หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที เอฟไฟว์เผยควา...

เอฟไฟว์เผยความกังวลเรื่องความปลอดภัยขับเคลื่อนการใช้บริการแอพพลิเคชั่น

3.02.17 | 12:44 น.
businessman working in office with mobile phone and computer

เอฟไฟว์เน็ตเวิร์กส์  เผยผลสำรวจ “สถานะการส่งมอบแอพพลิเคชั่นประจำปี 2560” (2017 State of Application Delivery report) จากลูกค้าจากทั่วโลกแสดงให้เห็นว่าการเร่งปรับใช้คลาวด์ช่วยเร่งความต้องการด้านความปลอดภัยในส่วนการให้บริการด้านแอปพลิเคชันต่างๆ ได้แก่ การป้องกันเว็บ แอพพลิเคชั่น ไฟร์วอลล์ (WAF), ความปลอดภัยของโดเมนเนม  (DNSSEC)  และการโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการDDoS) เมื่อบริการแอพพลิเคชั่นมากขึ้น บ่อยครั้งที่ต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติม ผู้ตอบแบบสอบถามชี้ให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนเข้าสู่การใช้ DevOpsเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแบบอัตโนมัติและขยายขีดความสามารถในการทำโปรแกรม  ความต้องการความสามารถในการเพิ่มขยายระบบได้ (scalability)เข้ามาแทนที่ความต้องการด้านความรวดเร็ว (speed) ในตลาดเนื่องจากเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการปรับใช้  DevOps  ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติในการส่งมอบซอฟต์แวร์ผสานเข้ากับการทำงานของส่วนพัฒนาและส่วนงานดำเนินการ

นายเอ็มมานูแอล บอนนาสซี่ รองประธานอาวุโส ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เอฟไฟว์ เน็ตเวิร์กส์กล่าวว่า“แอพพลิเคชั่น กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของเอเชียแปซิฟิก จากเศรษฐกิจแบบออนดีมานด์ ที่เรียกร้องความเร็วและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นผลการสำรวจสถานะของการส่งมอบแอพพลิเคชั่น ประจำปี 2560 แสดงให้เห็นว่ามีพลวัตใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นกว่าที่เคย และเปลี่ยนไปมุ่งเน้นที่ประสบการณ์ในการใช้งานของลูกค้าให้รวดเร็วขึ้น ชาญฉลาดยิ่งขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น  นั่นหมายถึง ธุรกิจต่างๆ ต้องพึ่งพางานด้านไอทีที่ใช้แอปพลิเคชันเป็นศูนย์กลางและทำงานได้แบบโมบายล์มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะกับสถานที่ทำงานที่ใช้เทคโนโลยีแบบเข้มข้น”

รายงานสถานะของการส่งมอบแอพพลิเคชั่น ซึ่งเป็นการจัดสำรวจเป็นปีที่สาม ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของแอพพลิเคชั่น เซอร์วิส ที่ทำให้องค์กรขนาดใหญ่หันมาใช้แอปพลิเคชันที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ชาญฉลาดมากขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้น มืออาชีพด้านไอที เครือข่าย แอพพลิเคชั่น และซิเคียวริตี้ จากทั่วโลกกว่า 2,000 ราย ให้น้ำหนักกับการส่งมอบแอพพลิเคชั่นมากขึ้น ตั้งแต่การปรับใช้คลาวด์ไปจนถึงความท้าทายด้านซิเคียวริตี้ที่เพิ่มขึ้น การส่งมอบซอฟต์แวร์แบบ DevOpsการใช้ซอฟต์แวร์การควบคุมเครือข่ายหรือ SDN และอนาคตบริการแอพพลิเคชั่นในองค์กรขนาดใหญ่

สรุปข้อมูลสำคัญจากผลสำรวจ

ผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยบุคคลที่รับผิดชอบตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ระบบความปลอดภัยด้านไอที การพัฒนาแอพพลิเคชั่น จวบจนถึงระดับผู้บริหาร  จากหน่วยงานราชการ บริการการเงิน เทคโนโลยี และการศึกษาประเด็นหลักๆ ที่ได้จากผลการสำรวจ ได้แก่

Advertisement
  • ความปลอดภัยเป็นประเด็นสำคัญอันดับแรกและการโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้นถือเป็นความท้าทายอันดับแรกเช่นกัน ทีมงานด้านความปลอดภัยให้ความสำคัญในส่วนงานนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าการใช้ไฟล์วอลล์แบบดั้งเดิม และการใช้พารามิเตอร์ขององค์กรแบบเก่าที่ล้าสมัย เนื่องจากแฮกเกอร์มุ่งเป้าโจมตีไปที่แอปพลิเคชันทั่วโลก การบริการด้านความปลอดภัยจึงถูกวางไว้ในอันดับต้นๆ โดยมีแผนดำเนินงาน คือการลดการโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการหรือ  Distributed Denial of Service :DDoS (21%)  การเพิ่มความปลอดภัยให้กับโดเมนเนม DNS Security Extensions:DNSSEC (25%) และบริการเว็บแอพลิเคชั่นไฟร์วอลล์ (20%) จากข้อมูลการสำรวจของบริษัทต่างๆ ที่รวมถึงองค์กรที่ให้ความสำคัญในการใช้คลาวด์เป็นอันดับแรกมีความเชื่อมั่นว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะถูกโจมตีในระดับแอพพลิเคชั่น ทำให้ต้องติดตั้ง เว็บ แอพพลิเคชั่น ไฟร์วอลล์ (WAF:Wb Application Firewall)
  • ปี2560 จะเป็นยุคทองของคลาวด์ที่ต้องชาญฉลาดขึ้น: เพราะปัจจุบันเป็นโลกของการใช้คลาวด์แบบหลากหลายจุดประสงค์สี่ในห้าของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกใช้ไฮบริดคลาวด์ และเกือบหนึ่งในสาม (32%)ของผู้ตอบแบบสำรวจ ระบุว่าในปีนี้จะจัดซื้อโซลูชั่น และใช้บริการเช่าใช้โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นคลาวด์สาธารณะ ( public cloud IaaS)  เพิ่มขึ้น25% จากปีก่อนยิ่งไปกว่านั้น บริษัทใช้แอพพ์มากขึ้นเท่าใดก็จะสร้างแรงจูงใจที่สำคัญเพื่อให้การปฏิบัติบรรลุผลสูงสุดในการใช้คลาวด์ โดยกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่มีการใช้งานแอพพ์สูงกว่า  3พ,000+แอป รายงานว่าใช้เแอพพ์บนคลาวด์มากที่สุด
  • จำนวนการใช้งานแอพพลิเคชั่นเซอร์วิสจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย องค์กร ระบุว่า มี 14 แอพพ์เซอร์วิสที่ใช้งานในปัจจุบัน (เพิ่มจาก 11 แอพพ์เซอร์วิสในปี 2559)และยังมีแผนการใช้งานเพิ่มเป็น 17 แอพพ์ในอีก 12 เดือนข้างหน้า
  • การเพิ่มขยายส่วนปฏิบัติการและความสามารถในการทำโปรแกรม พุ่งขึ้นสู่ลำดับสูงสุดของDevOpsการเพิ่มขึ้นของแอพพ์เซอร์วิส และการขยายตัวของคลาวด์อย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์กรเปลี่ยนเข้าสู่การทำงานแบบอัตโนมัติและสอดประสานทั้งหมดทุกสภาพแวดล้อมเพื่อเข้าสู่การปฏิบัติการที่สามารถเพิ่มขยายได้ โดยพบว่ากว่ากึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม มองว่าโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ API และเท็มเพลทต่างๆ มีความสำคัญเพิ่มขึ้นจาก 31% และ 22% ในปีที่แล้ว ตามลำดับ  ความสามารถในการเพิ่มขยายและลดค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการ (OpEx : operation expense) เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญอันดับต้นๆ ของการใช้เฟรมเวิร์ค SDN (Software Defined Network) และบริษัทต่างๆ แสดงท่าทีที่จะขยับเข้าสู่มาตรฐานกลางโดย39% ของผู้ตอบแบบสอบถามจากผลสำรวจในปี 2560 ระบุว่ามีการพึ่งเฟรมเวิร์คเพียงหนึ่งเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามในประเด็นเดียวกันนี้จำนวน32% ในการสำรวจประจำปี  2559