ปภ.บูรณาการทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมป้องกันและลดผลกระทบภัยแล้งอย่างเป็นระบบ
สถานการณ์น้ำในภาพรวม ปี พ.ศ. 2567 อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำน้อยกว่าปี พ.ศ. 2566 ประกอบกับมีโอกาสที่ประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ ส่งผลให้มีฝนน้อยลง เกิดความแห้งแล้ง และสภาพ อากาศร้อน จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง
รัฐบาลห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง จึงได้สั่งการให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานบูรณาการ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสอดคล้องกับมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี พ.ศ. 2566/2567
ตามมติคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ดังนี้
– บูรณาการข้อมูลแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ภัยแล้งระดับจังหวัด เพื่อติดตามสภาพอากาศ สภาพน้ำท่า ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในแหล่งเก็บน้ำต่าง ๆ พร้อมวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มการเกิดภัยแล้งในพื้นที่ให้ผู้อำนวยการจังหวัดสั่งการและอำนวยการตามเผชิญเหตุภัยแล้งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
– วางแผนเผชิญเหตุภัยแล้งอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการจัดลำดับความสำคัญการใช้น้ำในกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งมาใช้ในการแบ่งมอบพื้นที่ และมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้ครอบคลุมถึงระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และชุมชน
– แก้ไขปัญหาภัยแล้งเชิงป้องกัน โดยสำรวจหมู่บ้านและชุมชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
ในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงพื้นที่ที่มีฝนตกน้อยในช่วงฤดูฝนและมีปริมาณน้ำกักเก็บน้อย อีกทั้งประสานโครงการชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหา ที่สอดรับกับสถานการณ์น้ำในแต่ละห้วงเวลา เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ
– บริหารจัดการน้ำด้วยกลไกของพื้นที่ โดยให้คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการของจังหวัดกำหนด แนวทางการใช้น้ำครอบคลุมทั้งน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ น้ำเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงวางแผนการระบายน้ำและกักเก็บน้ำตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในพื้นที่และเหมาะสมกับลำดับความสำคัญของการใช้น้ำ
– จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรอย่างเหมาะสม โดยยึดแนวทางการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ปี พ.ศ. 2566/2567 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมกำหนดมาตรการรองรับภาวะเสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านการเกษร โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ อีกทั้งปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งในช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย เพื่อเติมน้ำในแหล่งน้ำให้ได้มากที่สุด
– จัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยของหน่วยงานฝ่ายพลเรือน หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้พร้อมปฏิบัติการทันที รวมถึงประสานฝ่ายปกครอง หน่วยทหาร และตำรวจ ติดตามและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาแย่งชิงน้ำ
– สร้างการรับรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมลดผลกระทบภัยแล้ง โดยสื่อสารข้อมูลสถานการณ์น้ำ และมาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐแก่ประชาชน ควบคู่กับการรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด รวมถึงสนับสนุนให้ประชาชนจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วมในการก่อสร้างและซ่อมแซมแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อให้มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในชุมชน
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งผ่านกลไกการทำงานเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคตลอดช่วงฤดูแล้ง

