แจกทริคขอสินเชื่อ SME ที่นักธุรกิจมือใหม่ห้ามพลาด!

26.03.24 | 17:25 น.

ในช่วงเศรษฐกิจแย่ๆ แบบนี้ เจ้าของธุรกิจ SME หรือผู้ประกอบการรายย่อยอาจกำลังกังวลและอาจกำลังต้องเผชิญกับปัญหาสภาพคล่อง การยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินจึงเป็นอีกทางเลือกที่ผู้ประกอบการกำลังมองหาเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ แต่การยื่นขอสินเชื่อเองก็มีความยุ่งยากและซับซ้อนอยู่บ้าง แต่ในวันนี้เรามีเทคนิคดีๆ สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่กำลังอยากยื่นขอ สินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ หากไม่อยากโดนปฏิเสธจากสถาบันทางการเงิน จะต้องทำอย่างไร

5 เทคนิคขอสินเชื่อ SME ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม

สถาบันทางการเงินต่างๆ เอง ล้วนมีเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันด้วย หากเจ้าของธุรกิจ SME หรือผู้ประกอบการรายย่อยต้องการที่จะทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อ แนะนำว่าควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อสามารถที่จะบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยเทคนิคที่จะทำให้การขอสินเชื่อธุรกิจผ่าน ที่เรานำเอามาฝากในวันนี้ มี 5 เทคนิคด้วยกันและมีดังนี้

1.สร้างเครดิตทางการเงินให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

สิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เมื่อวางแผนที่จะข้อสินเชื่อ นั่นคือการสร้างประวัติทางการเงินให้ดีมีการค้างชำระน้อย หรือไม่มีเลยยิ่งดี เพราะเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินทุกรายจะต้องทำการเช็กเครติดทางการเงินของผู้ยื่นกู้ เพื่อประเมินว่ามีความสามารถในการชำระเงินคืนตรงเวลาหรือไม่ มีวินัยทางการเงินมากน้อยแค่ไหน หากผู้ประกอบการรายใดไม่เคยมีเครดิตทางการเงินมาก่อน ก็อาจส่งผลต่อการพิจารณาสินเชื่อ ทำให้ผ่านยากหรือได้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ดังนั้นก่อนจะยื่นขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ควรเริ่มสร้างเครดิตทางการเงินที่ดีให้กับตัวเอง ไม่ต้องยื่นกู้ที่ไหนแค่สมัครบัตรเครดิตสักใบ แล้วใช้จ่ายอย่างมีวินัยชำระหนี้เต็มจำนวนทุก ๆ เดือนอย่างน้อย 3 – 6 เดือน ก็ถือเป็นเครดิตที่ดีพอต่อการพิจารณายื่นกู้สินเชื่อ

Advertisement

2.เลือกสินเชื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจเราเอง

การเลือกสินเชื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการอนุมัติสินเชื่อได้ เพราะสถาบันการเงินส่วนใหญ่ มีงบประมาณรายปีสำหรับสินเชื่อแต่ละแบบอยู่แล้ว โดยเฉพาะสินเชื่อ SME หากเจ้าของธุรกิจหรือเจ้าของกิจการต้องการที่จะยื่นขอสินเชื่อ จะต้องพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ รวมถึงจำนวนเงิน อัตราดอกเบี้ย และความสามารถในการชำระเงินคืน ให้เหมาะกับประเภทสินเชื่อของสถาบันการเงินนั้น ๆ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสขอสินเชื่อผ่านได้นั่นเอง

3.ขอสินเชื่อตามความจำเป็นไม่พร่ำเพรื่อเกินไป

การขอสินเชื่อที่ดีต้องไม่ยื่นกู้บ่อยเกินไป เพราะจะทำให้สถาบันทางการเงินมองว่า ธุรกิจของคุณมีปัญหาด้านการเงิน มีศักยภาพการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจได้ไม่ดีพอ หรือธุรกิจของคุณสร้างกำไรได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายของบริษัท ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพิจารณายื่นขอสินเชื่อใครครั้งต่อไป หากอยากให้ทุกอย่างราบรื่น ควรวางแผนการเงินบริษัทให้ดีเว้นระยะการยื่นกู้แต่ละครั้งอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป

4.รายได้ต้องสัมพันธ์กับยอดชำระหนี้

สถาบันทางการเงินทุกแห่งมีการกำหนดยอดภาระหนี้ต่อเดือนของผู้ยื่นกู้ เฉลี่ยอยู่ที่ 50-60% ของรายได้บริษัท หากคุณยื่นกู้ในวงเงินมากกว่า 60% ของรายได้ มีโอกาสที่จะโดนสถาบันทางการเงินปฏิเสธการขอสินเชื่อ จากความเสี่ยงในการชำระหนี้ได้ ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการปรึกษาสถาบันการเงินก่อนยื่นขอสินเชื่อ

5.จัดการเอกสารให้พร้อม

เพื่อให้สินเชื่อมีโอกาสอนุมัติผ่านไวมากขึ้น การเตรียมเอกสารให้พร้อมถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด ซึ่งเราได้รวบรวมเอกสารจำเป็นที่ต้องใช้มาเป็นแนวทางให้กับเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการดังนี้

กรณียื่นขอสินเชื่อบุคคลธรรมดา

  • เอกสารสำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ต้องการสมัครขอสินเชื่อ
  • เอกสารสำเนาทะเบียนพาณิชย์หรือเอกสารทะเบียนการค้า
  • เอกสารแสดงรายได้ หรือ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
  • เอกสารเพิ่มเติมที่ทางสถาบันการเงินกำหนด

กรณียื่นขอสินเชื่อนิติบุคคล

  • เอกสารสำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่มีอำนาจในการลงนาม
  • เอกสารสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือเอกสารสำเนาการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • เอกสารแสดงรายได้ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน หรือสำเนา ภ.พ. 30 ย้อนหลัง 6 เดือนเช่นเดียวกัน
  • เอกสารงบการเงิน
  • เอกสารเพิ่มเติมที่ทางสถาบันการเงินกำหนด

สรุปบทความ

ทั้งหมดนี้คือ 5 เทคนิคที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ สินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ ที่เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการสามารถที่จะทำได้ด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าการขอสินเชื่อกับสถาบันทางการเงินจะมีเกณฑ์ตัดสินที่ซับซ้อน แต่หากก่อนที่จะทำการยื่นขอสินเชื่อเจ้าของธุรกิจมีการเตรียมพร้อมที่ดี เข้าใจถึงเกณฑ์การอนุมัติของสถาบันการเงิน การยื่นขอสินเชื่อก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป สุดท้ายนี้เว็บไซต์ของเราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเจ้าของกิจการ SME หรือผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังให้ความสนใจเกี่ยวกับสินเชื่อธุรกิจ