วีซ่าพำนักระยะยาวในประเทศไทย (LTR) ให้ต่างชาติได้ใช้ชีวิตและทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้นานถึง 10 ปี โดยรัฐบาลไทยเปิดตัววีซ่า LTR เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีทุนทรัพย์และผู้เชี่ยวชาญและมีทักษะเฉพาะในสาขาอาชีพต่าง ๆ จากนอกประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ประเทศไทย หัวเรือใหญ่ทางเศรษฐกิจอาเซียน มุ่งมั่นยกระดับและเสริมสร้างศักยภาพ ด้วยนโยบายดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกที่มีความสามารถสูงมาพำนัก ทำงาน และ/หรือ ลงทุนในประเทศ วีซ่านี้จึงตอบโจทย์สำหรับต่างชาติที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อนี้ ซึ่งแตกต่างจากวีซ่าไทยระยะยาวประเภทอื่น ๆ ดังนั้นการถือวีซ่า LTR เป็นกุญแจสำคัญให้ชาวต่างชาติสามารถพำนักอยู่ในประเทศไทยได้หลายปีโดยไม่จำเป็นต้องเข้า-ออกชายแดนไทยหรือผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นประจำ และเพิ่มโอกาสในการถูกว่าจ้างงานโดยมีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกกฎหมาย ผู้ถือวีซ่า LTR จะได้รับการยกเว้นในอัตราส่วนการจ้างงานพนักงานคนไทย 4 คนต่อช่าวต่างชาติ 1คน อีกด้วย
ทำไมต้องสมัครวีซ่า LTR

วีซ่า LTR อาจมีข้อกำหนดเบื้องต้นที่เข้มงวดมากกว่า วีซ่าเกษียณอายุของประเทศไทย อีกทั้งยังให้สิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมแก่ผู้มีคุณสมบัติ สิทธิประโยชน์ได้แก่:
- วีซ่าเข้าออกหลายครั้งตลอดระยะเวลาการพำนัก 10 ปี (ซึ่งสามารถต่ออายุได้)
- บริการตรวจคนเข้าเมืองฟรีในช่องทางด่วนพิเศษทันทีเมื่อถึงสนามบินแห่งใดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
- รายงานตัวกับสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองปีละครั้งเท่านั้น ซึ่งหากเป็นวีซ่าประเภทอื่นจะต้องรายงานตัวทุก ๆ 90 วัน
- ให้รางวัลจูงใจทางภาษีบางอย่าง เช่น
- ผู้ถือวีซ่า LTR โดยเฉพาะประเภทผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูงจะจ่ายอัตราภาษีเพียง 17% จากอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย
- ได้รับการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตทำงานและบริการตรวจคนเข้าเมืองที่ศูนย์บริการครบวงจร
- โอกาสในการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทยให้กับบริษัทไทย
ผู้ถือวีซ่า LTR จะได้รับการอำนาวยความสะดวกและบริการด้านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่มีอุปสรรคและความยุ่งยากน้อยลง และยังได้รับประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางการเงินหลายประการ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับต่างชาติที่จะเข้ามาทำงาน ลงทุน ทำธุรกิจ ผู้เกษียณอายุแบบมีเงินใช้ในบั้นปลายชีวิต และประกอบอาชีพอิสระด้านดิจิทัลในประเทศไทย
ใครบ้างที่มีสิทธิของวีซ่า LTR

วีซ่า LTR แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท โดยการเลือกประเภทวีซ่าขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การในเข้ามาในประเทศไทยของชาวต่างชาติ โดยแต่ละประเภทมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ได้แก่:
- วีซ่า LTR สำหรับชาวต่างชาติที่มั่งคั่ง
- วีซ่า LTR สำหรับผู้เกษียณอายุ
- วีซ่า LTR สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ๆ โดยทำงานจากประเทศไทย
- วีซ่า LTR สำหรับผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูง
ทั้งนี้ ต่างชาติที่ต้องการขอวีซ่าประเภทต่าง ๆ จะต้องมีคุณสมบัติและผ่านเกณฑ์ทั้งหมดจึงจะสามารถยื่นใบสมัครเพื่อขอวีซ่าได้ ไม่เช่นนั้นใบสมัครอาจได้รับการปฏิเสธ ทำให้เสียทั้งเวลาและเงินไปเปล่าประโยชน์ นอกเหนือจากเกณฑ์เฉพาะหมวดหมู่แล้ว การขอวีซ่าแต่ละประเภทยังมีข้อกำหนดเบื้องต้นว่าผู้สมัครจะต้องซื้อประกันสุขภาพครอบคลุมอย่างน้อย 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือต้องมีเงินฝากขั้นต่ำ 100,000 ดอลลาร์ในบัญชีธนาคารไทย
นอกจากนี้ สมาชิกในครอบครัวจำนวนสูงสุด 4 คนก็มีสิทธิที่จะรวมอยู่ในบัญชีการสมัครเพื่อขอวีซ่า LTR ได้ด้วยเช่นกัน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น สำหรับตัวเลือกในข้อนี้ใช้ได้กับผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และคู่สมรสเท่านั้น โดยสถานะทางครอบครัวจะต้องมีความเกี่ยวข้องกันตามกฎหมาย เช่น เกิดจากการสมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย การเกิดจากคู่สมรส หรือการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม โดยชาวต่างชาติที่ต้องการสมัครขอวีซ่าประเภทต่าง ๆ จะต้องแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์สถานะตามกฎหมายดังกล่าวด้วย เช่น สูติบัตรและทะเบียนสมรส นอกจากนี้ สมาชิกในครอบครัวแต่ละคนที่เพิ่มเข้ามาในการสมัครวีซ่า LTR จะต้องมีประกันสุขภาพครอบคลุมอย่างน้อย 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ
การยื่นขอวีซ่า LTR

ระยะเวลาในการดำเนินการสำหรับการยื่นขอวีซ่า LTR นั้นแตกต่างกันไปตามประเภทของวีซ่า ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 เดือน โดยกรอบเวลาในการดำเนินการจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของต่างชาติที่ขอยื่นสมัครวีซ่า ประเภทวีซ่าที่สมัคร และความถูกต้องของใบสมัคร ทั้งนี้ ใบสมัครที่ไม่เรียบร้อยเพราะมีข้อผิดพลาดจากการเตรียมเอกสารหรือการกรอกเอกสารอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระบวนการยื่นสมัครล่าช้า และอาจทำให้เอกสารการสมัครวิซ่าถูกปฏิเสธ
ก่อนที่จะยื่นเอกสารการสมัคร ผู้สมัครจำเป็นจะต้องรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนยื่นเสมอ
เอกสารที่จำเป็น ได้แก่:
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าผู้พำนักระยะยาว (LTR) (TM94)
- แบบรับทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไข (สตม.8)
- สำเนาหนังสือเดินทางของผู้สมัครที่มีอายุอย่างน้อย 6 เดือนหลังจากวันที่สมัคร
- รูปถ่ายสีบนฉากหลังสีขาวล่าสุดที่มีขนาดเท่ากับภาพถ่ายที่ใช้กับหนังสือเดินทาง
- หลักฐานแสดงรายได้ เช่น การคืนภาษีล่าสุด รายการเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคาร และสลิปเงินเดือนจากนายจ้าง
- เอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) เช่น สัญญาจ้างงานและใบรับรองการศึกษา
ติดต่อสยามลีเกิ้ล

หากต้องการยื่นขอวีซ่า LTR สำเร็จเพื่ออยู่ในประเทศไทยให้เร็วขึ้นและหมดปัญหากวนใจ สยาม ลีเกิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็น สำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศในประเทศไทย พร้อมให้บริการ และด้วยความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์มากว่า 20 ปี สยาม ลีเกิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล มีที่ปรึกษากฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านการย้ายถิ่นฐานและที่ปรึกษาด้านการยื่นขอวีซ่าช่วยดูแลผู้สมัครเป็นรายบุคคลอย่างใกล้ชิด และให้บริการจัดเตรียมใบสมัครให้อย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเบื้องต้นไปจนถึงการตรวจสอบเอกสารและการยื่นเอกสารตลอดจนการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยเราจะจัดการทุกอย่างเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธวีซ่า และเมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว สยาม ลีเกิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนลจะช่วยเหลือผู้สมัครในการติดต่อประสานงานเพื่อขอรับวีซ่าอีกด้วย เพื่อผู้สมัครมั่นใจว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์โดยเร็วที่สุด
การเลือกใช้บริการกับสยาม ลีเกิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จะทำให้ผู้สมัครมั่นใจได้ว่า ขึ้นตอนและกระบวนการยื่นขอวีซ่ามีความคล่องตัวและราบรื่นขึ้น ประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติวีซ่าสูงขึ้น ติดต่อสยามลีเกิ้ล วันนี้ เพื่อเริ่มเตรียมตัวสมัครวีซ่า LTR ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Siam Legal International (สำนักงานกรุงเทพฯ)
ที่อยู่: ชั้น 18 ห้อง 1806 อาคารทูแปซิฟิคเพลส 142 ถ.สุขุมวิท คลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ประเทศไทย
โทรศัพท์: +66 2 254 8900
อีเมล์: [email protected]
สยาม ลีเกิ้ล (ภูเก็ต)
ที่อยู่:123/27-28 ม.5 บางเทาเพลส เชิงทะเล ถลาง ภูเก็ต 83110 THA
โทรศัพท์: +66 76 326 322
อีเมล์: [email protected]
สยาม ลีเกิล (เคลียร์)
ที่อยู่: เคิร์ฟมอลล์ ชั้น 2 ห้อง C219-C220 215/2 ถ.ช้างคลาน อ.เมือง เชียงใหม่ 50100 THA
โทรศัพท์: +66 53 818 306
อีเมล์: [email protected]

