GAC AION บุกประเทศไทย ไม่หวั่นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแข่งดุ โชว์ยอดขาย 1 ล้านคัน อัดเทคโนฯ ล้ำ ดีไซน์เลิศ
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย Electric Vehicle Association of Thailand – EVAT เผยปี 2566 ประเทศไทยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า 76,366 คัน จากตัวเลขดังกล่าวการันตีถึงความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด GAC ส่งแบรนด์รถไฟฟ้า AION เสริมทัพแกร่ง ท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือด โชว์จุดเด่นเรื่องดีไซน์สุดล้ำ และเทคโนโลยีที่เพียบพร้อม แบบไม่เกรงกลัวคู่แข่งในตลาด

เทคโนโลยีอัจฉริยะของ AION Y Plus 490 Premium มาเหนือเสริมจุดเด่นให้รถคันนี้น่าสนใจมากขึ้นมีการอัปเกรดออฟชั่นช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะเพิ่มขึ้นถึง 12 รายการ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ ACC with Stop & Go และระบบ ICA เสริมประสิทธิภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงทั้งทางตรงและทางโค้ง, ฟังก์ชั่นช่วยขับเมื่อจราจรติดขัด TJA (Traffic Jam Assist) ช่วยควบคุมเบรกและคันเร่งโดยอัตโนมัติในสภาพการจราจรติดขัด รวมถึงระบบความปลอดภัยอื่นๆ เช่น FCW, AEB, LDW และ LKA ทำหน้าที่แจ้งเตือนการขับขี่และช่วยเหลือผู้ขับในสภาวะที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ตัวรถยังมาพร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ระบบกล้องรอบคันพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบพาโนรามา 540 องศา ช่วยลดจุดบอดยามขับขี่ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยระบบสั่งการด้วยเสียงรองรับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แท่นชาร์จมือถือไร้สาย ระบบนำทางและฟังก์ชันฟังเพลงแบบออนไลน์ รวมถึงระบบควบคุมรถระยะไกลผ่าน Application ที่อัดแน่นมาเต็มคัน

ดีไซน์ตัวรถผสมผสานแฟชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ คอยเติมเต็มสุนทรีย์ทุกการขับขี่ ตัวรถมาพร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ถ่ายทอดผ่านไฟหน้า Angel Wing พร้อมด้วยกระจังหน้าไดนามิก เพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยสีสันตัวรถที่มีให้เลือกถึง 7 สี และการออกแบบภายในตัวรถที่มีให้เลือกถึง 5 รูปแบบ ซึ่งลูกค้าสามารถผสมผสานดีไซน์ที่แตกต่างกันถึง 35 แบบเพื่อความสวยงามที่โดดเด่นสะดุดตาทั้งภายในและภายนอก พร้อมไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Light ที่เลือกสีสันได้มากถึง 32 แบบ ที่สามารถซิงโครไนซ์กับจังหวะเสียงดนตรี และปรับความสว่างได้ 8 ระดับ

แพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า AEP อาวุธหลักของ GAC AION ที่ทำให้รถคันนี้ยอดขายยืนหนึ่งในตลาด
ซึ่งแพลตฟอร์มตัวนี้เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาเพื่อรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ใช้เวลาวิจัยกว่า 30 เดือน ด้วยทีมวิจัยถึง 200 คน และเงินลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท มีรูปแบบการจัดวางแบตเตอรี่ในแนวราบ ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ระยะฐานล้อที่ยาวทำให้จัดเรียงชุดแบตเตอรี่ได้มากขึ้น ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะไกลมากยิ่งขึ้น ระยะโอเวอร์แฮงค์หน้าและหลังสั้น ระยะฐานล้อยาว ด้วยการจัดวางแพลตฟอร์มที่ชาญฉลาดส่งผลให้รถมีพื้นที่ภายในกว้างขวางกว่ารถในกลุ่มเดียวกัน อีกทั้งยังมีอัตราส่วนต่อน้ำหนักของรถด้านหน้าและด้านหลังแบบ 50:50 ซึ่งนิยมใช้ในรถสปอร์ต ซึ่งสมรรถภาพของช่วงล่างที่ดีส่งผลถึงประสิทธิภาพการควบคุมรถ แต่กุญแจหลักที่ GAC AION ให้ความสำคัญคือโครงสร้างตัวรถที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ด้วยการออกแบบโดยใช้โครงสร้างรถแบบชิ้นเดียว มีความทนทานและแข็งแรงสูง ทนแรงอัดได้ดี รองรับการติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ

หัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าคือแบตเตอรี่ GAC AION จึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ AION
Y Plus มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก “Magazine Battery” เทคโนโลยีความปลอดภัยของแบตเตอรี่ที่ประกอบด้วย “เซลล์ โมดูลและแพ็ค” มีการทดสอบความปลอดภัยด้วยการยิงกระสุนปืนทะลุแบตเตอรี่ ผลปรากฏว่าแม้ถูกปืนยิงตัวแบตเตอรี่ก็ไม่ติดไฟ หรือ ระเบิด ทำให้มั่นใจได้ว่า GAC AION คันนี้ มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง นอกจากนี้โรงงานผลิต Lighthouse Factory ที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า GAC AION ผ่านการรับรองโดย World Economic Forum ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% แห่งเดียวในโลกที่ผ่านการรับรอง

GAC AION ถือเป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญของวงการรถยนต์ไฟฟ้าในไทย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจของผู้บริโภค เพราะรถมาพร้อมฟังก์ชั่นที่หลากหลาย ดีไซน์โฉบเฉี่ยวลงตัว นอกจากนี้ทางค่ายรถยังเน้นการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมถึงการรับประกันบริการหลังการขายที่เหนือกว่า สร้างการรับรู้ในการบริการของแบรนด์ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของแบรนด์ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โรงงานการผลิตและการทำตลาดในประเทศไทย นำไปสู่โอกาสในการจ้างงานของประชาชนในท้องถิ่น อีกทั้งการพัฒนา Lighthouse Factory และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอีกหนึ่งปณิธานการรักษาสิ่งแวดล้อมที่แบรนด์เล็งเห็น บทสรุปทั้งหมดนี้เพียงพอแล้วที่ GAC จะก้าวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นคนสำคัญที่จะเข้ามายกระดับวงการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมนานาชาติมากยิ่งขึ้น


