ทัศนะว่าที่ผู้สมัคร สว.พะเยา “สุรเดช ยะสวัสดิ์” ในมุม สว.ที่คนไทยต้องการ

3.05.24 | 15:33 น.

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร สว.กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น เขตอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ให้สัมภาษณ์ถึงทัศนะ มุมมอง  ความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของวุฒิสภา หรือ สว.ชุดใหม่ ที่จะมีการคัดเลือกในเร็ว ๆ นี้ 

 อยากให้ช่วยแนะนำถึงประวัติ ประสบการณ์ และผลงานที่เคยทำมา

สำหรับผม นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ เป็นบุตรของ พลตำรวจเอก วิฑูรย์ ยะสวัสดิ์ และม.ร.ว จิตราภา (เนาวรัตน) ยะสวัสดิ์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และโรงเรียนเซนต์จอห์นคอมเมิร์ส จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกเป็นเวลา 7 ปี โดยจบระดับอนุปริญญาสาขาการตลาดที่  Chamberlayne Junior College Boston Massachusetts, ปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ ที่ Curry College Milton Massachusetts และปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ ด้านการวางนโยบายและแผน จาก Boston Massachusetts Northeastern University

หลังจากได้เดินทางกลับมาประเทศไทย ได้ประกอบธุรกิจส่วนตัวด้านธุรกิจโรงแรม ในระหว่างนั้นได้มีความสนใจเกี่ยวกับการทำงานทางการเมือง ด้วยอยากนำวิสัยทัศน์การพัฒนา และความรู้จากที่เรียนจบปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ด้านการวางนโยบายและแผน ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม มาช่วยสร้างการพัฒนาประเทศ  ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ซึ่งในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2543 ผมได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพะเยา เลือกให้เป็น สว. ด้วยคะแนนกว่า 100,000 คะแนน และระหว่างการดำรงตำแหน่ง สว. ได้มุ่งมั่นทุ่มเททำงานด้วยความเสียสละอย่างเต็มความสามารถ  ทำให้เกิดผลงาน ที่ช่วยทำให้เกิดการผลักดันนโยบายพัฒนาต่าง ๆ อาทิ การผลักดันอภิมหาโครงการ”ขุดคอคอดกระ หรือคลองไทย” การผลักดันการท่องเที่ยวของภาคอิสาน เช่น พื้นที่ “ทุ่งกุลาร้องไห้” ให้เป็นที่ตั้งของสวนสนุกระดับโลก รวมถึงการผลักดันให้มี “สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” และ “กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา” และการส่งเสริมศักยภาพอาหารไทย ขนมไทย สปา และนวดแผนไทย ให้เป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ

Advertisement
  • การลงสมัครคัดเลือก สว.ครั้งนี้ ได้กำหนดนโยบายการพัฒนาอะไรบ้าง ที่จะเป็นจุดเด่น สามารถแข่งขันได้กับผู้สมัครรายอื่นได้

สำหรับนโยบายการพัฒนาที่จะผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม หากมีโอกาสได้เป็น สว.  ผมมีเป้าหมายที่จะเริ่มต้นดำเนินการที่จังหวัดพะเยาก่อน คือ นโยบาย 3 สร้าง ภายใต้แนวคิด “เมืองน่าอยู่ ท่องเที่ยวยั่งยืน คุณภาพชีวิตดีกว่าเดิม” โดยเมืองน่าอยู่ เน้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพย์สิน และอาชญากรรม ส่วนการพัฒนาท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เช่นการสนับสนุนโครงการโฮมสเตย์ในทุกอำเภอ เพื่อเป็นการกระจายรายได้ พร้อมพัฒนาทักษะด้านบริการ รวมถึงการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติโบราณสถาน ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น  สำหรับนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม จะให้ความสำคัญในด้านสาธารณสุข ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาว ทำให้เป็นจังหวัดสำหรับผู้สูงอายุ อยู่อาศัยอย่างมีความสุข รวมถึงส่งเสริมอาหารปลอดภัย ให้มีการผลิต การบริโภค สินค้าเกษตรที่ปลอดภัย มีคุณภาพ เช่น เกษตรอินทรีย์ หรือออแกนนิค ซึ่งไม่มีการใช้สารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น ”

แต่การจะพัฒนาเมืองแบบยั่งยืนได้นั้น ผมเห็นควรว่า ต้องมุ่งพัฒนาที่คนก่อนวัตถุ ผู้นำท้องถิ่นในทุกระดับ ต้องมีองค์ความรู้ด้านการปกครอง การบริหารจัดการชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างความเป็นธรรมด้านกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ความเสมอภาค เท่าเทียมในความเป็นมนุษย์

  • แล้วในการคัดเลือก สว. ปี 2567 นี้ คิดว่า คนไทยต้องการ สว. ที่มีแนวคิด มีการทำงานอย่างไรบ้าง

บทบาทหน้าที่ของ สว. คือ การพิจารณากลั่นกรองร่างกฎหมายจากสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ  ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และอื่นๆที่อยู่ในบทบาทหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา

แต่ผมไม่มองเพียงเท่านั้น ผมมองว่า ต่อไปนี้ สว. ต้องพร้อมทำงานเชิงรุก ผลักดัน สร้างการพัฒนา ที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติ นั่นคือ สามารถจุดไฟทางความคิดสร้างการพัฒนาด้านต่าง ๆ   เช่น การท่องเที่ยว ผมมองว่า ต้องนำจุดแข็งของความเป็นไทย มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่า วัฒนธรรมประเพณี ความมีอัธยาศัยไมตรีของคนไทยในการต้อนรับชาวต่างชาติเสมือนญาติมิตร อาหารไทย ขนมไทย สปา นวดแผนไทย แหล่งท่องเที่ยวทั้ง โบราณสถาน ศิลปะวัฒนธรรม วัด วัง พิพิธภัณฑ์ ตลาดชุมชน แม่น้ำ ทะเล เกาะ ภูเขา ป่า ถ้ำ น้ำตก ในภูมิภาคต่างๆ มาใช้เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว ภายใต้สโลแกนว่า”คุ้มค่าที่มาเมืองไทย”

ประการต่อมา ต้องทำงานด้วยความเสียสละ ไม่ยึดถึงประโยชน์ของตัวเอง พวกพ้องเป็นหลัก ผมบอกทุกคนเสมอว่า “สำนึกของผู้แทนคือการเสียสละ” และนี่ก็เป็นแนวทางการทำงานที่ผมยึดถือมาโดยตลอด

พร้อมกันนี้ คุณสมบัติส่วนตัว เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ด้วยยุคปัจจุบัน โลกเปลี่ยนแปลง โลกพัฒนาเร็วมาก ดังนั้น ผู้มาเป็น สว. ต้องเป็นคนดี คนเก่ง ที่ก้าวทันโลก พร้อมทำงานเชิงรุก เพื่อขับเคลื่อนประเทศ  ดังนั้น มุมมองของผม การพิจารณาเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็น สว. อยากให้พิจารณาว่า คนนั้น ควรต้อง “เก่ง พร้อม ดี มีอุดมการณ์และประสานประโยชน์เพื่อประชาชน”

  • แล้วถ้าให้พิจารณาตัวเอง คิดว่า นายสุรเดช มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็น สว.ตามที่กล่าวหรือไม่

ต้องขอเรียนว่า ผมเชื่อมั่นในความพร้อมกับคุณสมบัติการเป็น ส.ว เพราะนอกจากเคยเป็น สว. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยังมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์การทำงาน มีผลงานผลักดันสร้างการพัฒนาต่าง ๆ ในช่วงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญการท่องเที่ยว วุฒิสภา ตลอดสมัย เป็นระยะเวลายาวนานถึง 6 ปี และรักษาการณ์ต่ออีก 6 เดือน รวมถึงการดำรงตำแหน่งอื่น ๆ ในช่วงเป็น สว. เช่น ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาจุดผ่อนปรนด่านชายแดนชั่วคราวและถาวร วุฒิสภา ประธานอนุกรรมาธิการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ด้านการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดในภาคอิสาน  ประธานอนุกรรมาธิการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศโครงการ”ขุดคอคอดกระหรือคลองไทย”วุฒิสภา รวมถึงเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และประธานส.ส.

ทั้งนี้ ในการผลักดันนโยบาย โครงการต่าง ๆ นั้น ต้องมีการเดินทางลงพื้นที่ มีการไปศึกษาดูงาน บางครั้งงบประมาณที่ตั้งไว้มีไม่เพียงพอ ผมจะเสียสละด้วยการใช้เงินส่วนตัว มาสนับสนุนในส่วนที่ไม่เพียงพอ เพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

  • สุดท้าย ขอทราบถึงจุดยืน และความคิดเห็น ที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรม ปี 2560

ด้วยเคยเป็น ส.ว.พะเยา ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ผมย่อมเห็นด้วยกับการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะที่มาของส.ว. รวมถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคน สามารถใช้สิทธิเลือก ส.ว. ตามที่ต้องการได้

ผมขอย้ำกับพี่น้องประชาชนว่า  บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ว่าด้วยที่มาของ สว. ขัดต่อหลักการประชาธิปไตยอย่างรุนแรง อีกทั้งไม่มีการยึดโยงกับประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้นแล้ว ถ้าผมได้รับคัดเลือกให้เป็น สว. ผมขอย้ำตรงนี้ว่า ผมจะเดินหน้าแก้ไขในเรื่องที่มาของ สว. ให้เป็นประชาธิปไตย โดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ