สินเชื่อทะเบียนรถยนต์เหมือนกับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไหม

9.04.24 | 14:55 น.

หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตหรือการประกอบธุรกิจ สินเชื่อทะเบียนรถยนต์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แตกต่างจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย มาดูกันว่าสินเชื่อทะเบียนรถยนต์คืออะไร และแตกต่างจากการสินเชื่อเช่าซื้ออย่างไร

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์คืออะไร

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ คือ การนำทะเบียนรถยนต์ หรือเล่มทะเบียนรถมาจำนำกับทางสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อเงินกู้ โดยเจ้าของรถสามารถใช้รถต่อไปได้เหมือนเดิม เพียงแต่ต้องชำระค่างวดสินเชื่อตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผ่อนชำระครบกำหนดตามสัญญา ทางสถาบันการเงินก็จะคืนเล่มทะเบียนรถให้กับผู้กู้

ความแตกต่างระหว่างสินเชื่อทะเบียนรถยนต์กับสินเชื่อเช่าซื้อ 

หลายคนอาจจะสับสนระหว่างสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ กับการขอสินเชื่อเช่าซื้อรถ ที่จริงแล้วสินเชื่อทั้งสองแบบนี้มีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

Advertisement

1.ความเป็นเจ้าของ 

ในกรณีสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ผู้กู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันนั้นมาตั้งแต่วันแรกแล้ว เพราะรถยนต์ที่นำมาเป็นหลักค้ำประกันจะต้องเป็นรถยนต์ที่ปราศจากภาระ หรือไม่ติดไฟแนนซ์ แต่ผู้กู้ยังมีสิทธิ์ในเจ้าของรถเหมือนเดิม แตกต่างจากสินเชื่อเช่าซื้อที่ผู้กู้จะไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์จนกว่าจะผ่อนชำระครบตามสัญญา โดยชื่อเจ้าของรถยนต์ คือไฟแนนซ์

2.ราคารถใช้เป็นหลักประกัน

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์สามารถกู้ได้ในวงเงินประมาณ 60-70% ของราคารถเท่านั้น ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อจะได้วงเงินเท่ากับราคารถทั้งคัน ดังนั้น หากว่าใครจะขอวงเงินกู้ ให้ทำใจเอาไว้ระดับหนึ่งว่า แม้ว่าจะบอกว่าได้วงเงินสูงสักแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้สูงมากเท่ากับราคารถอย่างแน่นอน

3.อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อทะเบียนรถยนต์มักจะสูงกว่าดอกเบี้ยเช่าซื้อ แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม เป็นดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก สามารถโปะได้ ยิ่งโปะก็ยิ่งลดดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น

4.ระยะเวลาผ่อนชำระ

ระยะเวลาผ่อนสินเชื่อทะเบียนรถยนต์มักจะสั้นกว่าเช่าซื้อ อยู่ที่ประมาณ 1-3 ปี เพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่สัญญาเช่าซื้ออาจจะผ่อนนานถึง 5-7 ปี แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน บางสถาบันทางการเงินบางแห่ง อาจจะให้ผู้กู้สามารถเลือกได้ว่าต้องการผ่อนสั้นหรือผ่อนยาว เพื่อจูงใจและบรรเทาภาระทางการเงิน

5.การต่ออายุสัญญา

ในกรณีสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาแล้ว หากผู้กู้ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้หมดก็สามารถนำทะเบียนมาต่อสัญญาใหม่ได้ แต่การเช่าซื้อจะไม่มีการต่อสัญญา

สิ่งที่คล้ายคลึงกันของสองประเภทสินเชื่อนี้ก็คือ ทั้งคู่ต่างใช้รถยนต์เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อทั้งสิ้น ดังนั้น ควรพิจารณาข้อดี ข้อด้อย อัตราค่าใช้จ่าย เงื่อนไขการผ่อนชำระ รวมถึงความต้องการใช้งานหลักจากรถยนต์ก่อนการตัดสินใจว่าจะเลือกสินเชื่อประเภทไหนให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองมากที่สุด