มูลนิธิสว่างพะเยา ทำงานเพื่อสังคมอย่างโดดเด่น ได้รับรางวัล “คนดี ศรีภูซางปี 67”
เมื่อเร็ว ๆ นี้ อำเภอภูซางจังหวัดพะเยา ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ “คนดี ศรีภูซาง” ประจำปี พ.ศ.2567 โดยผู้ประกอบคุณงามความดี ผู้เสียสละ ปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สาขาหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ได้แก่ มูลนิธิสว่างพะเยา ซึ่ง นายประเสริฐ เจี๊ยะหลิม ประธานมูลนิธิสว่างพะเยา ได้เข้ารับรางวัลจาก นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ณ เวทีงานคนดี ศรีภูซาง ลานหญ้าที่ว่าการอำเภอภูซาง
นายประเสริฐ เจี๊ยะหลิม ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามูลนิธิสว่างพะเยา นอกจากจะทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วย/ผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วนั้น ยังได้เริ่มทำโครงการธนาคารเวลา,ธนาคารออกซิเจน,ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนชาวอำเภอภูซางได้มองกู้ภัยแบบใหม่ อาทิ ธนาคารเวลา เริ่มจากอาสาสมัครกู้ภัยในมูลนิธิสว่างพะเยา เริ่มออกเยี่ยมผู้ป่วยในพื้นที่ให้บริการ เพื่อสะสมเวลาในการช่วยเหลือสังคม ออกเยี่ยมผู้ป่วย เพื่อหากเกิดสิ่งไม่คาดคิด ก็จะมีเวลาที่เราได้สะสมไว้ ให้คนอื่นๆได้เวียนมาเยี่ยมหาให้กำลังใจ เพื่อคนอื่นจะได้สะสมเวลาของตนเอง จนขยับขยายไปสู่ ประชาชนที่สนใจและชาว อสม. ที่ร่วมโครงการ จนเป็นที่ยอมรับหลายๆชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีธนาคารออกซิเจน เป็นการส่งมอบให้ยืมเครื่องผลิตออกซิเจน ให้กับผู้ป่วยที่ใช้ออกซิเจนตลอดเวลา เพื่อลดค่าใช้จ่ายค่าเดินทางค่าเติมออกซิเจนแบบถัง และในช่วงโควิดที่ผ่านมา มูลนิธิฯได้พบเจอปัญหาผู้ป่วยยากไร้ที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการหาถังออกซิเจนหรือเครื่องผลิตมาใช้ ทางมูลนิธิฯจึงจัดหาเครื่องเพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสเล่านี้ได้ใช้ เพื่อได้มีชีวิตอยู่ต่อได้
“ พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯได้จัดเตรียมและขอจัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน โดยได้รับอนุญาติจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อใช้ศูนย์การเรียนรู้ออกสอนพี่น้องประชาชนในด้านการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน CPR+AED เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันก่อนที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉินจะไปถึงที่เกิดเหตุ เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้มูลนิธิฯได้สอนประชาชนไปแล้วจำนวน 2,000 กว่าคน ตลอดระยะเวลาที่จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ฯมา” นายประเสริฐ กล่าว
ประธานมูลนิธิ กล่าวอีกว่า มูลนิธิสว่างพะเยา ก็ยังออกช่วยผู้ประสบภัยนอกพื้นที่ต่างจังหวัด เช่นเหตุอุทกภัย ดินโคลนถล่มในจังหวัดต่างๆ อยู่ตลอดเวลาตามที่ได้รับการประสานร้องขอสนับสนุนภารกิจต่างๆ และยังให้ความสนใจกับการดับเพลิง ซึ่งเป็นเหตุเพลิงไหม้นั้นเป็นเหตุที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เนื่องจากความเสียหายที่ได้รับจากเหตุเพลิงไหม้นั้นกระทบกับปัจจัยหลายๆด้านของผู้ประสบเหตุ ทั้งทรัพย์สินทั้งจิตใจ ทางมูลนิธิฯจึงได้จัดทำรถน้ำดับเพลิงขนาดเล็ก และซื้อเครื่องดับเพลิงชนิดหาบหาม เพื่อไประงับไฟเบื้องต้นก่อนที่รถน้ำดับเพลิงของหน่วยงาน อปท. จะมาถึง เพื่อลดความสูญเสียที่จะตามมา
ทั้งนี้ นายประเสริฐ ได้กล่าวขอบคุณ คณะกรรมการ อาสาสมัครกู้ภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างพะเยา และประชาชนในพื้นที่บริการที่ให้การ ที่สนับสนุนมูลนิธิฯเป็นอย่างดีจนได้รับรางวัล“คนดี ศรีภูซาง”ประจำปี 2567 นี้

