ททท.ร่วมครม.สัญจรเปิดพะเยา4เส้นทางใหม่เที่ยวได้365วัน

18.03.24 | 15:37 น.

ททท.สบช่องนายกฯ นำทีม ครม.สัญจรผนวกเปิดท่องเที่ยวใหม่พะเยา 4 เส้นทาง 48 แห่ง ต่อยอดตลาดคนไทยและ ต่างชาติคึกคักดี ปี’66 ทำรายได้กว่า 2,292ล้าน โต 24 % ผู้เยี่ยมเยือนกว่า 1 ล้านคน

  • ททท.ภาคเหนือรุกเร็ว ครม.สัญจร ดันกระแสพะเยาเที่ยวได้ทั้งปี 365 วัน
  • ปี’67 หวังกวาดหมดทุกตลาดทั้ง สายบุญ สายมู ฟินชิลล์ ธรรมชาติ สายกิน สายอาร์ต
  • ช่วยกันปลดล็อก 5 เรื่อง นำท่องเที่ยวดันเศรษฐกิจชุมชนเมืองพะเยามั่งคั่ง ยั่งยืน

นางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นำ ททท.ภูมิภาคภาคเหนือใช้โอกาสที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดประชุมสัญจร วันที่ 18 มีนาคม 2567 ที่จังหวัดพะเยา นำเสนอแผนเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาลทุกจังหวัดทั่วประเทศเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในโครงการ “ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” และ “สุขทันที…ที่เที่ยวพะเยา” ด้วยไฮไลต์เด่น ๆ การท่องเที่ยว 4 เส้นทางแห่งความสุขจังหวัดพระเยา 48 แห่ง ได้แก่

เส้นทางที่ 1 อ้อมกอดพะเยาสุขกาย แนะนำแหล่งท่องเที่ยวเจาะตลาดสายธรรมชาติ 12 แห่ง ได้แก่ ชุมชนปางปูเลาะ อุทยานแห่งชาติแม่ปิม กว๊านพะเยา จุดชมวิวกว๊านพะเยา ผาหัวเรือ/บ่อสิบสอง ช่วงนกยูง 69 ช่วงนกยูงกิ่วแก้ว ช่วงนกยูอ่างเก็บน้ำห้วยยางขาม ดอยหนอก ภูลังกา-ผาช้างน้อย อุทยานแห่งชาติภูซาง(น้ำตกอุ่น) อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง (น้ำตกนครสวรรค์)

เส้นทางที่ 2 พะเยาเสริมบุญสุขใจ เอาใจสายมู 12 แห่ง ได้แก่ วัดศรีโคมคำ วัดพระธาตุจอมทอง วัดติโลกอาราม วัดอนาลโย วัดนันตาราม อ.เชียงคำ วัดป่าพุทธชินวงศาราม อ.ภูกาบยาว วัดศรีชุม อ.ดอกคำใต้ วัดผาธรรมนิมิต วัดพระเจ้านั่งดิน อ.เชียงคำ ครูบาจันทร์วัดน้ำแป้ง อ.ปง วัดธรรมิการาม พิพิธภัณฑ์เมืองขุนควร อ.ปง และทำฟ้าใต้ อ.เชียงม่วน

Advertisement

เส้นทางที่ 3 ของกิ๋นล้ำลำเมืองพะเยา 12 แห่ง ได้แก่ กาแฟปางปูเลาะ กล้วยกรอบวัลภา ลิ้นจี่ GI แม่ใจ ปลานิลจำปาทอง ร้านอาหารประมงพื้นบ้าน(บ่นร่องไฮ) ตลาดอาหารชุมชนแม่ตำ ปลาส้มพะเยา ตลาดระเบียงสุขริมกว๊าน โคขุนดอกคำใต้ อาหารไทลื้อเชียงคำ กาละแมโบราณ อ.เชียงคำ และสวนฮอนหญ้า อ.ภูซาง

เส้นทางที่ 4 วิถีสุขริมกว๊าพะเยา เอาใจสายมู สายผจญภัย สายอาร์ต และสายกิน ครบ 12 แห่ง ได้แก่ หอวัฒนธรรมนิทัศน์ สกายวอล์ควัดพระธาตุจอมทอง ล่องเรือกว๊านพะเยา ชุมชนบ้านสันแกลบนำ(ประมงพื้นบ้าน) ชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านบัว วัดอนาลโย วัดสันป่าม่วง กลุ่มหัตถกรรมบ้านสันปูลเลยและบ้านสันป่าม่วง วิสาหกิจแปรรูปปลาส้ม (แม่ทองปอน) ไร่องุ่นภูกลองฮิลล์ ร้านอาหารประมงพื้นบ้าน (บ้านร่องไฮ) อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองลานพญานาค

ขณะเดียวกัน ททท.ได้จัดทำตัวอย่าง “แพกเกจท่องเที่ยวพะเยา” 3 วัน 2 คืน “ชิลล์ ฟิน แอนด์ ฟัน” ขับรถท่องเที่ยวในแต่ละวันเชื่อมโยงไปยัง 4 เส้นทางใหม่ 48 แห่ง พร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มสามารถดีไซน์แผนการเดินทางท่องเที่ยวได้ด้วยตนเอง

นางสาวสมฤดี กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวพะเยาเติบโตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สถิติมกราคม-ธันวาคม 2566 เปรียบเทียบกับปี 2565 สามารถทำรายได้ 2,292 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.92 % จากคนไทย 2,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23..62 % ต่างชาติ 133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.40 % จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด 1,009,648 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3.29 % แบ่งเป็น คนไทย 966,706 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.5 % ต่างชาติ 42,942 คน เพิ่มขึ้น 25.16 %  เมื่อปี 2562 ก่อนเกิดโควิดมีต่างชาติเที่ยวพะเยา 5 อันดับแรกตามลำดับ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฝรั่งเศส อเมริกา ญี่ปุ่น สปป.ลาว ทำอัตรา ตลอดปี 2566 โรงแรมที่พักในพะเยามีอัตราพักเฉลี่ย 63.65 % จากห้องพักทั้งหมด 101 แห่ง รวม 2,121 ห้อง ทำวันพักเฉลี่ยได้ 2.19 วัน/คน/ทริป

ปัจจุบันพะเยาชูแม่เหล็กดึงดูดการท่องเที่ยวในฐานะเป็นเมืองน่าอยู่กำลังเร่งเดินหน้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์พัฒนา 5 เรื่อง  ได้แก่ 1.พัฒนาเกษตรให้มีมูลค่าสูง 2.ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 3 พัฒนาศักยภาพการค้า การลงทุน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม 4.ยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความมั่นคง 5.อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โดยมีแหล่งท่องเที่ยวไฮไลต์แบ่งได้ 6 ประเภท ได้แก่ 1.แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น กว๊านพะเยา ทะเลหมอกภูลังกา ฝูงนกยูง อำเภอจุน มากสุด 2,000 ตัว 2.ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นอัตลักษณ์พื้นที่ ชุมชนไทลื้อเชียงคำ ชุมชนริมกว๊าน เช่น บ้านดอกบัวโดดเด่นเรื่องการเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยาหนึ่งเดียวในโลก 3.มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจรวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างหอการค้าจังหวัด 4.มีสินค้าท่องเที่ยวเชิอาการโดดเด่น เช่น ข้าวหอมมะลิพะเยา ลิ้นจี่แม่ใจพะเยา โคขุนดอกคำใต้ ไก่เหลืองนุศราคัม ปลานิลจำปาทอง อาหารชุมชนไทลื้อ 5.ชัยภูมิที่ตั้งดีอยู่บนพื้นที่จุดศูนย์กลางภาคเหนือเดินทางเชื่อมโยงจากเมืองหลักได้สะดวก 6.นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวได้อย่างคุ้มค่า

ช่วง ครม.สัญจร วันที่ 18-19 มีนาคม 2567 เร่งเสนอปลดล็อกอุปสรรคและปัญหาท่องเที่ยวพะเยา 5 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 การท่องเที่ยวยังเป็นช่วงฤดูกาล ระหว่างพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ของทุกปี แล้วนักท่องเที่ยวยังจะลดลงช่วงเกิดหมอกควันกับช่วงหน้าฝน เรื่องที่ 2 สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่มักเกิดขึ้นทุกปีช่วงกุมภาพันธ์-เมษายน ของทุกปี เรื่องที่ 3 ขาดระบบขนส่งสาธารณะการเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัด เรื่องที่ 4 ภาพลักษณ์เป็นเมืองท่องเที่ยวทางผ่าน ส่วนใหญ่คนจะแวะพักระยะสั้น ๆ เรื่องที่ 5 ขาดความต่อเนื่องด้านการจัดงานกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ดังนั้นจะต้องนำเสนอรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยกันแก้ไขสิ่งเหล่านี้เพื่อผลักดันพะเยาเป็นเมืองท่องเที่ยวดาวรุ่งดวงใหม่ในภาคเหนือต่อไป

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen