สถิติบอกว่านักเทรดและนักวิเคราะห์การเงินเป็นงานที่มีความเครียดมากที่สุด พอๆ กับอาชีพศัลยแพทย์ และนักดับเพลิง ซึ่งการดูแลสภาพจิตใจมีความสำคัญเท่ากับการฝึกวิเคราะห์ทางเทคนิคและกลยุทธ์จนเชี่ยวชาญ
มาดูปัจจัยทางจิตวิทยาที่ท้าทายมากที่สุดสำหรับนักเทรดและเทคนิคที่มีประสิทธิภาพเพื่อรับมือกับปัญหานี้
คุณคิดว่าสิ่งใดบ้างที่ส่งผลกระทบต่อการเทรด
ปัจจัยหลักที่ทำให้นักเทรดกังวลคือความไม่แน่นอน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และความกลัวสูญเสียเงิน ความเครียดทั้งหมดนี้สามารถทำให้นักเทรดสติหลุดและมักออกจากเทรดที่ดีเร็วเกินไป ส่งผลให้ทำเงินได้น้อยลง หลังจากนั้นนักเทรดก็จะเครียดมากขึ้น และกลายเป็นวังวน
ด้านล่างจะพูดถึงสามปัจจัยความเครียดที่ส่งผลกระทบมากที่สุดและแนะนำวิธีการรับมือปัญหาที่สามารถช่วยนักเทรดได้

1. อย่าปล่อยให้อารมณ์ปะปนกับการเทรด
การขาดทุนติดต่อกันหลายครั้งอาจทำให้สติหลุด ส่วนการทำกำไรได้หลายครั้งอาจทำให้รู้สึกหลงระเริง แต่การปล่อยให้อารมณ์เข้ามาครอบงำอาจทำให้แผนการเทรดพังได้ และส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดน่ากวนใจ
นี่คือวิธีจัดการกับอารมณ์เหล่านั้น
1.ตรวจสอบตัวเองก่อนที่จะทำลายคุณตัวเอง แทนที่จะมองย้อนกลับไปและถามอย่างนึกเสียใจทีหลังว่า “ทำไมตอนนั้นถึงทำแบบนั้น” คุณต้องหยุดและคิดเกี่ยวกับความรู้สึกตอนนี้ แล้วถามตัวเองว่า
ก) ตอนนี้อารมณ์เป็นอย่างไร (โกรธ กลัว โลภ)
ข) ร่างกายรู้สึกอย่างไร (ไหล่ตึง ขาสั่น หัวโล่ง)
ค) อารมณ์ส่งผลต่อการตัดสินใจอย่างไร
หายใจเข้า ผ่อนคลายตัวเอง หรือออกกำลังกายเพื่อสงบอารมณ์ก่อนกลับเข้าสู่การเทรด
2.รู้จักตัวเอง หากคุณเป็นคนใช้อารมณ์ ให้ยอมรับและคิดกลยุทธ์รับมือ เพียงแค่อย่าเทรดตอนที่กำลังอารมณ์เสียหรือตื่นเต้นสุดๆ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า การรู้จักอารมณ์จะทำให้คุณมีพลังรับมือกับการเทรด เหมือนการมองตัวเองจากภายนอกและถามว่า “นักเทรดคนนี้เก็บอาการอยู่ หรือกำลังสติหลุด กำลังหาทางออกหรือกำลังสร้างปัญหาเพิ่ม”

2. มีสมาธิ
ขณะที่อยู่ในห้องเทรด คุณต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคา ตรวจสอบว่าตัวชี้วัดใดกำลังอ่านค่า จับตาดูสิ่งที่นักเทรดคนอื่นๆ กำลังทำ และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเกมที่ต้องใช้สมาธิจดจ่อ
แต่บอกตามตรง เนื้อหาบนโซเชียลมีเดียความเร็วสูงทำให้ยากที่จะมีสมาธิได้มากกว่าหนึ่งนาที แต่สมาธิก็เหมือนกล้ามเนื้อที่สามารถฝึกกันได้ หากไม่สามารถควบคุมสมาธิของตัวเอง คุณก็จะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต
นี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยาพูด
- ปล่อยวางสิ่งที่รบกวนสมาธิ ปิดโทรศัพท์ หาที่สงบ และตกลงกับครอบครัวเพื่อปล่อยให้คุณอยู่อย่างสงบสักสองสามชั่วโมง
- ตั้งเวลา 21 นาที นั่นคือระยะเวลาที่สมองจะเริ่มทำงาน ในระหว่าง 21 นาที สัญญากับตัวเองว่ากำลังเทรด ห้ามทำอย่างอื่น หลังจากนั้น คุณจะเริ่มคิดได้เร็วขึ้นและเริ่มสร้างสรรค์มากขึ้น จริงๆ นะ คุณจะรู้สึกได้ว่า “นี่เราฉลาดขนาดนี้เลยเหรอ” ใช่แล้วล่ะ ยิ่งได้ใช้เวลานานกับสิ่งหนึ่งมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งฉลาดมากขึ้น


3. ปรับสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว
อ้างอิงจากข้อมูล ResearchGate ที่ระบุว่าการใช้เวลางานทำงานนานเป็นปัจจัยความเครียดอันดับที่ #2 หลังจากไล่ตามกำไรเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่การลดเวลาทำงาน แต่เป็นการทำให้เวลาเหล่านี้มีคุณค่าอย่างแท้จริง
แล้วต้องทำอย่างไร? ง่ายๆ เลย หาอะไรสนุกๆ ให้ชีวิต
อย่าให้ตลาดหุ้นมาครอบงำสมองตลอด 24 ชั่วโมง พักมากขึ้นและผ่อนคลายเพื่อสุขภาพที่ดี
- ขยับร่างกาย – การเล่นกีฬาช่วยปลดปล่อยความเครียดและเพิ่มสารเอนโดฟินส์ที่ทำให้รู้สึกดี
- เข้าสังคม – ใช้เวลาคุยกับคนจริงๆ ไม่ใช่แค่ทางออนไลน์
- เปลี่ยนสภาพแวดล้อมหรือสลับสิ่งที่กำลังทำ – บางคนก็ไปทำเรื่อง “ไร้สาระ” ระหว่างพัก เช่น ถูพื้น หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง เพื่อช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง
- ฝึกหายใจและทำสมาธิ – การทำสมาธิบางอย่างเช่น การนั่งสมาธิ สามารถให้ผลลัพธ์ที่เหลือเชื่อ ช่วยให้สงบจิตใจและเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ แม้ว่าจะนั่งสมาธิไม่กี่นาทีก็ตาม
- หาความสุข – ทำสิ่งที่ทำให้ตนเองมีความสุข แม้ว่าเป็นเรื่องเล็กๆ สุดท้ายแล้ว เราหาเงินเพื่อให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาหาเงินอย่างเดียว

สรุป
การเทรดมาพร้อมกับความเครียด เพราะต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงและมีความกดดันต่อเนื่อง การยอมรับและจัดการอารมณ์ รักษาสมาธิ ค้นหาสมดุลระหว่างงานและชีวิต สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักเทรดสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทายของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้เครื่องมือและฟีเจอร์จากแพลตฟอร์ม IQ Option สามารถส่งเสริมให้นักเทรดจัดการอารมณ์ได้มากขึ้น มีสมาธิ และค้นหาความสุขกับชีวิตเทรด

