการเพิ่มพื้นที่ป่าในส่วนของการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ โดยให้นำโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ประเทศไทย 4.0 หรือ Thailand 4.0 ของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาใช้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน

นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้  กล่าวถึงการส่งเสริมป่าเศรษฐกิจว่าจะเข้าดำเนินการปลูกฟื้นฟูในส่วนของพื้นที่ถูกบุกรุกจากกลุ่มนายทุนและพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม รวมทั้งต้องส่งเสริมธุรกิจป่าไม้และป่าเศรษฐกิจจากการปลูกป่า และพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้จากป่าปลูกแทนการใช้ไม้จากป่าธรรมชาติ  สำหรับในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ กรมป่าไม้จะส่งเสริมชุมชนในเมือง ชุมชนชนบทให้เพิ่มพื้นที่สีเขียว  และผลักดันให้ภาคเอกชนประกอบอาชีพปลูกสวนป่าเศรษฐกิจโดยกำหนดเป้าหมายให้มีพื้นที่สีเขียวและป่าเศรษฐกิจนอกเขตพื้นที่ป่าไม้อีก 8.68 ล้านไร่ ด้วยการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาประกอบธุรกิจปลูกสร้างสวนป่า ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้ปรับปรุงระเบียบ และแนวทางปฏิบัติให้มีความสะดวกสบาย  โดยได้นำโมเดล Thailand 4.0 มาใช้ ด้วยการนำนวัตกรรมระบบการขึ้นทะเบียนออนไลน์สวนป่ามาใช้ในการดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ตามพระราชบัญญัติสวนป่า เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ดำเนินการ สามารถคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์แก่ผู้ทำสวนป่าได้อย่างยั่งยืนซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนี้เองเป็นความหวังที่จะทำให้เกิดพื้นที่สีเขียวได้ดีที่สุดในอนาคต

“วัตถุประสงค์ของการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่านอกจากเพื่อจะได้ทราบว่าที่ดินที่ใดของผู้ใดได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ชนิดใดจำนวนเท่าใด และปลูกเมื่อใดแล้ว  ยังนำมารวบรวมไว้เป็นฐานข้อมูลและใช้ข้อมูลเพื่อให้ทางราชการออกหนังสือรับรองไว้แสดงเป็นหลักฐานในการดำเนินกิจการสวนป่า การทำไม้ออก การนำไม้เคลื่อนที่ ตลอดจนการแปรรูปไม้ให้เป็นไปตามกฎหมาย  ซึ่งจะคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ แก่สุจริตชนผู้ทำสวนป่า” นายชลธิศ กล่าว

ด้านนายจงคล้าย   วรพงศธรผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการปลูกป่า ได้อธิบายถึงการขึ้นทะเบียนสวนป่าว่า  สามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ 1.ผู้ปลูกสวนป่านำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดที่สวนป่าตั้งอยู่ด้วยตนเอง พร้อมด้วยหลักฐานซึ่งประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหลักฐานที่ดินโดยต้องเป็นที่ดินประเภทหนึ่งประเภทใดตามที่กฎหมายกำหนด เช่น โฉนดที่ดิน, นส.3, ส.ป.ก. 4-01,สทก., ที่นิคมที่มีใบ น.ค.3 หรือ กสน.5 เป็นต้น และแผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งที่ดินที่ขอขึ้นทะเบียนสวนป่า ช่องทางที่ 2 คือ ผู้ทำสวนป่ายื่นขอขึ้นทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของกรมป่าไม้ www.forest.go.th ผ่าน banner “ขึ้นทะเบียนสวนป่า” ซึ่งเริ่มใช้งานระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ทั้งนี้การบริการผ่านระบบ RFD Single Window ผู้ยื่นคำขอสามารถตรวจสอบสถานภาพการดำเนินงาน ของเจ้าหน้าที่ว่าอยู่ในขั้นตอนใด มีปัญหาหรือสิ่งที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไร

“ผู้ทำสวนป่าที่ลงทะเบียนไว้แล้วสามารถขายหรือโอนให้แก่ผู้อื่นได้ นำไม้เคลื่อนย้ายได้โดยสะดวก สามารถทำการแปรรูปไม้ได้ และผู้ทำสวนป่าสามารถเก็บหา ค้า มีไว้ครอบครอง ซึ่งของป่าจากสวนป่าของตนเองได้ โดยไม่ต้องขอรับอนุญาตและไม่ต้องเสียค่าภาคหลวง ค่าบำรุงป่า และค่าธรรมเนียมใดๆ อีกทั้งยังสามารถขอออกใบสำคัญรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์ในการส่งออกไม้ไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้อีกด้วย”นายจงคล้าย   กล่าว

Advertisement